ชั้นจะเรียกมันว่า การออกเดท
การเตรียมตัวมักทำให้เรารู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น
เหมือนกับการใช้เวลาเลือกเสื้อผ้า 
ใส่ๆ ถอดๆ จนกว่าจะมั่นใจว่ามันทำให้เราดูดีและไม่ดูตั้งใจมากจนเกินไป

ถ้าถามว่าตั้งใจแต่งตัวขนาดนี้ ต้องมีเดทใช่มั้ย ?
ตอบเลยว่า ชั้นคิดว่าใช่นะ !!
และเป็นเดทที่ชั้น "ชวนก่อน" ด้วยล่ะ หื้มมม สมกับเป็นผู้หญิงตรงไปตรงมาจริงๆ เลย ฮ่าๆ
ตอนที่พิมพ์อยู่นี่ก็อมยิ้มมุมปากตลอด ช่างเป็นช่วงเวลาที่สวยงามจริงๆ นะ

ชั้นไปเจอมนุษย์ถั่วมาล่ะ 
ก็คนๆ นั้นไง 
คนที่อยู่ๆ ก็โผล่เข้ามาในชีวิตของชั้นที่กำลังจมดิ่งกับรักครั้งเก่าในบรรยากาศเหงาๆ ที่จังหวัดตรังน่ะ
เชื่อมั้ย เค้าขอไอจีชั้นเมื่อครั้งแรกที่เราเจอกัน 
ชั้นเลยได้รู้จักตัวตนของเค้าเพิ่มมากขึ้นจากการส่องไอจีแบบผ่านๆ 
อื้ม ยอด Follower ทะลุพันกว่า ก็ดูเป็นคนดังใช้ได้เลยนะเนี่ย 
แต่เป็นครั้งเดียวจริงๆ นะที่ชั้นเข้าไปส่องแบบผ่าน ๆ 
อาจเพราะโลกของไอจีคือโลกแห่งความสวยงามที่เราอยากนำเสนอให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ 
มันทำให้ชั้นสัมผัสตัวตนจริงๆ ของเค้าไม่ได้หรอก ชั้นเชื่ออย่างนั้น


อ๊ะ มาพูดกันเรื่องเดทดีกว่า เริ่ม !!

พอถึงวันนัด ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด ตัวชั้นที่มีธุระมากมายต้องจัดการ
แต่ในที่สุดก็ได้เจอกัน 
โดยที่ชั้นเลทไปนิดหน่อย 
โคตรรู้สึกผิดเลยล่ะเพราะเขาบ่นว่าหิว 
ที่สำคัญเป็นการเดทที่ความแตก! กับที่ทำงาน
เพราะพี่ๆ ที่ทำงานยืนกรานจะรอส่งชั้นที่ล้อบบี้โรงแรม 
และดันเห็นเค้าที่ลดกระจกลงมาตอนเรียกชั้นให้ขึ้นรถ 
"ถ้านกขึ้นมา นี่หมาเลยนะ"  //พูดกับตัวเอง T^T

เรานั่งรถไปกินข้าวข้างๆ มหาลัยแห่งหนึ่ง วนรถอยู่นานมาก สี่ห้ารอบ 
ระหว่างนั้นเราก็คุยเรื่องนู้นนี้ไปเรื่อยๆ 
สุดท้ายต้องไปจอดในมหาลัยแล้วยอมเดินออกมาแทน

มันเป็นสถานที่ๆ พูดได้ว่า ชั้นไม่คุ้นเคยเลย 
แต่เป็นที่ๆ มีแต่ผู้คนที่เค้ารู้จัก
เค้าใส่ mask ก่อนลงจากรถ 
จนชั้นอดแซวไม่ได้ว่า เค้าตั้งใจกันสิ่งแปลกปลอมหรือกันคนรู้จักกันแน่ ฮ่าๆ 
แต่จนแล้วจนรอดก็มีผู้คนเข้ามาทักทายและแซวเค้าตลอดทางทั้งขาไปและกลับ


เราตกลงกันว่าจะกินสุกกี้ 
จริงๆ เค้าบอกว่าตั้งใจจะพาชั้นไปกินย่างเนย
แต่เห็นชั้นกินข้าวกับที่ทำงานมาบ้างแล้ว
เลยเปลี่ยนเป็นสุกกี้ร้านอร่อยแทน 

ชั้นชอบกินสุกกี้นะแต่วันนั้นไม่รู้รสชาติเลยล่ะ 
จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าอร่อยจริงๆ รึป่าว 
เพราะมัวแต่ฟังและมองเค้าเล่นมุกกากๆ ที่ "น่ารักชะมัด"


ทานมื้อหลักกันเสร็จก็จุกไปเลยล่ะ เราตกลงกันว่าจะไปหาของหวานกินต่อ 
แต่เหมือนเป็นการทรมานเราทั้งคู่เพราะจุกกันมากจริงๆ 
เดินวนๆๆ จนโดนแซวไปอีกหนึ่งกลุ่ม 
ชั้นเลยชวนเค้าไปหาที่เงียบๆ นั่งคุยกัน 
(คนจริงก็งี้แหละ ตอนนั้นคือใจหายมากเพราะกลัวออกตัวแรงเกินไป) 
เค้าก็พามานั่งคุยบริเวณริมสระน้ำแห่งหนึ่ง 
เค้าบอกว่าไม่เคยมาที่นี่เลย จริงๆมันเป็นที่ๆผู้คนจะมานั่งจีบกัน
ชั้นเลยบอกว่า " เรามาในฐานะพี่น้องก็ได้นี่ ... (' -.-) "

