สัมภาษณ์งานอย่างไรให้ได้งาน
 อัพเดท ๆ เมื่อวานมีนัดสัมภาษณ์งานช่วงบ่าย 2 เลยลางานช่วงบ่ายครึ่งวันกับหัวหน้าไว้ เพียงเพราะไม่อยากเสียวันลาไปเปล่า ๆ ทั้งวันจึงลาแค่ครึ่งวันก็พอ ก็บริษัทที่ยื่นสมัครไปเมื่อวันอังคารที่ 14 มกราไงและหลังจากนั้นอีก 2 วัน เจ้าหน้าที่ก็โทรมาขอนัดสัมภาษณ์ ตกลงนัดแนะกันเรียบร้อยว่าขอเป็นวันอังคารที่ผ่านมานี่เอง

เมื่อวานจึงแต่งตัวมาทำงานโดยที่เอากระโปรงสีดำมาเปลี่ยนตอนพักเที่ยงตรงห้องน้ำในห้างก่อนขึ้น BTS กะว่าไม่อยากให้ใครถามว่าทำไมแต่งตัวมาเต็มยศ แน่นอนว่าต้องแตกตื่นกันพอสมควร
เพราะการแต่งตัวมาทำงานของที่นี่คล้าย ๆ กับทำงานอยู่บ้าน ถ้าแต่งแบบนั้นมาตั้งแต่เช้ามีหวังงานเข้าคงได้ตอบคำถามกันสนุก 555

แต่จนแล้วจนรอดเนื่องจากตอนที่เปลี่ยนชุดในห้างใกล้ที่ทำงานเป็นเวลาพักเที่ยงพอดี ละแวกนี้เป็นสถานที่พักเที่ยงของพนักงานในบริษัทอยู่แล้ว กำลังจะเดินเข้าสู่สถาน BTS อยู่แล้วเชียวดั้นเจอกับลูกน้องตัวเอง

ที่ยื่นคุยกับกลุ่มเพื่อนของเขาอยู่พอดี โป๊ะ! 555 อย่าถามว่าเหตุการณ์เฉพาะหน้าเป็นอย่างไรตอนที่ลูกน้องถาม บู๊มมมมม!

“อ้าว! ทำไมเปลี่ยนชุดเป็นกระโปรงละพี่?”

โชคดีนิดหน่อยที่ตอนนั้นกำลังติดสายอยู่จึงได้แต่บอกน้องไปว่า

“โทษทีพี่ต้องไปทำธุระต่อ ไปก่อนนะ”

ถ้าคนขี้สงสัยเห็นลักษณะในการแต่งตัวแล้วคงไม่แคล้วจะเดาออกว่า “อ๋อไปสัมภาษณ์งานแน่นอน” ไม่เป็นไรจะสัมภาษณ์หรือไม่สัมภาษณ์มันเป็นสิทธิ์ของเรา วันลาพักร้อนที่ลาไปจะลาไปทำอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องรายงานให้ใครรู้แม้แต่หัวหน้าก็ไม่ต้องชี้แจงรายละเอียดก็ได้แค่จัดการงานให้เรียบร้อยก็พอ แต่มานึกได้อีกทีน้องอีกคนในทีมถามตอนที่บอกว่าวันนี้อยู่แค่ครึ่งวันนะ “อ๋อลาไปอยู่กับลูกจ้ะ วันนี้ช่วงบ่ายไม่มีใครดูแลลูก” โอ้ยยยจะซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรเยี่ยงนี้
โกหกครั้งนี้ไม่มีอะไรเนียนเลย 555 เลยสัญญากับตัวเองไว้ว่าถ้ามีใครถามว่าเอ้ยสรุปไปไหนเมื่อวานทำไมเปลี่ยนชุด กะจะบอกว่า “อ๋อไปสถานทูตพอดีไปยื่นเอกสารเพิ่มเติม” แต่โชดดีไม่มีใครถามปล่อยให้เดากันไปแบบนี้สนุกดี

