NOWHERE CAN SAVE US
ในค่ำคืนแสนยาวนานนี้ ฉันนั่งโอบกอดน้องชายทั้งน้ำตา หวาดกลัวจนตัวสั่น ตัวอะไรบางอย่าง มันกำลังไต่กำแพงรอบตัวบ้านร้างหลังหนึ่ง

ที่ฉันเข้ามาแอบซ่อนอยู่ บ้านหลังนี้ไม่ได้ร้างมานาน แต่เพิ่งจะร้างไป ด้วยสาเหตุอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เมืองทั้งเมืองร้างไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากสิ่งที่อยู่ข้างนอกนั่น

มันจะไปไหมฮะ

น้องชายเอ่ยถามเสียงสั่นเครือด้วยความกลัวสุดขีด

เดี๋ยวมันก็คงไปละมัง

ฉันก็ตอบส่งเดชไปงั้น ไม่อยากทำให้เขาต้องกลัวไปมากกว่านี้

เมื่อเราทั้งสองนั่งเงียบอยู่ด้วยกันนานสักพัก ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ดังกว่าเสียงกระซิบ การเคลื่อนไหวที่ไต่รอบกำแพงบ้านก็จากไปด้วยเสียงย่ำลงบนพื้นซวบซาบ

ฉันส่งน้ำเปล่า และขนมรองท้องที่พอจะหาได้จากในตู้เย็นที่ไม่มีไอเย็นก่อนหน้านี้ ก่อนที่ฉันจะต้องมานั่งโอบกอดน้องชายของฉันไว้

ฉันไม่รู้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น

เช้ามะรืนก่อน ซึ่งฉันกำลังเดินทางไปโรงเรียนกับแฟนหนุ่ม แล้วร่างของฉันก็ถูกลมแรงกระแทกร่างกายเสียตัวลอยละลิ่ว ตกลงกระแทกพื้นแล้วสลบหมดสติไป

เมื่อได้สติอีกครั้ง เขาก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว รถโรงเรียนที่น้องชายของฉันโดยสาร ก็เข้าไปอยู่ในตัวบ้านหลังหนึ่งถึงครึ่งคัน

แต่ดีที่น้องชายของฉันสามารถรอดชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงมาได้ ได้รับบาดเจ็บที่ขา น่าจะขาหักกระมัง ฉันจึงต้องให้เขาขี่คอตลอดเวลา

ฉันร่อนแรม ทั้งต้องหวาดระแวงกับอสูรกายที่ฉันไม่มั่นใจว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่

ฉันได้รู้อย่างหนึ่ง เมื่อฉันอยู่ห่างจากน้องชายของฉันเมื่อไร อสูรกายนั่น มันก็จะพุ่งตรงมาทันทีราวกับน้องชายของฉันมีเครื่องติดตามตัวอย่างไรอย่างนั้น

ฉันจึงแยกจากน้องชายของฉันไม่ได้เลย เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ฉันคิดว่าจะไม่พักแรมอยู่ที่ไหนเป็นการถาวร เพื่อหาทางช่วยเหลือชีวิตของสองเรา

แล้วในค่ำคืนนี้ฉันดันมาติดอยู่ในโรงพยาบาลร้างที่แสนมืดมิดและน่ากลัว

ฉันได้กลิ่นประหลาดก่อนจะตามมาด้วยเสียงเหยียบย่ำ ฉันนั่งระทึก คงไม่ต้องลุ้นว่ามันจะเป็นอะไรได้ มันส่งเสียงเหมือนกระดาษทรายสีกันเบาๆ

ฉันนั่งหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์ รอให้มันจากไป ฉันค่อยจากไปจากตรงนี้ทันที ฉันห้ามน้องชายไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ไม่ได้ มีเพียงเสียงสะอื้นคลอเบาๆ

ฉันจึงฮัมเพลงกล่อมเด็กเบาๆ ให้เขาสบายใจได้บ้าง ฉันยื่นหน้าไปมองความมืดมิด ซึ่งแน่นอนว่าไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืดมิด

แล้วเสียงของมันก็ย่ำเท้าจากไป

เราจะไปจากที่นี่กันแล้วนะ

พี่ไม่กลัวหรอฮะ

ดีกว่าอยู่ที่นี่ ให้มันมาเจอเราได้

ฮะ

ไหวนะ

ผมไหวฮะ แล้วพี่ละ ไหวไหมฮะ

พี่จะตอบว่าไม่ได้อย่างไรละ ไปกันเถอะ แล้วอย่าส่งเสียงนะ ทำตัวเข้มแข็งเข้าไว้ละ

ฮะ

ฉันค่อยๆ แบกเขาขึ้นอุ้มอย่างระมัดระวัง ทั้งไม่ให้เกิดเสียงเชิญชวนพวกมันแห่ยกโขยงกันมา

