ฉันที่เรียนออกแบบ แต่กลัวการออกแบบ
เรื่องนี้จะขอเล่าเรื่องของตัวฉัน ด้วยหลังๆเริ่มรู้สึกว่าอยากเล่าเรื่องจากประสบการณ์ตรงมากขึ้น ในฐานะที่เรายังเด็ก และความคิดก็ยังคงไม่กว้างไกลแบบผู้ใหญ่
จึงค่อนข้างลำบากในการใช้ถ้อยคำพรรณาถึงความรู้สึกให้ชัดเจน เพราะ ลึกๆแล้วเราเองยังคงสับสนอยู่ไม่น้อยเลย

ในวันนี้ฉันยังเรียนอยู่แค่ปี 1 ในเรื่องของการออกแบบ
แน่นอนว่าฉันได้เรียนศิลปะในแบบที่ฉันชอบ
และเลือกที่จะเรียนด้วยตัวเอง ตัดสินใจอยู่นานกว่าจะจริงจังด้านนี้ เพราะ พอรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์อยู่บ้าง
แต่ยังขาดการฝึกฝน และทักษะหลายๆด้านที่จะนำมาใช้ประกอบอาชีพ ฉันยังจำความรู้สึกหวาดกลัวนั้นได้
กลัวว่าทางที่เลือกจะเป็นนรกให้คนรอบข้าง
กลัวว่าฉันจะกลายเป็นคนตกงาน เป็นศิลปินไส้แห้งที่ต้องคอยพึ่งแต่คนอื่นๆ ทำมาหากินเองไม่ได้...
 .. ฉันกลัว และความกลัวไม่ได้หายไปไหน
มันยังคงกัดกินหัวใจ แค่ฉันเลือกที่จะเลิกสนใจมันแล้ว
มันทำให้เป็นทุกข์ไปเปล่าๆ  ที่สำคัญคือ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะอยู่ มีชีวิตรอดไปได้จนถึงวันไหน
พรุ่งนี้อาจไม่มีฉันอยู่บนโลกนี้แล้วก็ได้
ดังนั้น ถ้าตัวฉันเองอยากทำอะไรจริงๆ แม้แรงจูงใจเหล่านั้นมาจากปัจจัยภายนอก โดยที่ภายในยังคงเรียกร้องให้ตอบรับไป เมื่อนั้นฉันควรที่จะลงมือทำ
ทำไปเถอะ อย่างน้อยจะได้เคยเรียนนะ อย่างน้อยได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นั่นนะ  แค่นี้ก็รู้สึกไม่เสียชาติเกิดแล้ว.. ไม่รู้อะไรดลใจให้คิดแบบนั้น แต่มันก็อุ่นใจทุกครั้งที่คิดถึงคำพูดเหล่านี้ ว่าเราน่ะมาถูกทางแล้ว

ฉันเลือกเรียนออกแบบ แทนที่จะเรียนสายศิลปะโดยตรงแบบจิตรกรรม ด้วยยังห่วงอนาคตตัวเองว่าจะสู้คนที่เก่งกาจฝีมือชั้นครูไม่ได้หรอก ....
 ..หลายคนพยายามบ่มเพาะความคิดฉันให้รู้ว่ามันหางานยากแค่ไหน ถ้าเป็นศิลปินไม่ได้ ก็ต้องเป็น..ครู
และ "ครู" เป็นหนึ่งในลิสต์อาชีพที่ฉันจะไม่เป็นแน่ๆ

ฉันชอบเรียนศิลปะ ทุกวิชาที่เกี่ยวกับสายนี้ดูน่าสนใจไปหมด ทั้งงานวาดเส้น งานสีน้ำ งานปั้น เรียนแล้วเหมือนได้พักผ่อน ได้ใช้เวลากับตัวเอง ได้ทบทวน
เรียนรู้ผ่านสายตาของตัวเอง มันสนุกมากๆเลย และสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นอีกคงเป็นเพราะตัวฉันทำมันออกมาดี ดีจนติดโพลล์คนแรกๆของห้องด้วยซ้ำ
ซึ่งมันเป็นกำลังใจชิ้นใหญ่เลยล่ะ ที่ทำให้ยิ่งชอบ
วิชาเหล่านี้ขึ้นไปอีก.. 
     เอาเข้าจริงฉันคิดว่าตัวเองไม่ได้มาเรียนด้วยซ้ำ
เหมือนมารวมกลุ่มทำงานอดิเรกเรื่อยๆ ชีวิตมีความสุขกับการรอคอยคาบถัดไปที่จะได้วาดอีก ทำอีก 