ตอนแรกเรานั่งอยู่ในรถแลกเปลี่ยนเพลงที่ฟังกันไปเรื่อยๆ 
ชั้นรู้สึกดีที่เรามีเทสเพลงคล้ายๆกัน
มันเลยทำให้ปลื้มเข้าไปใหญ่ 
เราพูดคุยและร้องเพลงเสียงดังๆ ร้องเนื้อผิดๆถูกๆ แต่สนุกมากเลย 
เค้าเคยพูดว่าเรื่องเล่นดนตรีเค้าสู้ได้นะแต่เรื่องร้องเพลงขอยอมแพ้จริงๆ 
นี่อยากบอกว่า คิดถูกแล้วค่ะ555555 
เป็นการร้องเพลงที่เสียงไม่ได้เลยแต่เห็นถึงความพยายามนะคะ 
แสนจะน่ารักเลยล่ะ 

ยิ่งตอนเราร้องขึ้นมาพร้อมๆ กันในเพลงที่เราชอบเหมือนๆ กันนี่น่ารักเท่าโลกไปเล้ย


หลังจากนั้นเราก็ลงไปนั่งตรงเก้าอี้ริมสระ นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ แลกเปลี่ยนเรื่องงานของเรา เรื่องความรักครั้งก่อนๆ เรื่องน้ำหอมที่ช่วงนี้เค้าดูสนใจเป็นพิเศษ เรื่องราวที่เค้าแสนจะภูมิใจ เราแลกเปลี่ยนทัศนะคติเรื่องความรักของกันและกัน มันทำให้ชั้นรู้ว่า
คุณไม่ใช่คนที่จะหยุดอยู่ที่ใครง่ายๆ ... แต่ไม่เป็นไร  
เพราะชั้นก็ยังไม่มั่นใจในความรู้สึกที่มีตอนนี้นักหรอก 
ชั้นรู้แค่ว่าตอนนี้เราหัวเราะกันเสียงดังมากๆ 

เรานั่งอยู่ตรงนั้นนานมาก และชั้นต้องแลกด้วยรอยยุงกัดเต็มขาเพราะยุงดุมากแม่!!! 
สามทุ่มกว่าแล้วเราเลยตกลงว่าจะกลับ เค้าแวะหาซื้อ mask เพื่อเอาไปแจกคนที่ไม่มี 
พอถึงโรงแรมเราก็หยุดรถคุยกันอีกสักพักด้วยเรื่องน่ารักๆ จิตอาสาที่เค้าไปทำมา 
ชั้นเห็นถึงแววตาที่มีความสุขของเค้าด้วยล่ะ 
แววตาแห่งความภาคภูมิใจในตัวเองที่เค้าได้ทำมันลงไป 
จริงๆตอนนั้นชั้นแอบเพิ่มคะแนนให้เค้าเยอะที่สุดเลยนะจากเดททั้งหมดวันนี้ 
แสนดีจังเลยค่ะพ่อคุณทูลหัว :)


ตอนชั้นลงรถเค้าแกล้งชั้นว่า ลืมอะไรไว้รึป่าว ?
อย่าลืมใจไว้ที่เค้านะ
ชั้นเลยหยอดกลับไปว่าไม่ลืมนะ 
ว่าแต่คุณเถอะอย่าฝากใจไว่้ที่เราละกัน
เห่ยย ตอนนี้แอบภูมิใจในตัวเองเหมือนกันนะ เพราะปกติจะเขินจนเอ๋อไปแล้ว ฮ่าๆ
เค้าบอกว่า เจอกันวันที่ 18 นี้นะครับ พร้อมรอยยิ้มจริงๆ เพราะเราสองคนมี event ที่ต้องร่วมงานกันอีก วันที่ 18 นี้ไงล่ะ
ในใจชั้นอยากเจอเค้าอีกสักครั้งก่อนกลับมาตรังวันที่ 9  
แต่เหมือนเค้ามีเรื่องที่ต้องทำเลยไม่ว่าง 
ไม่เป็นไร แค่นี้ใจก็ฟูมากๆ แล้วล่ะ 



พอกลับมาที่ห้อง ก็รู้สึกว้าวุ่นใจมากๆ เริ่มหวาดกลัวและไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไปกับเรื่องนี้
กลัวว่าจะเป็นเราที่จะถล่ำลึกลงไปแค่ฝ่ายเดียว 
กลัวว่าสุดท้ายแล้วจะจบแบบเดิม
มันทำให้เราก้าวเดินอย่างระมัดระวังมากๆๆๆๆเลยล่ะ
เพราะอยากให้มันประสบความสำเร็จ อยากให้มันไปได้สวย
แต่สิ่งแรกที่จำเป็นคือเราคงต้องชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองก่อน ตอนนี้เราชอบเค้าถึงขั้นไหนนะ และถ้าลองประเมินดูเรามีโอกาสประสบความสำเร็จกับความรักครั้งนี้สักกี่เปอร์เซ็นกันนะ...
แล้วเค้าล่ะ จะชอบเราบ้างมั้ยนะ เริ่มรู้สึกว่าเราแตกต่างและน่าสนใจกว่าคนอื่นๆ รึป่าวนะ 

เป็นความสุขปนความสงสัย









02.02.2020 : มนุษย์ถั่ว คนที่บังเอิญผ่านมาในช่วงตั้งหลักหัวใจ

SHARE
Written in this book
Me Trang
บันทึกเรื่องราวการใช้ชีวิตและการหนีบางอย่างในใจเพื่อหวังมาตั้งหลัก ที่ตรัง

Comments