นาฬิกาทราย ฝันร้าย และโซ่ตรวน
“เฮือก”

หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นในห้องนอนแคบ ๆ นัยน์ตาเบิกโพลง มือทั้งสองกุมหัวของตนไว้แน่น

ฉันฝันร้าย...ฝันร้ายอีกแล้ว


เป็นฝันร้ายครั้งที่1092


นางแผดเสียงลั่นอย่างคนเสียสติ กรอกตาไปรอบ ๆ ห้องสีดำสนิท ไม่มีแม้แสงตะวันจะสาดเข้ามา นางรีบลุกออกจากเตียงนอน หากแต่โซ่ตรวนที่ผูกติดกับข้อเท้าทั้งสองข้างรั้งเธอไว้...นางดิ้นพล่านประหนึ่งปลาในแห หวังจะให้โซ่ตรวนนั้นหลุดออก แต่นั่นกลับไม่เป็นผล โซ่นั้นรัดแน่นเกินกว่าจะสะบัดออกได้ง่าย ๆ

ยิ่งดิ้นยิ่งเป็นแผล แผลนั้นกรีดลึกจนบันดาลเลือดสีแดงสดจากเนื้อของมนุษย์ผู้พ่ายแพ้ให้หลั่งไหลออก นางร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง

“ช่วยด้วย!!!”

สิ้นเสียงแหบพร่านั้น อากาศธาตุภายในห้องหมุนวนดลให้เกิดเรื่องอัศจรรย์ ชายหนุ่มหมวกดำเดินเข้ามาใกล้นาง

“คุณเป็นใคร”

เขาขยับหมวกเผยให้เห็นใบหน้าเรียว สายตาคู่นั้นเหลือบมองคราบโลหิตที่ไหลเปรอะผ้าปูที่นอน

“ปลดโซ่ตรวนให้ฉันที”

อีกฝ่ายทำตามคำสั่ง เสียงโซ่ตรวนพวกนั้นดังกระทบพื้น หญิงสาวถูกปลดเปลื้องให้พ้นจากพันธนาการ ความคิดดีใจโลดแล่นในหัวไม่มีหยุด

ฉันเป็นอิสระแล้ว


นางจะเดินไปตามแต่ใจปรารถนา
นางจะโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความสง่าและมีเกียรติ
และที่สำคัญ...นางจะไม่หันกลับมามองความโหดร้ายนี้อีกเป็นอันขาด

คิดได้เช่นนั้นนางก็ดีใจ ขยับขาเพื่อก้าวเดินดั่งที่ใจหวัง

เจ็บเหลือเกิน...


แม้ไม่มีโซ่ตรวนคล้องไว้เหมือนเมื่อก่อน หากแต่เท้าของนางเจ็บปวดรวดร้าว เลือดสีแดงยังคงไหลจากแผลสดไม่หยุด

“เอายามาให้ฉัน” นางพูดกับชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง เขาไม่ตอบ หากแต่ยื่นบางอย่างให้แก่นาง

นาฬิกาทราย...

“ฉันต้องการยา”

“นี่คือยาที่ดีที่สุด” เขากล่าว

เพราะไม่มียาใดในโลกวิเศษไปกว่าเวลาในทุกเสี้ยวนาที
นางถามว่าเมื่อไรกันที่แผลจะหายดี

ชายหนุ่มตอบว่า “จนกว่าทรายในขวดแก้วจะร่วงล่นลงกระทบอีกฝั่งได้หมดทุกเม็ด เมื่อยามนั้นเธอจะหายดีเอง”

นางถามต่อว่า นางจะมีแผลเป็นที่ข้อเท้าไปตลอดชีวิตหรือไม่

ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ เขายืนยันหนักแน่นว่ามี นางจะมีแผลเป็นที่ข้อเท้าไปตลอดชีวิต นางได้ฟังดังนั้นก็กรีดร้องลั่น นางไม่อยากมีแผลเป็นติดตัว เพราะนั่นคือตราประทับแห่งความเจ็บปวด เมื่อนางมองมันเมื่อไร หมายความว่าฝันร้ายจะตามมาหลอกหลอนไม่รู้จักจบสิ้น

ชายหนุ่มไม่ตอบ หากแต่ก้มลงมองที่ข้อเท้าของตน บุรุษผู้นั้นก็มีแผลเป็นไม่ต่างอะไรจากเธอ

เขาเจ็บปวดเหมือนเธอ เขามีแผลเป็นที่เดียวกับเธอ แต่เขาก้าวเดินได้อย่างสง่าต่างจากเธอ

“ยาของคุณคืออะไร คุณเดินได้เหมือนคนปกติ ไม่สนใจว่าใครจะมองแผลเป็นบนข้อเท้านั้น คุณทำได้อย่างไร...”

เขาหยิบของสิ่งหนึ่งออกจากกระเป๋า นาฬิกาทรายนั้นมีทรายกองอยู่ที่เดียว ไม่มีทรายล่วงหล่นอีกแล้ว

นางเข้าใจในทันที...

โซ่ตรวนคือฝันร้าย
ฝันร้ายคืออดีตที่คอยตามหลอกหลอนนาง
บาดแผลคือความเจ็บปวดที่นางได้รับ
แผลเป็นคือความเจ็บปวดที่ยังไม่หายไป
และสุดท้าย...กาลเวลาคือเครื่องมือพัดพาความเจ็บปวดจากใจ

นางพลิกนาฬิกาทราย ปล่อยให้ทรายเม็ดละเอียดไหลลงสู่ที่ต่ำเม็ดแล้วเม็ดเล่า รอวันที่เธอจะกลับมาเดินได้ และไม่ฝันร้ายอีกครั้ง

ชายหนุ่มยิ้มให้นาง บันดาลตนให้หายจากห้องไปในทันที เขาไม่โผล่มาให้นางเห็นอีก

วันและคืนผ่านไป

ฝันร้ายที่1131

ฝันร้ายที่1132

ฝันร้ายที่1235

ฝันร้ายที่1236

ฝันร้ายที่2890

ฝันร้ายที่2992

“เฮือก”

นางลืมตาโพลง ในที่สุดฝันร้ายที่2999 ก็ผ่านไป

นางเหลือมองนาฬิกาทรายข้างเตียง เม็ดทรายพวกนั้นหล่นลงไปกองที่ก้นขวด ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อีกต่อไป 
นางมองที่ข้อเท้า แผลเป็นขนาดใหญ่ยังคงอยู่ หากแต่นางขยับเท้าได้ตามปกติ

นางไม่เจ็บอีกแล้ว...


เป็นครั้งแรกที่ห้องสีดำกลายเป็นสีขาว นางได้ไออุ่นจากแสงตะวันครั้งแรก

นางไม่กรีดร้อง ไม่ร้องไห้ ไม่พยายามดิ้นพล่านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

ที่สำคัญ...นางเข้มแข็งพอที่จะก้าวเดินไปตามแต่ใจปรารถนา โดยไม่สนใจแผลเป็นบนข้อเท้านั้นอีก

‘สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดคืออะไร คือตัวเราในอดีต หรือตัวเราในปัจจุบันที่กำลังควานหาอดีตกันแน่’


วันนี้นางรู้คำตอบแล้ว


#Annamel

SHARE
Writer
Annamel
anonymous
บุคคลสมมติผู้เป็นนิรนาม

Comments