ฉันมองหาทางออก เดินดุ่มๆ ไปในความมืดมิด ฉันเจอเข้ากับวีลแชร์ ทั้งชั่งใจอยู่สักพักว่าจะเอามันไปด้วยหรือไม่

ฉันจะได้ไม่ต้องแบกเขาในระหว่างที่ขาของเขายังใช้เดินไม่ได้มั่นคง ฉันจึงวางเขานั่งลงบนวีลแชร์

เสียงล้อบดกับพื้นกระเบื้องของสถานพยาบาลชวนประสาทเสียตลอดเวลา แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของพวกมันตัวใดตัวหนึ่ง

ขณะที่ฉันกำลังหลงทางอยู่ในความมืดมิดของโรงพยาบาล ฉันก็พบกับทางออกที่ทุลักทุเล

ฉันหันมองกลับเข้าไปในความมืดเบื้องหลัง ใช้ความคิดว่าจะย้อนกลับไปดีไหม หน้าต่างบานที่แตกซึ่งอยู่สูงจากพื้นไม่กี่เมตร

แล้วฉันก็ไม่มีเวลาได้ตัดสินใจไม่เยอะ ฉันได้กลิ่นฟุ้งมาตามอากาศของกลิ่นอายสถานพยาบาลที่คุ้นเคย กับเสียงคล้ายกระดาษทรายสีกันดังมาแว่วๆ ฉันรู้ได้ทันทีในสัญชาตญาณของฉัน

ฉันโยนร่างน้องชายผ่านช่องหน้าแตกออกไป ได้ยินเสียงเขาหล่นดังตุบเบาๆ ตามด้วยวีลแชร์ข้ามผ่านอย่างเร่งรีบทุลักทุเล

ก่อนจะพาร่างตัวเองออกมา ในจังหวะที่เท้าข้างขวาของฉันเหยียบลงกับตอเศษกระจกจมลึกเข้าไปเกือบเซนติเมตร

ฉันไม่สนใจความเจ็บปวด อะดรีนาลีนที่หลั่งใหลจากความกลัวช่วยทุเลาความเจ็บ

ฉันจับน้องชายขึ้นวีลแชร์ วิ่งขากะเผลก เลือดไหลออกจากบาดแผล เจ็บปวดแทบใจขาดก็ต้องกลั้นใจเอาไว้ เอาชีวิตรอดด้วยความเร็วไวที่สุด

พวกมัน สักประมาณห้าตนแก่งแย่งผ่านช่องหน้าต่างบานนั้นตามฉันออกมา

ฉันพบรถคันหนึ่งที่จอดทิ้งไว้กลางถนน ฉันไม่มีเวลาหันรีหันขวางกลับไปดูว่าพวกมันตามฉันมาถึงไหนแล้ว

ฉันรีบโยนน้องชายเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง บอกให้เขาล็อคประตูรถทันที ฉันตรงรี่ไปเปิดประตูเก็บของแล้วโยนวีลแชร์ที่ถูกพับเก็บอย่างร้อนรนไว้ท้ายรถ ฉันนั่งอยู่ที่เบาะคนขับ

ถ้ากลัว เราก็นอนคว่ำแล้วหลับตาปี๋นะ

ฮะ

ฉันคู้ลงไปอยู่ข้างล่างใต้เบาะ ได้ยินเพียงเสียงรถที่ถูกย่ำรุนแรงบนตัวรถ พุ่งเข้ากระแทกชนโครมครามรถสั่นไหวไปทั้งคัน ฉันกลัวว่ามันจะพัง แล้วเราทั้งคู่จะไม่เหลือที่กำบังให้รู้สึกว่าปลอดภัยอีกแล้ว

ฉันทนรออย่างระทึกทุกๆ วินาที ร้องไห้ออกมาตลอดเวลาด้วยความกลัวสุดขีด ไม่ต่างจากน้องชายของฉัน ภายในรถจึงระงมไปด้วยเสียงครวญคราง

ฉันภาวนาขอให้จบลงไปเร็วๆ เสียที

ฉันไม่รู้ว่าเผลอหลับไปในรถคันนี้ตั้งแต่เมื่อไร น้องชายของฉันก็เพิ่งจะตื่นหลังจากฉัน หลังพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า เบื้องหลังตึกรามบ้านช่องที่เงียบร้าง