แต่เมื่อถึงวิชาที่เป็นสายอาชีพของฉันโดยตรง
คือการออกแบบนิเทศศิลป์ ที่จะต้องทำสิ่งต่างๆให้สื่อสารออกมาได้ง่ายขึ้น ให้ผู้รับเข้าใจได้อย่างชัดเจน
ซึ่งตัวงานมีหลายอย่างให้ทำเต็มไปหมด ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนเริ่มไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ  เช่น การจัดวางองค์ประกอบ การออกแบบฟอนต์ การใช้สี การทำโมเดล
// ตัวฉันเองไม่ได้เกลียดงานออกแบบหรอก
ฉันค่อนข้างคิดไว และทำงานไวมากๆ แบบที่ให้เสร็จไปก่อนค่อยมาเก็บงานทีหลัง (ด้วยเทคนิคที่ฉันใช้มันกับงานวาดเส้นด้วย)จึงทำให้งานหลายชิ้นดูไม่ปราณีตพอที่อาจารย์จะกล่าวชมว่าเธอตั้งใจทำ..
  
แล้วฉันไม่ตั้งใจทำงานหรอ? 
ฉันได้แต่สงสัยและโทษตัวเองจนแล้วจนเล่า
เรามันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ.. หรือเราไม่เหมาะกับมันจริงๆกันนะ ฉันควรตัดสินใจเรียนจิตรกรรมสิ จะได้เรียนแต่วิชาที่ฉันชอบ ฉันรู้..ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆอยู่ดี เส้นทางนั้นก็คงมีหลายสิ่งที่ยากลำบากไม่ต่างกัน 

อยู่ที่นี่ฉันเจออาจารย์ที่มากด้วยประสบการณ์และความสามารถ ทุกคนล้วนมีชื่อเสียงจากที่ต่างๆ
พร้อมที่จะให้ความรู้ และวิจารณ์งาน.. ของลูกศิษย์
" งานชิ้นนี้คิดว่าไงคะ? "
" เฉยๆนะ "
เสียงอาจารย์สองท่านคุยกันต่อหน้าตัวฉันเพื่อให้ฟังคำเหล่านี้หรอ.. ฉันยอมรับว่ามันไม่โดดเด่นพอจะเข้าตาของเขา แต่การพูดแบบนั้นกับเด็กที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ ฉันว่ามันแรงไปนะ .. 
//ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ คำพูดแค่นั้นก็รั้งฉันให้วิตกอยู่จนตอนนี้.. 
    
    ในวันนั้นเป็นวันเดียวกันกับเพื่อนอีกคนที่นั่งข้างๆได้รับคำชื่นชมมากมาย เสียงปรบมือเกรียวกราว อาจารย์ให้ยกงานของเธอไปถ่ายรูปที่โต๊ะด้านหน้า
เธอหยิบมันยกไปด้วยรอยยิ้มดีใจ .. 
ฉันเองอยากดีใจกับเพื่อนนะ แต่วินาทีนั้นยิ้มไม่ออกจริงๆ ไม่รู้ว่าตัวเองทำสีหน้ายังไงด้วยซ้ำ ก้ำกึ่งจะร้องไห้ แต่ยังคงต้องแสดงความยินดี..  
   ฉันยิ้มแบบไม่ให้รู้สึกถึงด้านในให้กับเธอตอนที่ยกงานกลับมาที่โต๊ะ .. แบบที่เพื่อนควรจะทำ
" ยินดีด้วยนะ ไม่เสียแรงที่ลำบากแล้ว :) "
ฉันเข้าใจ เธอควรได้รับมันอยู่แล้ว เธอเป็นคนปราณีต
ให้เวลากับการทำงานที่ละเอียดอ่อนมากๆ  ดีใจด้วยนะ