(การโกหกไม่ดีนะคะเด็ก ๆ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเลยยกเว้นว่าจำเป็นต่ออนาคตเราและไม่มีใครเดือดร้อนอ่ะอนุโลมให้ทำไป แหะๆ)  

เอาล่ะจะมาแชร์ประสบการณ์ว่าสัมภาษณ์งานอย่างไรให้ได้งานจากประสบการณ์ล้วน ๆ เป็นทั้งผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ขณะเดียวกันก็เคยเป็นผู้สัมภาษณ์คนอื่นมาเช่นกัน มุมมองของทั้งสองคนนี้ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่หรอก 

เพียงแค่คุณมีสิ่งเหล่านี้เวลามีนัดสัมภาษณ์งาน  
1.เตรียมตัวก่อนไปสัมภาษณ์งาน - เริ่มตั้งแต่ตอบรับการไปสัมภาษณ์งานเลยถ้ามีการส่งอีเมลมายืนยัน หากได้รับแล้วรบกวนตอบกลับเพื่อเป็นการคอนเฟิร์มเจ้าหน้าที่ไปอีกครั้งนะเป็นมารยาทที่ดีอย่างหนึ่งที่พึงกระทำ อ๋อและอีเมลที่ใช้สมัครงานควรเป็นอีเมลที่เป็นทางการหน่อยนะคะ อาจจะเป็น ชื่อ-นามสกุลจริงเพื่อความน่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพ เช่น Jaidee.meejai@gmail.com หรือ Somchai.s@gmail.com ก็ได้พยายามหลีกเลี่ยงอีเมลที่ตั้งเล่น ๆ อย่าง edok.sud@gmail.com อันนี้เอาไว้ส่งเล่น มันคือภาพลักษณ์อย่างหนึ่งของเราค่ะ ยิ่งถ้าไปสัมภาษณ์งานที่ตำแหน่งใหญ่ ๆ องค์กรใหญ่ ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่เราไม่ควรมองข้ามนะมันคือความน่าเชื่อถืออย่างหนึ่ง

2.เตรียมข้อมูลไปบ้าง – เวลาไปสัมภาษณ์งานข้อมูลบริษัทที่เราจะไปสัมภาษณ์งานเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องศึกษาไปหน่อยนะคะว่าเขาทำเกี่ยวกับอะไร อย่าไปนั่งเอ๋อตอนที่เขาถามว่าทราบไม่ครับว่าบริษัทเราทำเกี่ยวกับอะไร ร้อยทั้งร้อยเกือบทุกที่ถาม ที่เขาถามไม่ใช่เขาไม่รู้นะ 555 แต่เขาถามเพราะเขาอยากดูความกระตือรือร้น การเตรียมตัวและไหวพริบว่าเรามีมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราตอบได้มันก็จะสร้างความประทับใจให้เขาได้ไม่มากก็น้อยเลยแหละ เราเป็นคนหนึ่งสมัยเป็นเด็กน้อยที่ไม่ได้ศึกษาไปคิดว่าเอานะไปด้นสดเอาเราทำได้นา แต่พอเจอคำถามง่าย ๆ นี้ไปและตอบไม่ได้เชื่อไหมว่ารู้ได้ทันทีว่างานนี้ปลิวแน่นอน ฟิ้ววววววววว 55

