เห็น ไม่เป็น
เห็น ไม่เป็น - ยอมรับ ไม่ผลักไส


บทเรียนในชีวิตก็อาจคล้ายกันกับบทเรียนในชั้นเรียน ตรงที่การเรียนทฤษฎีอาจทำให้สมองเราเข้าใจ แต่การปฏิบัติและการประสบกับสถานการณ์นั้นจริงๆ จะทำให้หัวใจของเราเข้าใจและรู้สึก

บางบทเรียนของชีวิต เราอาจได้ฟังทฤษฎีมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กว่าจะเข้าใจได้นั้น อาจต้องใช้เวลานานหลายปี หรือต้องผ่านความเจ็บปวดนานหลายหนทีเดียว เมื่อคืน เราก็เพิ่งได้เรียนรู้อีกบทเรียนหนึ่งจากประสบการณ์ตรง นั่นคือ การดูความรู้สึกแบบไม่เข้าไปเป็น และ การไม่ผลักไสสิ่งที่ไม่ชอบใจนั้นทำให้ใจเบาสบาย

เหตุการณ์ของเมื่อคืนนี้ คือแม่เราไอและจามดังมากกก และติดต่อกันนานมากกก เราเองก็ตื่นมากลางดึกเพราะเสียงนั้น

ยอมรับเลยว่าหงุดหงิด และรู้สึกทุรนทุรายในใจ
ก็พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของเรานี่นา เราก็เลยหวังไว้ว่าจะนอนให้เต็มอิ่มและตื่นสายสักหน่อย พอถูกปลุกมาแต่เช้ามืดแบบนี้ ปุถุชนแบบเราก็เลยเผลอหงุดหงิดใจเป็นธรรมดา

แต่ก็นั่นล่ะ เพราะความขัดใจครั้งนี้ ก็เลยทำให้เราได้สัมผัสและเรียนรู้บทเรียน ที่ได้ยินได้ฟังมานานเสียที

เมื่อคืนพอแม่ไอ ด้วยความที่ไม่สามารถจะทำอะไรได้ในตอนนั้น ใจจึงได้แต่แบกความหงุดหงิด ความขัดเคืองใจไว้แบบนั้น แบกไว้นานพอควร ใจคิดแต่ว่า เมื่อไหร่แม่จะหยุดไอ ใจบีบคั้นเพราะปรารถนาให้แม่หยุดไอ

ซึ่งพอผ่านไประยะหนึ่ง อยู่ดีๆ ใจก็รู้สึกสยบยอมไปเสียอย่างนั้น มันคิดว่า เอาเถอะ... มาเลย... เข้ามาเลย... ดูซิ ว่าจะเป็นยังไง

เสี้ยวขณะที่รู้สึกโอบรับสิ่งที่ขัดใจโดยไม่ผลักไส ให้ผลเป็นไปในแบบที่ครูบาอาจารย์ได้เคยบอกไว้เมื่อนานมาแล้ว นั่นคือ ใจรู้สึกเบาสบายขึ้นมาทันที ความทุรนทุรายที่เคยมีก่อนนี้ ก็หายไปแทบจะในทันที

แค่เรายอมรับและไม่ผลักไส

นอกจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นอีกเมื่อใจเรารู้สึกได้แบบนั้นคือ แม่ยังคงไออยู่ เสียงไอของแม่ยังคงดังแบบเดิม แต่ใจเรายังคงรู้สึกสงบได้

สิ่งนี้เลยทำให้เราได้รู้ว่า จริงๆ แล้วเราสามารถที่จะอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย หรือสิ่งไม่ชอบใจ ด้วยใจที่เป็นปกติได้จริงๆ (ซึ่งแน่นอนว่าเราได้ยินอะไรทำนองนี้มานานแล้ว แต่มีไม่กี่ครั้งหรอก ที่รู้สึกได้แบบนั้นจริงๆ )

เมื่อคืนเราเลยได้มองดู มองดูเสียงไอและมองดูใจเรา แน่นอนว่าท้ายสุดแม่ก็หยุดไอเช่นทุกวัน แต่ต่างตรงที่วันนี้ ระยะเวลาในการหงุดหงิดใจของเรานั้นสั้นลง

เรื่องนี้เลยทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องการยอมรับ การมองดูสิ่งที่ไม่ถูกใจ ทั้งจากภายนอกและภายใน สบตากับสิ่งนั้นโดยไม่เข้าไปเป็น และยังทำให้เราได้เรียนรู้ว่า การยอมรับ การโอบกอดความรู้สึกหรือสิ่งที่ขัดใจโดยไม่พยายามผลักไสนั้น ทำให้ใจเบาสบายขึ้นเยอะ

สิ่งๆ หนึ่งจะทำให้เราทุกข์หรือปกติ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งนั้น แต่ขึ้นอยู่กับการวางใจ ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาทางใจเราที่มีต่อสิ่งนั้นๆ

มันคงเป็นแบบนั้นจริงๆ.
29.01.63
SHARE
Writer
anatcha
photographer and life learner
ช่างภาพฝึกหัดที่กำลังสนใจเรื่องความสัมพันธ์และการเจริญสติ ชอบฟังมากกว่าชอบพูด ชอบเล่าเรื่องด้วยภาพพอๆ กับชอบเขียน.

Comments