ฉันว่า ฉันคงจบเรื่องนี้แบบสวยๆไม่ได้แล้ว..
ตอนนี้ในใจได้แต่ครุ่นคิดว่าตัวเองยังเป็นนักออกแบบที่ดีได้อยู่รึป่าว ..จะกลัวคำวิจารณ์ในอนาคตอีกมั้ย
 ..จะเกาะกับมันไปถึงเมื่อไหร่ 
      ...จะต้องสลัดมันหลุดในสักวันให้ได้ :)


#ฉันแค่อยากเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ได้ใช้ชีวิตบนโลกอย่างมีความสุขเต็มไปด้วยเรื่องราวของความทรงจำ 



 

SHARE
Written in this book
ฉันคือนักศึกษา
ช่วงชีวิตที่เป็นนักศึกษา ผู้หาความรู้ด้านการออกแบบมาประดับประดาศรีษะเอาไว้
Writer
Kotcha_P
Salamander
ชอบเก็บทุกอย่างมาเป็นบทเรียน คิดเล็ก คิดน้อย และไม่คิดอะไรเลย

Comments

Pearlcm
8 months ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ เราเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ ❤️
Reply
Kotcha_P
8 months ago
ขอบคุณมากๆนะคะ ดีใจที่มีคนรับฟัง และเข้าใจค่ะ❤
Kotcha_P
8 months ago
ขอบคุณมากๆนะคะ ดีใจที่มีคนรับฟัง และเข้าใจค่ะ❤
Ffourth
8 months ago
เราเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ💓 แล้วก็คุณเป็นนักออกแบบที่ดีในอนาคตได้อยู่แล้วค่ะ✨
Reply
Kotcha_P
8 months ago
จะพยายามทำให้ได้เลยค่ะ ☺ ขอบคุณนะคะ
Piengwajee
8 months ago
ถ้ารักในสิ่งที่ทำอยู่ ทำมันไปเถอะค่ะ คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่าง บางทีน่ะนะ คุณค่าของงานหรือสิ่งบางอย่าง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่าประสบความสำเร็จหรือไม่หรอกค่ะ แต่อยู่ที่ความพยายามต่างหาก เพราะฉะนั้น อย่าท้อนะคะ สิ่งดีๆกำลังรออยู่น้า ❤️⭐️
Reply
Kotcha_P
8 months ago
มีคนมากมายเลยที่แม้อายุมากแล้วแต่ก็ยังไม่ย่อท้อที่จะประสบความสำเร็จ เราเองก็จะพยายามให้เต็มที่นะคะ เส้นชัยของเราแค่ให้คนรอบข้างมีความสุข เรามีความสุข เท่านั้นก็สำเร็จแล้วล่ะค่ะ ^^
B_Butterflies13
8 months ago
อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปเลยนะคะ  ด้านความปราณีตเพื่อนเราอาจจะได้คำชมมากกว่าเรา เเต่มันต้องมีสักด้านสิที่เราถนัด สู้ๆนะคะ เราก็เรียนสายออกเเบบเหมือนกัน โดนดุจนน้ำตาเล็ดก็เคยมาเเล้ว คุณค่ามันอยู่ที่คุณให้ค่ามันมากน้อยเเค่ไหน อย่าสนคำคนมากมายเลยค่ะ ว่างๆก็ออกไปเที่ยว ไปดูผู้คน ไปหาinspiration ใหม่ๆ มาพัฒนาตัวเองต่อไปนะคะ 
Reply
Kotcha_P
8 months ago
ดีใจที่มีคนเข้าใจแบบหัวอกเดียวกันนะคะ;;
งานออกแบบ สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือคำวิจารณ์
สุดท้ายแล้วเราก็ต้องปรับตัวที่จะยอมรับมันให้ได้
แม้คำพูดเหล่านั้นจะกัดกร่อนหัวใจแค่ไหน
//ขอบคุณนะคะ//
เราจะพยายามใส่ใจคำพูดที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าดีกว่าคำวิจารณ์ที่แสนเจ็บปวดเหล่านั้นค่ะ❤