บันทึกคู่รักที่ต่างแต่ยังอยู่ด้วยกัน
"ไลฟ์สไตล์เราต่างกันขนาดนี้ จะไปกันรอดไหมเบนส์"
.
เสียงเธอพูดขึ้นมาบนถนนในตลาดกาดหลวง
ฉันก็จำไม่ได้แล้วว่าเรากำลังซื้ออะไร หรือคุยเรื่องอะไรอยู่ แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่พ้นเรื่องนิสัย ความชอบ ความคิด ที่ยืนยันว่าเราเป็นเราที่ต่างกันเหลือเกิน
.
ฉันคิดเสมอว่าความสัมพันธ์ออกแบบได้และเราไม่ควรติดกับดักของประวัติศาสตร์ในความสัมพันธ์ของคนอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ผูกมัดให้คนสองคนที่รักกันไปต่อด้วยกันได้เลย
มันไม่เคยยืนยันอะไร
มีแต่ทำลาย
ไม่อ่อนโยน
และเต็มไปด้วยความคาดหวัง
.
ฉันเอาแขนกอดคอเธอขณะเดินไปด้วยกัน
แล้วถามเป็นเสียงเรียบๆว่า
"สรุปแล้วเราคบกันเพราะไลฟ์สไตล์หรอ ถ้าเราคบกันเพราะเรื่องนี้ก็อาจไม่รอดหรอก มันต้องใช้ความคิด ใช้เหตุผล แต่ถ้าเราคบกันด้วยความรู้สึก
อาจจรอดก็ได้"
.
ฉันตอบไปแบบนั้นอย่างแน่วแน่ เพราะมั่นใจ ไม่ใช่ในตัวเธอ -แต่ในตัวฉันเอง
.
มีหนังสือเล่มหนึ่งที่สร้างความมั่นใจให้ฉันได้มากขนาดนั้น มันคือหนังสือเล่มเล็กๆ สีแดงเลือดฟาดชื่อว่า -คู่รักเต้าเต๋าจิง- ที่ทำให้ฉันอยากหยิบและดันมันไปลึกสุดกระเป๋าก่อนออกเดินทางจากบ้าน เนื้อหาในนี้อาจจะช่วยสร้างเกราะพลังบางอย่างให้ใจที่เปราะบางของฉันได้เข้มแข็งขึ้นกับคนที่อยากอยู่ด้วย
.
"ไปไหว้พระกันไหม ปีใหม่ไหว้พระหน่อย"
"ไมไม่มีศาสนาไม่ใช่หรอ ทำไมถึงจะพาไปวัด"
"ก็พาเบนส์ไปไหว้ไง จะพาไปวัดดวงดีก่อนเลย"
"โอเค ไปไหนมีไมเบนส์ก็ไปหมดแหละ"
"ไม่ต้องมาพูดไปเรื่อยเลยเบนส์อะ"
"hahaha"
.
แสงแดดตอนบ่ายในเมืองเหนือร้อนจนแสบผิว แต่ก็ยังมีไอของลมอ่อนๆ พัดโชยมาที่แขนข้างขวา เธอคว้าแขนฉันไว้ และดึงเข้าไปไหว้พระในโบสถ์
เอาจริงๆ ฉันไม่ค่อยชินกับการมาไหว้พระกับคนที่ไม่ค่อยชอบพระเท่าไหร่นัก เธอเป็นคนขั้วตรงข้ามกับฉัน ไม่ใช่แค่เรื่องพระเท่านั้น แต่แทบทุกเรื่อง
.
ฉันจะกินร้านนี้ที่แพงหน่อยแต่อร่อยเธอบ่นไม่อยากให้กิน
ฉันจะซื้อของชิ้นนี้เพราะแค่มันสวยเธอก็ไม่ให้ซื้อ
ฉันเขียนหนังสือสไตล์นี้เธอก็ตัดบทว่าฉันเพ้อเฉื่อยแฉะ
ฉันมีปัญหากับใครแก้ไขแบบนี้เธอก็บอกไม่ถูกต้อง
นักเขียนที่ฉันชอบและอ่านให้เธอฟัง เธอก็ด่าเค้าไม่เหลือดี
และอีกหลายความต่างที่หนักมากขนาดนี้ จนฉันก็ถอดใจไปบ้างว่ามันอาจจะไม่รอดจริงๆ แต่ทุกครั้งที่คิดจบแบบนี้ทีไร เธอก็จะกลับมาถามโน่นนี่ฉัน เหมือนเรื่องที่เราไม่ลงล็อคกันได้ผ่านไปแล้ว
