ฉันไม่ได้รอ | แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าหวัง .
และยังคิดถึงแต่เธอ 
รู้ว่าต้องเสียใจต้องช้ำใจสักเท่าไหร่ 
แต่ก็รักเธอ.. 


จะมีหนึ่งคนในความทรงจำ 
ไม่ว่าจะพยายามลบเลือนไปสักแค่ไหน 
บอกตัวเองปล่อยเขาหายไปสักเท่าไหร่
ก็ไม่อาจลบเลือนความจริงได้ 
ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้น 

เสมอมา.. 

เรื่องนี้แด่คนที่ 
( เหมือนจะ ) มูฟออนไปแล้ว 
แต่ยังไม่สามารถทิ้งเรื่องราวเก่าๆลงไปได้ 

มันเหมือนการเก็บของขวัญชิ้นล้ำค่า 
ไว้ในลิ้นชักใต้โต๊ะเขียนหนังสือ 
ในตอนที่เรากำลังมองหาของขวัญชิ้นใหม่
ที่คิดว่าล้ำค่ากว่า 
ได้มาแล้วเราอาจจะมีความสุขกว่า 
จนลืมไปว่าไอ้ของขวัญชิ้นก่อนหน้า 
เราคิดว่ามันล้ำค่ามากๆอยู่แล้ว

เธออาจจะลืมว่ามีของขวัญอยู่ใต้โต๊ะไปช่วงชีวิตหนึ่ง 
หรืออาจจะพูดได้ว่าเธอลืมมันไปแล้ว 
แต่ว่ามันไม่ได้หายไปไหนหรอก
มันยังอยู่ที่เดิมเสมอแหละ 

แล้วเหตุผลที่เธอเลือกเก็บมันเอาไว้ใต้ลิ้นชักละ
เหตุผลข้อนั้นคืออะไร ?  

ฉันไล่ลำดับให้ฟังเอาไหม ? 

หนึ่ง : เธอเกิดทำมันพัง 
สอง : ของขวัญที่เธอได้มา มันคือภาพลวงตา เธอจินตนาการเอาว่ามันคือของจริงแล้วซ่อนมันไว้อยู่ใต้ลิ้นชัก 
สาม : ของขวัญที่เธอแอบอ้างว่ามันเป็นของเธอ 
เธอรู้สึกผิด จึงซ่อนเอาไว้ แล้วมองหาของชิ้นใหม่ที่เป็นของเธอจริงๆมาทดแทน

แต่ละข้อที่มันเกิดขึ้นมา 
เพราะเธอรักเลยอยากได้มาใช่ไหม 

มันไม่ผิดเลยที่รู้สึกรักแล้วอยากได้ 
ฉันก็อยากได้ 
แต่มันควรมองถึงความเหมาะสมด้วย

แล้วอยากรู้ไหมเรื่องของฉัน 
มันอยู่ข้อไหน.. 


ก็ไม่รู้ว่าเดากันถูกไหม 
แต่เฉลยเลยแล้วกันว่า 
ข้อสาม 


ฉันพยายามจะหาของชิ้นใหม่ๆมาทดแทน 
แต่มันไม่มีของชิ้นไหนเหมือนของที่ฉันซ่อนเอาไว้เลย 


ที่บอกว่าแอบอ้าง 
ฉันไม่ได้ไปแย่งของใคร 
เขาไม่เคยเลือกใครอยู่แล้ว

แล้วฉัน
ก็ไม่เคยเป็นตัวเลือกของเขาด้วย.. 

แค่รู้จักน่ะ " 
คำพูดเรียบง่ายแสดงสถานะความสัมพันธ์ของฉันกับเขา

บางที 
อาจมีแค่ฉันที่พูดประโยคนั้นได้.. 
เพราะเขาอาจจะไม่เคยรู้เลยว่าฉันมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ 

ฉันไม่ได้เป็นสตอล์กเกอร์ 
ฉันไม่ได้โรคจิต

แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เหมือน 
ฉันรู้ว่าคุณเกิดวันไหน 
เดือนอะไร 
พ.ศ. ไหน 
ราศีอะไร 
อายุเท่าไหร่ 
อะไรที่คุณชอบ 
งานที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้คืออะไร 
ไลฟ์สไตล์คุณคืออะไร 
ช่วงที่ว่างคุณชอบไปเที่ยวที่ไหน.. 

