เปลี่ยนที่นอนในไต้หวัน EP.01
เรามันนักแก้ปัญหาดีๆ นี่เอ๊งงง

จุดเริ่มต้นของทริปนี้ เกิดจากเพื่อนๆ ที่อยากไปไต้หวัน
บวกกับเราที่สบโอกาสในการหาเรื่องเที่ยวได้อีกครั้ง

เราบอกแม่ว่า เดี๋ยวไปไต้หวันกับเพื่อนนะ 
เพื่อนผู้หญิงหมดเลย ไปกันตั้งหลายคน
และผลคือแม่ไม่ปฏิเสธเว้ยยย เยส!

แต่พอวันที่มีโปร (ซึ่งเราเห็นคนแรกด้วยนะ)
เพื่อนๆ ก็กดตั๋วกันทันที โดยที่ช่วงนั้นแม่่งอนอะไรซักอย่างอยู่ ก็เลยไม่กล้าขอซื้อบ้าง
ตอนนั้นโคตรกลัวว่าจะไม่ได้ไปเลย ทำใจไว้ละด้วย

พอวีคที่แม่อารมณ์ดีพอดี ก็เลยขออีกรอบ
และแม่ก็ให้ด้วยยย
แต่เอาเข้าจริง ตั๋วแม่งแพงขึ้นเป็นพันเลยอะ
อุตส่าห์ตั้งใจจะประหยัดเงิน เพราะทริปนี้ตั้งใจจะใช้เงินตัวเอง
แต่กลับต้องมาเสียได้ Opportunity cost พันนึงซะได้
เอาเหอะ อย่างน้อยก็ได้ไปวะ

อันที่จริงก็คิดไว้แล้วว่าจะไปคนเดียว
ขู่แม่ไว้เรียบร้อยด้วย
แต่เอาเข้าจริงแม่ก็ยังบอกให้ไปพร้อมเพื่อน ไปไฟลท์เดียวกับเพื่อนอยู่ดี
โถ่วนี่มันโอกาสโซโล่อีกรอบเลยนะ

แต่นี่ใคร?!!!
สุดท้ายก็หาโอกาสเที่ยวคนเดียวอยู่ดีนั่นแหละ

จนวันนึงที่พี่หนึ่งบอกว่าไม่ไปเวียดนามแล้ว ว่างช่วงนี้พอดี
เราก็เลยชวนมาเที่ยวด้วยกันซะเลย
เค้าน่าจะสายลุยๆหน่อยแบบเราอยู่ละะ

พอวันเวลาผ่านไป ก็ใกล้วันเดินทางมากขึ้นเรื่อยๆ
บัตรรถไฟก็ยืมมาแล้ว เสื้อผ้าก็คิดไว้แล้ว ของใช้ต่างๆ ก็น่าจะครบแล้ว (คิดเอง)
เหลือแต่แพลนเที่ยวนี่แหละ ที่ยังไม่เสร็จ

เอาจริงพอทำกิจกรรมไปซักพักจนอยู่ตัวแล้ว
เราก็เริ่มขี้เกียจเตรียมตัวแล้วอะ
เพราะเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ (เหรอ!)
ซึ่งเอาจริงๆ มันก็ได้อะนะ แต่มีแพลนซักหน่อยก็ดี

พี่หนึ่งเลยรับหน้าที่แพลนให้ในช่วงที่เจอกัน 4 วัน 
แล้วค่อยลงดีเทลทีหลังเอา
เราแค่ตบๆ นิดหน่อยก็เรียบร้อยละ

อันที่จริงทริปนี้เราไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ 
ออกแนวไม่อยากไปด้วยซ้ำ เพราะสุดท้ายมา regret ในทางที่เราไม่ได้เลือก
แต่เอาเถอะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันดีเสมอแหละมั้ง