.
การมีเธอมันทำให้ฉันเริ่มตั้งคำถามอย่างเข้าใจในวัยยี่สิบเจ็ดเหมือนกันนะว่า
หรือชีวิตเราก็ต้องการแค่นี้จากใครสักคนจริงๆ
คนที่ไม่เคยเข้าข้าง ขัดแย้ง คิดต่าง
แต่สุดท้าย
เค้าก็ยังอยู่กับเรา
.
แต่ก็อีกนั่นแหละ กว่าฉันจะรู้สึกอะไรแบบนี้หนังสือก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จำเป็นต่อชีวิต เพราะมันจะพาเราไปเห็นอีกมุมนอกเหนือมุมในหัวเราเสมอ ยิ่งเป็นหนังสือทางจิตใจเพื่อประคับประคองชีวิตอย่างเล่มนี้ด้วยแล้ว มันทำให้เราสั่งสอนตัวเองเหมือนกันนะ สอนทำนองว่าถ้ารู้อย่างนี้เสียแต่แรก เราก็มีความสุขกับมันไปแล้ว คงไม่ปล่อยให้สูญเสียกันไปเหมือนก่อนๆ
.
"คนรักไม่ได้เป็นศัตรู
ลองให้ความขัดแย้งเป็นที่มาของการเปิดเผย
เรียนรู้มุมซ่อนเร้นที่ลึกขึ้น ละเอียดขึ้นของกันและกัน
ความเห็นต่างคือเรื่องธรรมชาติ
ความขัดแย้งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์
แต่ความสัมพันธ์ของเธอไม่ใช่สงคราม
เธอไม่จำเป็นต้องชนะ
สิ่งที่เธอต้องทำคือเรียนรู้
เกี่ยวกับคนรัก
และเกี่ยวกับตัวเธอเอง
นี่คือเป้าหมายพื้นฐานของความขัดแย้ง"*
.
พอขึ้นรถกันมา
ฉันเหมือนโดนตรวจสอบ
ตอนแรกเธอถามฉันว่าขออะไรมาตอนไหว้พระ
ฉันตอบแบบปัดๆ ไป ไม่ค่อยอยากบอก
แต่สงสัยสิ่งที่ฉันพูดมันจะไม่ตื่นเต้น
เธอจึงไล่ถามฉันถึงคนเก่าก่อน คนในอดีต คนที่จับต้องกายและร่างเปลือยเปล่ายที่ฉันให้ใครสัมผัส คำถามของเธอไม่ใช่ถามจำนวนครั้งหรือปริมาณความถี่
แต่จบเร็วกว่านั้น
และฉันก็ยากที่จะตอบ
.
"กี่คน"
"กี่คนอะไร ก็บอกแล้วไงว่าไม่เคยมีแฟน"
"เรื่องนั้นรู้แล้ว แต่อยากรู้มากกว่านี้"
.
ความสัมพันธ์ควรไม่ซับซ้อนและไม่ควรมีความลับมากเกินไป มันเหมือนเราไม่ไว้ใจและไม่จริงใจต่อคนใกล้ชิด ฉันจึงทยอยเล่าให้ฟังเฉพาะบางคน บางเรื่อง รวมไปถึงวิธีการรับมือ และไม่เข้าไปแตะส่วนความทรงจำที่ขังมันไว้ให้มากที่สุด แต่ก็นั่นแหละ ในที่สุดคำนั่นก็ออกมาจากเธอ
.
"ไมว่าคนที่กินยาส่วนมากมักเป็นคนสำส่อน"
"ไมกำลังว่าเบนส์สำส่อนหรอ"
"ม่ายยยยย"
"แต่ถ้าเบนส์สำส่อนจริง ไมยังจะคบกันอยู่ไหม จะหายไปหรือป่าว"
"ก็ไม่หายนะ แต่อาจจะขอลดลงมาป็นแค่เพื่อน เบนส์คิดดูดิ มันไม่ดูเอาเปรียบไมไปหน่อยหรอ เบนส์สำส่อนแต่ไมอยู่แบบนี้"
".( เศร้าจัง ก็เข้าใจ แต่แค่นี้ก็ได้ ไม่หายไปก็พอ"