น่ากลัวใช่ไหม
ฉันก็กลัวตัวเองเหมือนกัน 

แต่ว่ามันแตกต่าง.. 
การที่ฉันรู้เรื่องคุณ 
ฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดี 
ฉันแค่อยากรู้จักตัวคุณ
มันก็แค่นั้น.. 

ฉันไม่ได้สนใจคุณตั้งแค่ครั้งแรกที่เจอหรอก 
ออกไปทางเกลียดขี้หน้าคุณมากกว่าด้วยซ้ำ 
แต่ครั้งสองครั้งสามนี่ซิ 
ทำไมคุณถึงกลายมาเป็นคนมีเสน่ห์ได้มากขนาดนี้ก็ไม่รู้

ฉันชอบคุณไปเรื่อยๆ
พอผ่านไปนานวันเข้า 
เปลี่ยนจากความรู้สึกชอบกลายเป็นอย่างอื่น
คุณเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตคนๆนึงให้เดินต่อไปในวันข้างหน้าได้
แค่ฉันคิดว่ามีคุณอยู่บนโลกนี้
ฉันก็มีแรงสู้กับเรื่องแย่ๆในชีวิตแล้ว
แต่ยิ่งฉันคิดแบบนั้น
ฉันยิ่งถอยกลับออกมาจากทางที่ฉันเดินเข้ามาไม่ได้ 

จนมาถึงวันนั้น 
วันที่ต้องมานั่งคุยกับตัวเองสักที 

( 1 )
ฉันบอกกับตัวเองว่า
" แกไม่รักตัวเองหรอวะ  มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ " 
ฉันทำให้เขาหายไปช่วงเวลาหนึ่ง 
แต่พูดได้เลยว่า 
เขาหายไปเลยน่ะแหละ 
ฉันคิดว่าฉันแค่หลงคนๆนึงไปแค่นั้น
แล้วฉันก็เจอของขวัญชิ้นหนึ่ง 
ก็เลยบอกกับตัวเองดู
ว่าเรียนรู้วิธีอยู่กับของขวัญชิ้นนี้ดูไหม

ปรากฏว่าไม่ 
ของขวัญชิ้นนั้นไม่เหมาะกับฉัน 
และฉันก็ไม่เหมาะกับมัน 
ตอนฉันลองเรียนรู้ของขวัญชิ้นนี้
ฉันเอาแต่คิดถึงของขวัญชิ้นนั้น


( 2 )  
ฉันบอกตัวเองว่า
" ในเมื่อมันเป็นของเราจริงๆไม่ได้ ลองวางมันไว้ แล้วชื่นชมเฉยๆดีไหม เหมือนที่เคยใช้มันเป็นกำลังใจให้ความยากลำบากในแต่ละวันมันผ่านไปได้ก็เพียงพอ " 

แต่ฉันทำพลาด 
มันลงลึกไปมากกว่านั้น 
ไอ้การเฝ้ามองดูใครสักคนน่ะ 
มันทรมานกว่าการห้ามใจไม่ให้มองอีกนะ
มันคือความสุขที่เป็นเหมือนความทุกข์ที่พร้อมโจมตีเราได้ตลอดเวลา 
กว่าจะรู้สึกตัวก็ตกลงไปในหลุมที่ตัวเองสร้างมันขึ้นมาแล้ว 
กว่าจะปืนกลับขึ้นมาได้ 
ก็ใช้เวลานานมากอยู่เหมือนกัน 
การจะตัดใจจากอะไรสักอย่างที่รักมันมากๆ 
ทำไมมันถึงยากมากขนาดนี้นะ.. 