ด้วยความไม่ตื่นเต้น และความเชื่อมั่นในความถี่ในการไปค่ายของตัวเอง
เราเลยจัดกระเป๋าเดินทางก่อนแค่ 2 คืน
และถ้าแม่ไม่มาหา ก็คงจัดก่อนคืนเดียวด้วยซ้ำ
แต่ก็ถือว่ารอบนี้ใช้ได้ เพราะไม่ลืมอะไรที่สำคัญ เย้

เราไม่ได้เอากระเป๋าลากไป เพราะต้องเปลี่ยนที่พักถึง 3 ที่ด้วยกัน 
แถมยังต้องย้ายเมืองสองรอบด้วย
เอาไปก็ถือลำบากอีก
แค่กระเป๋าถือก็พอ มั่นใจว่าใส่พอ

ตอนนั้นเช็คสภาพอากาศพบว่า เห้ยมันไม่ได้หนาวเลย 
อุณหภูมิก็ประมาณตอนไปแคนาดา ก็คือ 18-22 องศาเซลเซียส 
ตอนนั้นยังไม่ใส่เสื้อกันหนาวได้เลย
ตอนนี้ก็ชิลล์ละ ไม่ต้องเอาเสื้อไปเยอะ หนัก ขี้เกียจแบก
เราที่รู้กิตติศัพท์ของการแบกกระเป๋าดี และเข็ดจากตอนไปแคนาดา
ก็เลยเอาไปแค่เสื้อผ้าอันน้อยนิด ซึ่งเสื้อเกินมาชุดนึงด้วยนะะ แต่กางเกงน้อยหน่อย 
ถุงเท้าก็ไม่ครบวัน กะไปซักเอาวันนึง
แล้วก็เอาไปแค่โฟมล้างหน้า ครีมนวดผม แปรงสีฟัน ยาสีฟันหลอดจิ๋ว รีเทนเนอร์ และลิปมัน 
ห้ามลืมผ้าขนหนูด้วยนะ เพราะโฮสเทลไม่มีให้
ดีนะใช้ผืนเล็กพอดี
เอ้อรองเท้าแตะด้วย นี่ถ้าไม่มีคนเตือนก็ลืมเหมือนกันแฮะ
ทิชชู่เปียก อันนี้จำเป็นสุดสำหรับคนติดสายฉีดน้ำอย่างเรา

และสิ่งที่ทำในวันสุดท้ายก่อนบินเลยก็คืออ
ซื้อ Sim2fly และแลกเงินนั่นเอง
ปกติมีคนให้ยืมซิม แต่ตอนนี้ยืมไม่ได้ละ ซื้อเองก็ได้วะ
ส่วนเงินสดก็แลกไปตั้ง 13,000 บาท ด้วยเรท 1.005 บาท 
ซึ่งตอนนั้นก็คิดว่า เราต้องจ่ายค่าโรงแรมอีก ไหนจะค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าซื้อของจุกจิก
กลัวไม่พอจ้ะ แลกไปเต็มสตรีมมาก

ส่วนเรื่องที่ตื่นเต้นที่สุดก่อนออกเดินทางในทริปนี้ ก็คือการหาที่พัก
เนื่องจากไฟลท์เราลงที่ Taichung ซึ่งอยู่กลางๆ ของไต้หวัน
แต่เราก็อยากไปไทเป ซึ่งอยู่เหนือสุดด้วย
ก็เลยต้องนอนไถจงคืนนึง ด้วยความกลัวเหนื่อยการเดินทาง
โดยที่การหาที่พักนี่ เริ่มต้นตั้งแต่ Nov ละมั้ง

และเนื่องจากเพื่อนๆ จองที่พักซึ่งเป็นห้องนอนสี่คนพอดีไปเรียบร้อยแล้ว
เราก็เลยไปจองคนละที่กันไปเลย ซึ่งราคาก็ถูกกว่า
เราเจอที่พักที่นึงที่รีวิวดีมาก และก็มีรถจากสนามบินมาลงแถวๆ นั้นพอดี
ราคาก็โอเค้ คือมันแพงแหละ แต่ถูกกว่านี้ก็ดูไม่โอเค
คืนแรกกลัวนอนไม่หลับ หาที่นอนดีๆ ไปดีกว่า
เราก็เลยจอง Booking.com ที่นั้นไป ซึ่งก็คือ Stray Bird อยู่แถวๆ Science Museum ด้วย