.
ฉันนึกว่ามันจบแล้ว
แต่ยัง
และเริ่มถามลมฟ้าอากาศว่าใครส่งคนนี้เข้ามาในชีวิตฉัน
.
"แล้วคนล่าสุดคือใคร"
"ห๊ะ ที่เล่าไปยังไม่พออีกหรอ ตั้งใจขับรถได้แล้วมั้ง ฟังเพลงฟังเพลง"
"อย่าเปลี่ยนเรื่อง เอาคนล่าสุด เล่ามา"
.
ฉันขมวดคิ้วและตัดใจเล่า เพราะถึงยังไงก็ต้องเล่าสักวันหนึ่งอยู่ดี สารภาพวันนี้หรือวันหน้าผลลัพธ์ไม่ต่างกัน
.
"ก็ได้ๆ ความจริงคนนี้ก็ดีนะ ไม่ดิ เค้าดีมากๆเลย คงลืมไม่ลง เพราะเค้าเข้ามาทำให้เบนส์รู้สึกดีมากๆๆ เค้าเข้ามาทำให้เบนส์รู้สึกว่า อยากอยู่กับเค้าไปเรื่อยๆ อยู่ไปนานๆ ไม่ว่าในสถานะใดก็ตาม ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
คนคนนั้น
เค้าก็นั่งอยู่ข้างๆ เบนส์ตอนนี้นี่แหละ"
"โอ๊ยยยยเบนส์ ทำไมปากหวานอย่างนี้ เจ้าชู้พูดไปเรื่อยตลอด"
"hahahaha อ่าว แต่ก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆอะ"
.
เธอไม่ตอบอะไรต่อ
จบทุกคำถาม
เหมือนคำตอบทั้งหมดฉันหาบทสรุปมาให้หมด
และเอาแต่นั่งอมยิ้มแบบเด็กเยาว์วัยอยู่แบบนั้นขณะขับรถ
.
และฉันอยากจะบอกเธอว่าอยู่กันไปเรื่อยๆ อยู่กันไปนานๆ ไม่ว่าในสถานะใดก็ตามไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
ฉันพูดจริงๆ
เพราะฉันอธิฐาน
มันสำคัญต่อฉัน
และโบสถ์คงบันทึกคำเหล่านั้นไว้แล้ว
.
ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ฉันเจอปัญหาหนึ่งของฉัน มันเป็นปัญหาเกี่ยวกับคำว่ารัก เหมือนบางทีฉันก็ไม่มั่นใจนักว่าความรักจริงๆ มันเป็นอย่างไร รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจคำนี้น้อยเกินไป ฉันใช้มันไปเรื่อยๆ ถี่ๆ กับความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ควรค่ากับคำนี้มากนัก
เพราะคิดว่า แค่มีคนให้ได้ใช้ และฉันก็ได้รัก มันก็เพียงพอแล้วหรือป่าว ฉันคิดแค่นี้
จนกระทั่งมาเจอเธอ เหมือนทุกคนที่ผ่านมาเป็นเพียงเรื่องสั้นของความรักที่ไม่สมบูรณ์ คล้ายฉันติดอยู่ในเนื้อหาของความรักที่อดทนและจบลงด้วยความสิ้นหวัง
.
ชั่วขณะหนึ่ง
เธอทำให้ฉันอยากทวงคำว่ารักคืน
จากทุกคนที่เคยให้ไป
วันหนึ่งฉันคงทำสำเร็จ
เพราะฉันอยากให้เป็นเธอ
เธอเท่านั้น
ที่ได้รับมันไว้
และยึดครองทั้งหัวใจ
ทั้งยามเราใกล้
และห่างไกลกัน
.
หนังสือถูกปิดเพราะอ่านจบลงอย่างสันติ ฉันสงบในความสัมพันธ์และล้นทะลักในความคิดถึง พลิกไปเห็นหลังปกเขียนไว้ว่า
.
"หนังสือที่เหมาะสำหรับคู่รักเอาไว้พลิกอ่านและลิ้มรสความหมายบนเตียงนอนในอ้อมกอดของกันและกัน"*
.
รู้เลยว่าถ้าเธอเห็นประโยคนี้เธอจะบ่นอะไรบ้าง แต่ฉันก็ทำได้แค่ขำเล็กๆ ในความเป็นเธอ และก็นึกถึงประโยคแรกๆ ที่วางไว้ในบทหน้าๆ
.
ประโยคนั้นทำให้ฉันนึกถึงคืนผ่านๆมาที่เราอยู่ด้วยกัน
และจดจำทุกๆ เช้าเมื่อฉันตื่นขึ้นมาได้ดี

ริมฝีปากของเธอ

บนริมฝีปากของฉัน

เปลือยเปล่า

อ่อนโยน

ยินยอม

เยียวยา

ให้และรับ

รักและรัก

.
"เคยมีครั้งหนึ่งที่เธอรู้
โดยไม่มีข้อสงสัย
ว่าหากเธอได้ตื่นขึ้นมา
ข้างๆ คนคนนี้
สิ่งอื่นใดก็ไม่สำคัญแล้ว"*
SHARE
Writer
SHN
somewho
Facebook Page : You found me

Comments

Peonyy
1 month ago
คิดว่าคงจะหาหนังสือเล่มนี้มาลองอ่านดูค่ะ :)
Reply
SHN
1 month ago
แนะนำเลย .)
plastic-fish
1 month ago
ชอบเล่มนี้เหมือนกันเลยค่ะ :)
Reply
SHN
30 days ago
ดีต่อชีวิตมากเลยครับ .)
TL314T
30 days ago
ต้องหามาอ่านบ้างแล้วครับ
Reply
SHN
29 days ago
แนะนำครับ
mygoodday
26 days ago
ใช้คำได้สวยมากค่ะ
Reply
SHN
26 days ago
🙂