เวลาไม่ใช่บทพิสูจน์ความรัก
"เวลาคือเครื่องพิสูจน์" วลียอดฮิตบนโลกกลมๆใบนี้ ...
ศัพท์คำนี้เรามักได้ยินเวลาที่เรากำลังอกหักและมีคนมาปลอบ หรือการเห็นนางเอกในซีรีย์แอบรักพระเอก โดยมีเพื่อนนางเอกให้กำลังใจ ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน เหตุการณ์ใดวลีนี้เรามักจะได้ยินอยู่บ่อยครั้ง แต่มีใครบ้างละที่สามารถบอกเราได้ละว่า วลีนี้จริงเท็จแค่ไหน ? หรือเป็นเพียงคำพูดที่ใช้สำหรับบอกกับคนอ่อนแอเหมือนเรา หรือเป็นประโยคที่ไว้ให้กำลังใจละ ? ผมเชื่อว่าไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ หรืออาจมีแต่ก็เป็นคำตอบที่คุณคิดว่าถูกต้อง โดยที่ไม่รู้ว่ามันถูกจริงหรือเปล่า...
แต่โลกยังหมุนอยู่ ชีวิตต้องเดินต่อไป มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะคิดว่า "เวลาคือเครื่องพิสูจน์"  
 Base on True story :'( เรื่องของความรักมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน เข้าใจยาก ไร้ซึ่งคำอธิบาย (แต่พวกเราก็อยากได้และไขว่ขว้ากันเหลือเกิน) แต่ทำไงได้ละ อกหักดีกว่ารักไม่เป็น จริงไหมละ ???

คนบางคนมีความรักแบบหวานชื่น คนบางคนมีความรักแบบรักษา คนบางคนมีความรักแบบใช้เวลา ไม่ว่าคุณจะมีความรักในรูปแบบใด พวกคุณทุกคนต้องเคยผ่านในช่วงของการเรียนรู้ในแต่ละบุคคล โดยช่วงนี้ถ้าพูดง่ายๆคือ ช่วงที่เราปล่อยให้ความรักมันรันตัวเอง ในช่วงนี้ถ้าแปลแบบภาษาบ้านๆคือ "ให้เวลาเป็นคือเครื่องพิสูจน์ความรัก" แต่ เดี่ยวก่อนนะ ละมันนานแค่ไหน ? เราจะใช้อะไรเป็นตัวชี้วัด หรือมีใครมาบอกเราบ้างไหมว่าเวลาพิสูจน์เสร็จแล้ว ...
(ความรักนะ ไม่ใช่ประกาศจากรัฐบาลที่บอกว่าใช้วันไหนถึงวันไหน)

แต่ในความเป็นจริงเราคาดหวังกับมันมากเกินไป ...
การที่เรารักใครสักคน เราอยากจะให้เราเข้าใจเค้า และเค้าเข้าใจเรามากขึ้น โดยที่บ้างครั้งเราก็รู้อยู่แก่ใจว่าเค้าไม่มีทางเข้าใจเรา และเราไม่มีทางเข้าใจเค้าได้ 100%
แต่เราก็มักจะบอกกับตัวเองเสมอว่าคบกันไปเรื่อยๆ เวลาจะทำให้เราเข้าใจกัน เวลาจะทำให้เราสปาร์คเข้าหากัน เวลาจะทำให้เรารับรู้ซึ่งกันและกัน
พอเราคิดแบบนี้มันทำให้เรานึกถึงแต่ผลลัพธ์ นึกถึงเมื่อตอนที่มันสำเร็จแล้ว
โดยที่เราทุกคนไม่ได้นึกถึงเวลาว่า มันจะสำเร็จหรอ ? ละนานแค่ไหน ? ระหว่างทางละจะเป็นยังไง ?

เมื่อเราคาดหวังผลลัพธ์ที่มากเกินไป การทำใจยอมรับหากล้มเหลวกลางทางเป็นสิ่งที่ทำได้อยาก
ต่อให้คุณใช้เวลาทั้งชาติในการเรียนรู้ แต่คุณไม่ยอมเปิดใจยอมรับซึ่งกันละกัน คุณยังจมอยู่กับอดีตที่เกิดขึ้น หรือคิดในหัวตัวเองตลอดว่าเค้าต้องเข้าใจเราเท่านั้น ทั้งหมดนี่มันไม่สมควรเรียกว่าความรัก แต่มันควรเรียกว่าความเห็นแก่ตัว โดยใช้ความรักเป็นข้ออ้าง  

บางครั้งคุณต้องเข้าใจว่าเวลาไม่ใช่ทุกอย่าง
เมื่อความรักของคุณนั้นใช้เวลามากเกินไป คุณจะเริ่มเหนื่อย ถ้าคุณเหนื่อยและพยายามปรับตัวต่อไปเรื่อยๆ คุณจะเริ่มท้อ ละพอคุณท้อ คุณจะเริ่มเข้าใจตัวเองว่าสิ่งที่คุณทำนั้นมัน Useless แค่ไหน ?
และเมื่อคุณมาถึงจุดนี้ นั้นหมายความว่าคุณได้สิ้นหวังกับความรักครั้งนี้แล้ว !!!
มันขึ้นอยู่กับคุณ ว่าคุณจะรักษามันให้ไปต่อ หรือคุณจะจบมันละเริ่มเส้นทางใหม่ ...
แต่ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน สิ่งที่คุณจะเจอคือการรู้สึกผิด คุณรู้สึกผิดกับตัวเองในเรื่องเวลาที่เสียไปอย่างไม่เกิดประโยชน์ (มองโลกในแง่ดีคือเราได้เรียนรู้นิสัยคน แต่มันใช่หรอ ?)

คุณไม่สามารถรักษาความรักไว้ได้ด้วยเวลา
ต่อให้คุณใช้เวลาทั้งชาติในชีวิตเพื่อรักษา เรียนรู้ หรืออื่นๆ แต่ถ้าระหว่างทางคุณไม่มีความสุขเนื่องจากตลอดการเดินทาง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
คุณต้องทนอยู่กับสิ่งเดิมๆ ที่ทำไปวันๆ แต่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา ทะเลาะกันในเรื่องเดิมๆ ความชอบที่ไม่ตรงกัน นิสัยที่เข้าไม่ได้ ถามตรงๆ คุณคิดว่ามันโอเคหรอ ที่ต้องอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ ถ้าคุณชอบการทรมานตัวเอง นี่คือทางเลือกที่ดีเหมือนกัน แต่มันใช่หรอ ?
เราจะใช้ชีวิตอันมีค่าของเราในเวอร์ชั่นแบบนี้หรอ ?
 
ถ้าคุณรู้ขนาดนี้แล้ว คุณจะเลือกรักษาหรือจบลง มันอยู่ที่ตัวคุณเอง
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคับ :)

ขอให้เวลาจงสถิตอยู่กับท่าน - May the time be with you
 
SHARE
Writer
Snoopy1996
Developer
ก้อแค่คนซึมเศร้า ที่อยากระบายความซึมเศร้า ด้วยตัวอักษร :D

Comments