ในอนาคตไทยจะเป็นเทคโนโลยี "User" หรือ "Privider"
เมื่อระบบอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา การรับข่าวสารและการติดต่อทางไกลมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น เมื่อมีคำว่า "ออนไลน์" เกิดขึ้น มันก็กระทบต่อวงการ "ออฟไลน์" ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมอย่างแน่นอน โดยเฉพาะวงการการศึกษา รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เริ่มถูกแทนที่ด้วยอินเตอร์เน็ต เนื่องจากปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตมีแนวโน้มจะถูกลงเรื่อย ๆ ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ผ่านทางออนไลน์ได้ง่ายและรวดเร็วกว่าออฟไลน์หลายเท่าตัวรวดเร็ว ทันใจ ทันทุกสถานการณ์โลกในระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จากที่เราเคยเขียนจดหมายส่งหากัน หรือส่งโทรเลขทางไกลก็ถูกแพล็ตฟอร์ออนไลน์อย่าง Facebook, WeChat, Twitter, Skype, ect. เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น เพียงแค่พิมพ์ข้อความลงไปแล้วกดส่ง ไม่ถึง 3 วินาที ข้อความก็ไปโชว์บนหน้าจอของเพื่อนเรา ทั้งยังสามารถโทรผ่านวิดีโอคอลเห็นหน้าก้นได้ ถ้าโลกของเราถูกขับเคลื่อด้วยระบบความเร็วสูง มันจะทำให้เราสะดวกแค่ไหน มันน่าคิดนะว่า...ภายในระยะเวลาสั้น ๆ โลกของเรามีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค เพราะผลลัพธ์แบบเดิม ๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน

ทุกวันนี้มีแอพพลิเคชั่นมากมายที่คนไทยใช้กัน เช่น Facebook, Line, WhatsApp, WeChat, Grab, Google Maps, etc. ใช่ครับ แอปพลิเคชันพวกนี้จะทำให้คุณใช้ชีวิตสะดวกมากขึ้น ยังไม่รวมถึงแอปพลิเคชันที่ใช้ในการโอนเงินของธนาคารต่าง ๆ เมื่อโลกไร้พรมแดนเกิดขึ้น เราก็จะไม่ได้ยินคำว่าทางไกลอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร การสั่งอาหาร การจองตั๋ว การจองโรงแรม การเรียกรถ แม้แต่การจ่ายเงินโอนเงิน หรืออื่น ๆ จะอยู่ที่ปลายนิ้วมือของคุณครับ เพียงแค่คุณเปิดแอปพลิเคชันในมือถือ ทุกอย่างจะง่ายและรวดเร็วทันใจWould you like to be technology "User" or "Provider"?
เมื่อพูดถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ไทยมีนวัตกรรมไหนบ้างที่เป็นของคนไทยเอง เพราะตอนนี้แอปพลิเคชันข้างต้นที่เราใช้กันส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีของต่างชาติทั้งหมด เราเป็นหนึ่งในผู้ใช้แค่นั้น การพัฒนาวิทยาการต่าง ๆ ในยุคสมัยนี้มันต่างจากสมัยก่อนอย่างก้าวกระโดด เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น อาทิ ภายในระยะไม่กี่ 10 ปี จีนมีได้พัฒนาประเทศให้ทันสมัยเท่าเทียมฝั่งตะวันตกได้ เกาหลีใต้ใช้เวลาแค่ 30 ปีสร้างประเทศให้ล้ำยุค ยุโรปพัฒนาบ้างเมืองให้เป็นระบบสมาร์ทซิตี้ (Smart City) ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนมีเทคโนโลยีหลายอย่างเป็นของตัวเอง ถ้าหาก 5G เข้ามามีบทบาทเต็มตัว สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็ AI หรือที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ที่เข้ามาเป็นส่วนช่วยในการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในสังคมมนุษย์อีกด้วย เช่น การใช้หุ่นยนต์ในการช่วยเหลือทางการแพทย์ การใช้ AI สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค การนำเทคโนโยลีมาใช้ในอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมอื่น ๆ เป็นต้น การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว แต่มันจะเกิดเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ถ้าวันนั้นมาถึง ไทยจะอยู่ส่วนไหนของมุมโลก ถ้าเรายังไม่เริ่มปรับตัวและไม่เริ่มที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เราก็มีสถานะเป็นแค่ "User" ไม่ใช่ "Provider" ท้ายที่สุด...ไทยก็ต้องตกเป็นอาณานิคมของเจ้าเทคโนโลยี