3.แต่งตัวให้เหมาะสม - ไปสัมภาษณ์งาน First impression ความประทับใจแรกพบเป็นเรื่องจำเป็นมาก ถ้าเราคิดว่าไม่สำคัญเราคิดว่าเราเก๋าเราจะไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้าก็ได้นะไม่ว่ากัน แต่ถ้าอยากปิดประตูความเสี่ยงเอาให้เหมาะสมดูดีสมฐานะของเรานิดหนึ่งค่ะ ถ้ามีแคนดิเดตทั้งหมด 10 คน คุณสมบัติทั้ง 10 คนดีพอ ๆ กัน แต่หนึ่งในนั้นแต่งกายได้เหมาะสมดูดี บุคลิกโดยรวมดีเชื่อเถอะว่าคนสัมภาษณ์เขามองออกความเด่นจะมีมากกว่าคนอื่น ข้อนี้ไม่ได้ตายตัวนะคะบางองค์กร คนสัมภาษณ์บางคนก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมาก เคยได้ยินว่าบางที่ถ้าเจอแคนดิเดตใส่สูทบอกเลยว่าไม่รับ! เพราะไม่ถูกจริตคนที่สัมภาษณ์ก็มี แต่อย่างไรก็ตามแต่เอาที่เหมาะสมดีที่สุดใครจะถูกจริตไม่ถูกจริตก็ช่างเขาแต่เรารู้กาลเทศะก็พอ ไม่ต้องสูทก็ได้แต่อย่างน้อยก็เชิตสีสุภาพ กระโปรง กางเกง ก็เอาที่ดูดีสุภาพเข้าไว้

4.ไปลามาไหว้ – ถ้าเป็นบริษัทคนไทยหรือคนสัมภาษณ์เป็นคนไทยการสวัสดีหรือจะยกมือไหว้ด้วยก็ดี ทำไว้ก็ไม่เสียหายนะ อย่างน้อยเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง (ถึงแม้บางที่เราจะไม่อยากไหว้เขาก็ตาม เก็บเอาไว้ในใจจ้ะ 55) หรือถ้าเป็นคนสัมภาษณ์เป็นต่างชาติกล่าวคำทักทาย Good morning , good afternoon, Hi, Hello, How are you doing? ไม่ต้องไหว้ก็ได้นะ 55 อะไรก็ว่าไปควรมีนิดนึงนะ สิ่งเล็ก ๆ แต่สำคัญมากมารยาทค่ะมารยาทท่องไว้ก่อนกลับก็สวัสดี หรือ thank you so much ก็ว่าไปตามสถานการณ์ค่ะเอาแค่พองาม

5.ตอบคำถามอย่างตรงประเด็น – เวลาเขาถามอะไรมาก็ตอบให้ตรงประเด็นถ้าไม่เข้าใจคำถามก็ถามกลับไปว่า ขอโทษนะคะไม่เข้าใจคำถามรบกวนถามอีกครั้งได้ไหม? อย่าตอบอ้อมวกไปวนมามันจะดูออกว่าเราไม่เข้าใจคำถาม

6.เป็นตัวของตัวเอง – เวลาไปสัมภาษณ์เป็นตัวของตัวเองอย่าเฟค การสัมภาษณ์งานเป็นการพรีเซ้นต์ตัวเองก็จริงแต่ก็ขอให้เป็นไปตามจริงไม่ใช่อวยตัวเองจนเว่อวังแต่สุดท้ายพอทำงานจริงกลับทำไม่ได้ แบบนั้นไม่ดีเอาที่เราทำได้ถ้าอันไหนที่ทำไม่ได้อาจจะตบท้ายหน่อยว่า “แต่ฟ้าเป็นคนเรียนรู้เร็วคิดว่าเรื่องแค่นี้ไม่เกินความสามารถในการเรียนรู้และสามารถทำงานให้สำเร็จได้ค่ะ”

7.คำถามบางคำถามเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง – เพื่อดูไหวพริบในการตอบคำถามของเรา อย่างง่าย ๆ ที่เจอบ่อยและใช้บ่อยก็จะเป็นเรื่อง “คุณคิดว่าอะไรเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิต และคุณผ่านมันมาได้อย่างไร?” ดูเหมือนง่ายถ้าใครที่ทำการบ้านมาดีข้อนี้หมูในอวย แต่เคยเจอตอนสัมภาษณ์แคนดิเดตมาแล้วบางคนตอบไม่ได้ก็มี บางคนก็ตอบไม่ตรงประเด็นก็มี ถามว่าสำคัญไหมถ้าคุณสมบัติด้านอื่นตรงหมดแค่ตอบข้อนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหาเรามองข้ามได้แค่อาจจะโน้ตไว้หน่อยว่าจะพัฒนาแคนดิเดตคนนี้อย่างไรต่อไปถ้าได้งาน หรือแนะนำเขาอย่างไรได้บ้าง (เป็น HR ใจดี อิอิ) แต่ถ้าใครตอบได้คำถามง่าย ๆ แค่นี้ก็ทำให้เห็นทัศนคติในการใช้ชีวิตได้เลยเหมือนกัน

