ข้อคิดจากอาม่า
ลืมว่า อาทิตย์หน้าไปเที่ยวกับแผนก เล่าเลยแล้วกัน

อาม่าผมอายุ 90 กว่าแล้ว พึ่งจะหกล้มเมื่อ 1-2 ปีก่อน หลังจากนั้น อาม่า ก็แทบไม่ได้ยืนอีกเลย
เมื่อก่อน อาม่าจะชอบท่องหนังสือสวดมนต์ ฟังหนังสือสวดมนต์ เคยไปเรียนไท๊เก๊กที่สวมลุม
ตอนสาวๆ อาม่ามาจากเมืองจีน ก็ ทำหลายอย่างช่วงที่อากงไม่สบาย ประเภท แบกของใส่หาบไปขาย

ตอนนี้ อาม่าต้องให้อา ทำความสะอาดเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ หูตึง ตามองไม่ค่อยเห็น เป็นอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาม่ายอมลุกขึ้นมายืนน้อยลงเรื่อยๆ บอกว่า เจ็บ
บ่นเรื่อยๆว่าหิว 

อยากแชร์ส่วนที่น่าจะช่วยป้องกันชะลอก่อนสำหรับคนสูงวัยในบ้านก่อน
อัลไซเมอร์
- ก่อนหน้าที่จะแสดงเรื่องอัลไซเมอร์มากๆ  อาม่า กินบ่อยมาก กินตลอดเวลาตอนกลางคืน
- อาม่า เริ่ม พูดขึ้นมาว่า  จำไม่ได้
ปัจจุบัน มียากินช่วยเพื่อชดเชยให้สมองมีฮอร์โมนชดเชย ยิ่งรู้เร็ว ไปหาหมอเช็คก่อนก็ได้ จะยิ่งดี

ล้ม
- อันนี้ยาก เพราะปกติคนแก่ก็อยู่บ้านคนเดียวได้ก็ปล่อยเขาอยู่คนเดียว เพราะแต่ละคนก็ต้องทำงาน แต่ผมแชร์ข้อมูลให้ฟังว่า ส่วนใหญ่เกินครึ่ง จะล้มเวลาอยู่ในห้องน้ำ กับเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า
ห้องน้ำ มีการแยกโซนแห้งกับเปียกแล้วหรือยัง 
ลองคิดว่า ถ้ามีสถานการณ์ฉุกเฉิน เราจะสามารถเข้าห้องน้ำโดยที่ยังล็อกกลอนอยู่ได้รึเปล่า
ถ้ายังให้เขามาเปลี่ยนอีกห้องนึงเลยดีกว่าไหม 
ส่วนเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะมันมีการยกขาถ้าหากางเกงหรือวิธีที่ไม่ต้องยกขาข้างนึงได้ ก็น่าจะดี แต่ก้มก็ไม่ได้ เผื่อใครจะออกเป็นสินค้าขาผู้มีอายุ ก็น่าสนใจ

การป้องกัน/ชะลอ โดยตัวเราเอง
แน่นอนว่า ของทุกอย่างมีความเสื่อมตามธรรมชาติ แต่เราสามารถชะลอได้ด้วยตัวเอง
ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัว ก็เลยอยากมาเล่าสู่กันฟังว่า อย่างน้อย น่าจะเตรียมตัวอะไรบ้าง

- เตรียมตัว หาคุณค่าให้ชีวิต  ได้ยินจาก พี่โจ้ ธนา เขาเล่าให้ฟังว่า คุณแม่เขาดูสาวมาก เพราะตอนนี้ทำงานช่วยเหลือสังคม แล้วรู้สึกมีความสุข หรือกระทั่งคุณสตีเฟ่น ฮอว์กิ้น ก็มีชีวิตสูงวัยขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าชื่นชม ผมว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นพลังทำให้เรา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้มากที่สุด
และช่วยเวลาไม่ให้เราท้อเมื่อเราเริ่มเจอความเจ็บป่วยตามธรรมชาติ

- เตรียมตัว ฝึกกำลังใจ กำลังใจก็เหมือนกำลังกาย ต้องค่อยๆหัดถึงจะได้มา 
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เราต้องพยายามเจ็บเพื่อให้ร่างกายคงตัวอยู่ได้ เมื่อกล้ามเนื้อเจ็บแล้วพัก กล้ามเนื้อจึงจะแข็งแรง 
ลองอ่านธรรมะบ้าง  เอาไว้เป็นหลักในการคิด หากว่า ตามองไม่ค่อยเห็นแล้ว หูฟังไม่ได้ยินแล้ว 
ฝึกให้ชินกับความหิว หากว่า หิว ก็เพียงรู้ว่า หิว ไม่จำเป็นต้องอิิ่มตลอดเวลา หิวก็ดี ร่างกายจะได้แข็งแรง  ได้ฟังมาว่า ถ้าร่างกายไม่ไหวแล้ว จะไม่กิน ก็ไม่ต้องตกใจ ร่างกายระยะสุดท้ายที่กินไม่ได้นี้แหละ จะหลั่งสารคล้ายๆสารเสพติดทำให้มีความสุขในระยะสุดท้ายก่อนจะจากไป
ฝึกพอใจในสิ่งที่ได้รับ มากกว่าสิ่งที่ไม่ได้รับ  พอสมองเราเสื่อมเรื่อยๆ เราจะเหมือนเด็ก ประสบการณ์ที่ผ่านมา สิ่งที่เรารับรู้/ ความรู้ตลอดชีวิต ทำให้เราต่างจากเด็กงอแงได้อย่างไร

- เตรียมตัว ฝีกร่างกาย ให้ขะลอความเสื่อม
ฝึกบริหารกล้ามเนื้อตา
ฝึกไท๊เก๊ก โยคะแค่ยืน ยืดเหยียดก็ทำได้แล้ว 
ฝึกให้ร่างกายมีสมดุลมากขึ้น กันล้ม  การไขว้ขาข้างนึงแล้วหลับตา
ฝึกให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรง  นั่งเก้าอี้ มือกอดอก ขาข้างนึงเหยียด แล้วลุกขึ้นมา
ฝึกให้นอนเร็วตอน 4 ทุ่ม การนอนเร็วจะทำให้ร่างกายกำจัดสารที่ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมได้

มีคนเคยบอกว่า ความตายก็เหมือนสาวงาม  เขายิ้มมา เราก็ได้แต่ยิ้มตอบ
เราก็ลองแต่งตัวให้พร้อมจะไปเจอสาวงามแล้วกันนะ 




SHARE

Comments