แล้วในที่สุด 
ฉันก็ออกมา 
ปืนขึ้นมาจากหลุมที่ฉันขุดเอาไว้ฝั่งตัวเอง 

( 3 ) 
ฉันใช้ชีวิตเรียบง่าย 
เลิกติดตามชีวิตของคุณ 
ไม่รับ แล้วก็ ไม่รู้ ว่า " คุณ " เป็นอย่างไร 
แต่มันก็แลกกับการเป็นคนไร้ความรู้สึก 
ฉันไม่รู้สึกอินกับอะไรเลย 
แม้แต่อะไรที่เคยอินกับมันมากๆฉันก็ไม่รู้สึก 
เพลงที่เคยฟังว่าเพราะ 
ตอนนี้มันไม่เพราะอีกแล้ว 
ฉันรู้สึกเหมือนใจที่มันเคยเต้น
มันเต้นช้าลง
ช้าลงไปทุกที 
ทั้งที่ใจของคนเรามันก็เต้นดังของมันปกติแหละ

แต่ทุกครั้งเวลาที่เราเลิกสนใจใครสักคน
มันจะมีช่วงเวลาหนึ่ง
เหมือนมีอะไรบางอย่างเล่นตลก
คนที่ควรจะลืม 
จะโผล่มาให้เห็นทุกที

ซึ่งใครจะทนได้เวลาที่เราพยายามจะลืม
แต่มีสิ่งมากระตุ้นไม่ให้ลืมได้สักที 

น่ะแหละ
แต่ฉันก็ยังยืนยันที่จะใช้ชีวิตแบบไม่เอาตัวเองเข้าไปในวงโคจรของคุณอีก
ฉันใช้ชีวิตกับการไร้ความรู้สึกแบบนั้นนานสักพัก
ถึงกลัาถามตัวเองว่า
ที่แกทำอยู่ทุกวันเนี่ย
แกมีความสุขหรอวะ 


ฉันตอบตัวเองได้เลยตอนนั้น
มันไม่มีความสุขเอาซะเลย 
สู้ฉันคอยมองคุณต่อไปไม่ดีกว่าหรอ 
ถึงมันจะเจ็บสักหน่อยเพราะรู้ว่าเรื่องของเรามันคงเป็นไปไม่ได้

แต่ฉันก็ยังอยากจะลองมองหาความหวังดูอีกสักครั้ง 
" ฉันคิดว่าฉันควรจะเดินไปหาคุณจริงจังสักที " 

ใช่
ฉันไปแน่ 

และก็มาถึงวันนั้น 
วันที่ฉันเตรียมพร้อมทุกอย่าง
แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าที่ที่ฉันจะไป 
คุณยังยืนอยู่ตรงนั้นไหม 

09:20 
เครื่องลงจอดที่สนามบินดอนเมือง 
ฉันใส่เสื้อสีแดงกับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่คิดว่าดูดีกับฉันที่สุด
มีแม่และพี่ชายติดตามมาด้วย 
แต่ไม่ใช่ว่าฉันอยากมาแล้วจะมาได้เลยซะเมื่อไหร่ 
ฉันหาข้ออ้างมาต่างหาก 
ฉันบินมาสอบตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
ทำไมข้ออ้างในการมาหาใครสักคนมันต้องแบกความเหนื่อยมาด้วยขนาดนี้ 
ฉันมีเวลาอ่านหนังสือไปสอบแค่สองวัน 
ถามว่าก่อนหน้านั้นละ 
" เวลาทั้งหมดทุ่มเทให้โปรเจกค์จบไปหมดแล้ว " 
และที่เหนื่อยกว่านั้น บินมาถึงแล้ว ยังไม่มีที่พัก 
เราต้องเร่ร่อนหาที่พักกันอยู่สองสามชั่วโมง 
สุดท้ายเป็นห้องเช่าในซอยเล็กๆแถวมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง 
หลังจากเก็บของและออกไปดูห้องสอบกลับมา
ฉันล้างหน้า อาบน้ำให้สบายตัว 
แล้วหยิบโทรศัพท์จิ้มเข้าไปในแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า
อินสตาแกรม เพื่อเข้าไปส่องแอคเคาท์ที่พึ่งปลดบล็อกออกเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว 
ชายคนที่ฉันกำลังมาหากำลังมีการเคลื่อนไหว 
มีวงกลมหมุนครอบรูปดิสเพลย์ของแอคเคาท์นั้นไว้

เอาล่ะ 
ฉันจะได้รู้สักทีว่าตอนนี้คุณอยู่ไหน 

ในหน้าสตอรี่ของไอจีคุณนั้น
เป็นคลิปบูมเมอร์แรงสั่นกลับไปกลับมา 
พร้อมด้วยแคปชัั่นบอกสถานที่ว่าคุณอยู่ที่ไหน 


( รูปคุณ ) 1 ชม.