ในช่วงศตวรรษที่ 21 นี้บริษัทเทคโนโลยีหลายค่ายได้ออกมาจัดนิทรรศการทางเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เราเห็นอยู่บ่อย ๆ นั่นหมายความว่า ต่อไปโลกของเราจะถูกขับเคลื่อนด้วยระบบออโตเมชัน (Automation) ที่จะมาอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับเรา บทบาทหน้าที่เก่า ๆ ของมนุษย์จะหายไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งมันน่ากลัวสำหรับคนที่ไม่เปิดกว้างทางความคิด แต่ถ้าเราเปิดรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ เราก็จะเห็นโอกาสอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น คุณเคยคิดมั้ยว่า...การศึกษาที่ล้าหลังของไทยจะยังมีที่ยืนในโลกยุคเทคโนโลยีหรือไม่ เพราะโลกยุคปัจจุบันนี้เราสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลายได้ง่ายขึ้นและประหยัดกว่าเดิม โดยเข้าถึงผ่านคอร์สต่าง ๆ จากสถาบันหรือมหาวิทยาทั่วโลก รวมถึงเราสามารถเรียนรู้บนพื้นที่สื่อมีเดียออนไลน์สาธารณะได้แบบฟรี ๆ ทั้งยังเป็นองค์ความรู้ที่อัพเดตเท่าทันสถานการณ์โลกอีกด้วย
หากคุณไม่ปรับตัวให้เท่าทันโลก คุณก็จะเหมือนกับโทรเลขที่หายไป 
สื่อสิ่งพิมพ์หลายสำนักได้ปิดกิจการลง โรงเรียนหลายแห่งได้ถูกยุบทิ้ง และถูกแทนที่โดยสื่อมีเดียต่าง ๆ ในสังคมออนไลน์ ซึ่งคำว่า สังคมออนไลน์ (Social Network) ไม่ได้ถูกตีกรอบไว้เฉพาะแค่แอปพลิเคชันอย่างเดียว แต่มันเป็นอีกสังคมยุคใหม่ของมนุษย์ที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง และโลกทุกวันนี้ยังเป็นโลกแห่งการคอลลาบอเรชัน (collaboration) ที่ทุกคนล้วนมีพาร์เนอร์ (partner) ของตัวเอง ดังนั้นการมองเห็นถึงประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีจะสร้างรายได้มหาศาลให้คุณอย่างแน่นอน และคนที่เริ่มก่อนมักจะได้เปรียบอยู่เสมอ ถ้าไทยสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่เป็น All in One เหมือนกับ WeChat, Alipay ของจีนได้ คุณจะกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการนี้ทันที ตลอดจนทำให้ไทยมีศักยภาพเป็นผู้จัดหาเทคโนโลยี (Tecnology provider) แต่เหนือสิ่งอื่นใด การมีพาร์ทเนอร์ที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญ
ทุกอย่างมีฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเสมอการได้เห็นมุมมองใหม่ของบริษัทเทคโนโลยีหลายค่าย มันคือการเปิดโลกทัศน์ของการเรียนรู้ที่ดี การลงทุนกับการพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรมเป็นของตัวเอง โดยมีภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกัน ถ้ารัฐบาลไทยสนับสนุนการวิจัยด้านเทคโนโลยีในระบบการศึกษาอย่างจริงจัง คนไทยก็จะมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองในไม่ช้า เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชัน การพัฒนาพลังงานทดแทน การพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ การพัฒนาระบบขนส่งมวล และเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งนี้ก็ยังเป็นการ "สร้างคน สร้างงาน" ให้กับประชาชนในประเทศอีกด้วย
ถ้ามองปัญหาให้เป็นปัญหา คุณก็จะไม่เห็นโอกาส แต่ถ้ามองปัญหาให้เป็นโอกาส คุณก็จะสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาล

หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณมองโลกในอีกมุมหนึ่ง
SHARE
Written in this book
THIS IS THAI SOCIETY
Writer
Bodinberg
Blogger
Everything you can imagine is real. Nice to meet you guys!

Comments