เราจะทำอย่างไรกันต่อไปดีฮะ

เราจะต้องตามหาสถานที่ที่ปลอดภัยจริงๆ

มันจะมีหรอฮะ

ต้องมีสิ อย่าเพิ่งหมดหวังสิ

ผมกลัวว่าเราจะไม่มีทางรอด

ต้องมีสิ มีพี่อยู่ทั้งคน พี่จะหากุญแจ อา --- เจอแล้ว มันเสียบอยู่ที่เดิมนี่

ฉันลองสตาร์ทเครื่อง ไม่สนแล้วว่าเสียงจะชักจูงพวกมันให้มาหา มันยังใช้การได้ และมีน้ำมันเหลือพอจะพาเราทั้งคู่ไปจากตรงนี้ ไม่รู้ว่าใกล้ไกลแค่ไหนก็ตาม

รถคันนี้พาเรามาจอดตายสนิท น้ำมันหมดที่ถนนสายหนึ่ง ฉันเอาวีลแชร์มากางให้น้องชายฉันนั่ง เบื้องหน้าฉันเป็นกำแพงซีเมนต์สูงชะลูดตระหง่านค้ำฟ้า

มีไว้ทำไมนะ ฉันคิด

แล้วความคิดก็ต้องหยุดลง อสูรกายขับไล่พวกเรา พวกมันควบตะบึงออกมาจากข้างถนนสายหนึ่งอย่างรวดเร็วจนน่าหวาดเสียว

ฉันบอกให้น้องชายจับที่พักแขนไว้แน่น พาเขาทะยานสุดฝีเท้า ลืมความเจ็บปวดไปสิ้น ยังคงวิ่งกะเผลกที่รู้สึกงุ่นง่านเหลือเกิน

กะทันหันวีลแชร์เกิดสะดุดกับอะไรบางอย่างที่ไม่ทัน น้องชายของฉันกลิ้งขลุกๆ กระเด็นไกลห่างจากฉันไปหลายเมตร ฉันพยายามจะลุกขึ้นจากพื้นให้ไหว

ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เสียงระรัวผ่าอากาศ ทำให้อสูรกายตัวข้างหน้าต่างล้มระเนระนาดไปเป็นแถว สะดุดกันและกัน

ฉันที่เห็นภาพนั้นได้ไม่นาน ก็ถูกฝ่ามือใหญ่ๆ ฉุดกระชาก ฉันพยายามจะขัดขืน แต่เรี่ยวแรงไม่เหลืออีกแล้ว ฉันต้องไปกับเขาอย่างง่ายดาย

ฉันมาอยู่ในรถคันหนึ่ง ที่มีคนในชุดสีขาวปลอด สวมหน้ากากนั่งล้อมรอบเรียงราย หนึ่งในนั้นเอ่ยกับฉันว่า

พวกเธอปลอดภัยแล้ว เราจะพาพวกเธอไปยังสถานที่ที่ปลอดภัย

ฉันและน้องชายต้องผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบสภาพร่างกาย ทั้งชำระล้างทำความสะอาด เพราะเมืองนั้นมีสารพิษกัมมันตภาพเจือปน

ผู้ควบคุมบอกกับฉันว่า ฉันจะต้องตามพวกเขาไป และจะไม่ได้ไปพบกับน้องชาย เพราะมีการคัดแยกเด็กเล็ก และเด็กโตต่างหาก

ฉันอยากจะไปหาน้องชายเหลือเกิน กลัวว่าเขาจะหวาดกลัวเมื่อไม่มีฉัน

ฉันตามเขาออกมาข้างนอก ระหว่างทางฉันได้พบกับแฟนหนุ่ม เขาดูเหมือนไม่ใช่เขา พบหน้าฉันก็เมินเฉยมองตรงข้างหน้าราวกับไม่รู้จักกันมาก่อน แปลกพิกล

พวกเขาพาฉันขึ้นรถ รถวิ่งเรียบตามกำแพงยักษ์อย่างน่าฉงน เขาบอกว่าฉันไม่จำเป็นต้องถามอะไรให้มากความ รถวิ่งผ่านประตูกำแพงที่เปิดรอต้อนรับ

ประตูท้ายรถถูกเปิดออก ฉันถูกเหวี่ยงลงมาอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับอะไรบางอย่างที่ปักลงบนท้ายทอยของฉัน

ปฏิกิริยาในร่างกายของฉันกำลังตอบสนองกับบางสิ่งที่วิ่งพล่านอยู่ภายใน ภาพที่มองเห็นพร่ามัว แล้วมืดดับไป

เสียงปังทะลุผ่านเข้าไปในหนังศีรษะ ไร้ซึ่งความเจ็บปวด แต่ทำให้บางอย่างตายไป

ฉันลืมตาขึ้นมาเห็นแสงสว่างของดวงอาทิตย์สีเหลืองแวบเดียว พร้อมกับความรู้สึกขอโทษ

ฉันไม่สามารถช่วยให้น้องชายปลอดภัยได้
SHARE
Writer
iamtasmanian
Storyteller
เรื่องสั้นจากความรู้สึก

Comments