" เจอกันเชียงใหม่ " 


โอ้โห
แล้วฉันต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้.. 

ทำไมการอยากเจอใครสักคน 
มันถึงเจอยากเย็นขนาดนี้ " 
แน่นอนว่าฉันหมดกำลังใจในการทำข้อสอบ 
แต่ยังไงน่ะหรอ 
ฉันยังคงต้องทำข้อสอบอยู่ 
ฉันยังคงต้องอ่านหนังสือ 
แม้ว่าในใจยังคงหนักหน่วงไปด้วยเรื่องของคุณ 

เช้าวันถัดมาคือวันสอบ 
เนื้อหาของข้อสอบไม่ได้มีอะไรยาก
แม้จะเป็นอิ้งล้วน
ถ้าคุณรู้เรื่องกฏต่างๆ การใช้วีซ่า และอ่านภาษาอังกฤษออก คุณก็ทำได้แล้ว 
แค่คุณต้องอ่านหนังสือมาให้ตรงกับเรื่องที่ออกข้อสอบ 
ซึ่งถามว่าฉันอ่านมาตรงสักข้อไหม 

ไม่จ้ะ 
ไม่ออกเลย
แต่ก็พอเดาออกแหละว่ามันจะออกแบบไหน 
มีกี่พาร์ท 
ในเวลาสามชั่วโมง 
ฉันยังคงทำไม่ทันอยู่ดี 
ดิ่ง 20 ข้อสุดท้าย 

บ่ายวันนั้นฉันกลับมาที่ห้อง 
ตั้งความหวังว่าคุณไปเชียงใหม่เดี๋ยวคุณคงกลับมา 
ฉันยังเหลือเวลาอยู่ที่นี้อีกตั้ง 1 วัน 
ความจริงฉันหลอกตัวเองต่างหากว่าจะเจอคุณ 
ฉันออกมาจากห้อง นั่งแท็กซี่ไปที่นู้นไปที่นี่ เผื่อว่าจะบังเอิญเจอคุณ
แต่ว่าสุดท้ายแล้ว 
ฉันยังคงไม่เจอ 
คุณนั่งกินเนื้อย่างอยู่เชียงใหม่อย่างสบายใจ

วันสุดท้าย
ฉันต้องขึ้นเครื่องราวๆ 1 ทุ่ม 
ซึ่งฉันก็ยังคงตั้งความหวัง 
หวังว่าเราจะบังเอิญเดินสวนกันบนสนามบินบ้างไหม 

คุณว่าเราเจอกันไหม 

ใช่ 
เราไม่เจอ

ที่น่าเสียใจไปกว่าการที่ฉันตั้งใจบินมาแล้วไม่เจอคุณ 
คือวันที่ฉันบินกลับบ้าน 
เป็นวันที่คุณบินกลับมาจากเชียงใหม่ 

ฉันบินไปทำไมกันนะ..

..

ผลคะแนนสอบออกมาในเดือนถัดไป 
อีก 3 คะแนนฉันจะมีสิทธิ์สัมภาษณ์ 
อีกแค่ 3 คะแนน
แต่ฉันไม่เสียใจเลยที่ทำไม่ได้ 
ก็มีเวลาอ่านหนังสืออยู่แค่นั้น ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว 

และฉันยังคงถามกับตัวเองอยู่เรื่อยๆว่า 
ฉันยังจะรอคนที่ไม่เคยรู้จักฉันอยู่ไปทำไม
ไอ้ความหวังที่ล่อเลี้ยงหัวใจนี่มันเพิ่มมาจากไหน 
แล้วแกเสียเวลาไหมที่ปล่อยเวลาทิ้งไปเพื่อรอคนๆเดียว 