8.HR ไม่ได้ใจดีหรือใจร้ายทุกคน - จริง ๆ แล้ว HR ที่ดีจะต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่ว่าเขาจะตรงใจเราหรือไม่ก็ตาม แต่ที่เราเจอเป็นแบบนั้นเสมอไปไหม ตอบเลยว่าไม่! 555 บางครั้งก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่งของผู้ถูกสัมภาษณ์อย่างเราที่จะต้องอดทนอดกลั้นเพื่อให้บรรยากาศตอนนั้นผ่านไปอย่างราบรื่นที่สุด ถ้าได้งานแล้วไม่อยากทำก็ค่อยปฏิเสธอย่างสะใจทีหลังก็ไม่ว่ากันนะ 55 

เคยเจอเหมือนกันที่ HR หรือผู้บริหารที่นิสัยไม่ค่อยน่ารักดูถูกดูแคลนสารพัดเพียงเพื่อจะบอกว่าเอ้ยเงินเดือนที่เรียกไป ้เขาไม่สามารถจ่ายได้ก็เลยหาข้อติข้อเสียมาว่าเรา ขอให้เชื่อว่าทุกคนเคยเจอ น้องคนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่าเจอคนสัมภาษณ์ที่จะเป็นหัวหน้าโดยตรงสัมภาษณ์ด่าและดูถูกเลยเถิดไปจนถึงสถาบัน แต่สุดท้ายก็รับเข้าทำงานพร้อมกับถามว่า
“มีปัญหาอะไรสงสัยบ้าง” น้องเลยตอบไปว่า “มีปัญหาที่จะต้องร่วมงานกับคุณอ่ะครับ” พูดเสร็จก็เดินสะบัดตูดออกไปปล่อยให้คนสัมภาษณ์นั่งอ้าปากค้าง 555  ถ้าไม่ไหวจริง ๆ แบบมารยาททรามหรือถ่อยสุด ๆ ก็เดินออกไปเถอะอาจจะบอกว่า ขอโทษนะคะขอตัวก่อน

ส่วนตัวไม่เคยทำให้ใครช้ำใจกับการมาสัมภาษณ์มีแต่จะสร้างความประทับใจให้ช่วยเหลือ แนะนำอะไรได้ก็แนะนำกันไป เขาแค่คุณสมบัติไม่ตรงไม่ได้แปลว่าเขาไม่เก่งนะ
  
อืมมนึกออกแค่นี้งั้นพอแค่นี้ก่อนนะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะมาเล่าให้อ่านกันอีก ขำ ๆ นะคะมีประโยชน์ก็เอาไปใช้อันนี้เป็นกฎพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้ไว้อย่างน้อยก็น้อง ๆ ที่เรียนจบหรือกำลังจะจบเอาไปใช้ได้

อ๋อสรุปเมื่อวานเป็นการสัมภาษณ์แบบ relax ไม่ค่อยมีอะไรมากแต่ด้วยสวัสดิการและเนื้องานไม่ค่อยน่าสนใจถ้าเทียบกับที่ปัจจุบัน ถ้าสมมติผ่านสัมภาษณ์ก็คงไม่ไปเมื่อวานแค่ไปเคาะสนิมการสัมภาษณ์ไม่คิดจะอยากทำอยู่แล้ว  


SHARE
Writer
KCstory
Writer
แค่อยากเขียนอะไรก็ได้

Comments