ฉันจึงตัดสินใจกับตัวเองว่า 
ฉันจะไม่ปิดกั้นตัวเอง " 
ในเมื่อลืมคุณไม่ได้ ฉันก็จะเก็บคุณไว้อยู่ตรงนั้น 
แต่ถ้ามีใครที่เดินเข้ามาแล้วพร้อมแทนที่คุณตรงนั้น 
ฉันก็จะลองดู 
ลองไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอคนที่แทนคุณได้จริงๆ 

เพราะ " ฉันเหนื่อยมากแล้วน่ะ " 
กับความหวังลมๆแล้งที่ฉันสร้างขึ้นมา 
ไปเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังก็อายเขา 
กับความหวังเพ้อเจ้อของตัวเอง

ฉันตัดสินใจไม่กลับไปติดตามชีวิตของคุณ 
ใช้ชีวิตแบบไม่ยึดติดเหมือนที่เคย 
แม้มันจะเหงาโหว่งๆหน่อยๆ 
เพราะที่ผ่านมาฉันติดตามแต่ชีวิตคุณ 
แต่ฉันว่าฉันตัดสินใจถูกแล้วล่ะ
แกควรเดินหน้าต่อไป 

ฉันเล่าไปหรือยังว่าฉันไม่ได้ไปหาคุณแค่ครั้งเดียว 
ฉันไปถึงสองครั้งด้วยความหวังว่าจะเจอ 
กับข้ออ้างเดิมแต่เปลี่ยนที่สอบใหม่ 
ฉันหวังจริงๆนะว่าสักวันเราจะเจอกัน 
ทำไมเราถึงคลาดกันตลอดเลยล่ะ
หรือมันอาจเป็นสัญญานบอกว่าฉันไม่ควรรอคุณต่อไป 
ฉันควรเดินไปข้างหน้าต่อไปได้แล้วไหมนะ ? 
แต่ทำไมการจะหาใครมาทำให้รู้สึกได้เท่ากับคุณมันดูเป็นไปได้ยากจังเลยวะ
ในชีวิตนี้ฉันไม่เคยชอบใครได้เกิน 3 ปีเลย 
คุณเป็นคนแรกเลยนะ 
หรือเรียกว่ารักแรกดี 
เพราะฉันไม่เคยรู้สึกกับใครเท่ากับรู้สึกกับคุณ 
ฉันเจอคุณตอน 19 ตอนนี้ 23 แล้วนะ 
ส่วนคุณปีนี้ก็จะ 26 
แต่ก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมคุณไม่เลือกใครสักคนมาเป็นแฟนของคุณสักที 
ถ้ามันมีวันนั้นฉันคงยืนยินดีให้กับคุณตรงนี้

ฉันจะบอกว่าฉันไม่ได้รอ 
แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าหวัง 

เพราะว่าฉันยังเชื่อ
ถ้ามันมีสักวัน 
ฉันขอให้เดินสวนกันกับคุณแค่สักครั้ง
ก็เพียงพอ . 

ปล. ปีที่แล้วฉันนั่งแต่งรูปเบิร์ดเดย์วันเกิดให้คุณด้วยนะ 
จริงๆแท็กไปแล้วแหละ 
แต่ก็ลบออกในวันถัดมา 
ก็ในสตอรี่คุณมันไม่มีรูปของฉันที่คุณแชร์จากกล่องข้อความขึ้นไปไว้บนสตอรี่เหมือนของคนอื่นที่ส่งให้คุณเลยหนิ 
จะคิดบวกๆแล้วกันว่าคุณไม่เห็น 
แต่ว่าวันเกิดปีนี้ 
ฉันคงต้องไตร่ตรองและย้อนถามความรู้สึกตัวเองอีกครั้ง 
ว่าการอวยพรวันเกิดของคุณปีนี้
มันจะคุ้มค่ากับการเสียเวลาของฉันไปไหมนะ 

2016 - 2020 . 




SHARE
Written in this book
ALL ABOUT HIP .
เรื่องของฉัน
Writer
hip
Just me .
ทุกอย่างที่อยากเขียนและพบเจอ .

Comments