แต่แล้วเราก็เห็นว่า เห้ย Agoda มันมีโฮสเทลที่ถูกกว่า และใกล้เพื่อนว่ะ 
ไปใช้ Agoda สิรออะไรล่ะ เราก็จองเลยจองที่ Ease Single Inn ไป
แต่ของ Agoda จะตัดเงินประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันเข้าพัก
ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เราใส่ข้อมูลบัตร Travel card เอาไว้ จะได้ตัดเงินจากเรทแลกเปลี่ยนถูกๆ

แต่ก่อนวันเข้าพักวีคนึง Agoda ก็บอกเราว่าตัดบัตรไม่ได้ ให้เปลี่ยนบัตรใหม่
และต้องเปลี่ยนบัตรใหม่ภายใน 2 วันมั้ง
เราเลยไปจองที่พักที่อื่นที่ไม่ค่อยดี แต่ราคาถูกเผื่อไว้ เพราะช่วงนั้นที่พักเกือบเต็มหมดแล้ว
เราก็เลยเข้าไปเช็คว่าเงินถูกตัดออกไปหรือยัง
ปรากฎว่าเงินหายไป TWD 500 แต่ราคาโฮสเทลเรามัน TWD 558 ว่ะ

เอ๊ะ ทำไมเงินถูกตัดน้อยกว่าจำนวนใน Agoda วะ
ก็เลยถาม Agoda ใน Live chat แต่ว่าเค้า respond ช้า chat มันเลยหลุดไป
เราเลยทักไปถามโฮสเทลว่า ได้รับเงินแล้วใช่มั้ย
เค้าก็ตอบว่าทุกอย่างเรียบร้อย booking ของเรายังอยู่
เราก็เอ้อโล่ง แต่ก็งงอยู่ดีว่าชาร์จราคาไม่ครบ

พอครบกำหนดเวลาการเปลี่ยนข้อมูลบัตรเครดิต 
เราก็พบว่า booking เราหลุดไปแล้ว เพราะตัดบัตรไม่ได้
อ่าว งงเด้
เราทักไปหาโฮสเทลอีกรอบ แต่คราวนี้เค้าบอกว่า เราไม่จ่ายเงิน ไม่สำรองที่ให้แล้ว
คืออะไรวะ ไม่เข้าใจเลย

เราเข้าไปเช็ค statement ของ KTB พบว่าเงินมันโอนไปที่ชื่อคนไต้หวันจริงๆ
ก็เลยติดต่อไปที่ Agoda อีกครั้งนึง แล้วเค้าตอบว่า 
โดยปกติเงินที่เราถูกชาร์จ จะถูกส่งไปที่ Agoda ก่อน แล้ว Agoda ค่อยโอนเงินให้ property owner จึงไม่มีทางที่โฮสเทลจะได้เงินไปแน่ๆ
แต่เค้าก็เอาจำนวนเงิน 500 ดอลลาร์นี้ไปเช็ค ซึ่งมันมีจำนวนตรงกับโฮสเทลอีกที่ที่เราจองเผื่อไว้
และ Agoda ก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเช็คให้ แล้วรีบติดต่อกลับมา

ระหว่างนั้นเราก็ไปแจ้งแบงค์ว่ามีเงินที่เราไม่ได้ทำ transaction โอนออกจากบัญชีเรา
แต่แบงค์บอกว่าเราต้องอายัติบัตร travel card แล้วส่งหลักฐานให้ Visa เช็ค
แล้ว Visa จะส่งเงินกลับมาให้ภายใน 40 กว่าวัน
แต่ตอนนั้นเราแลกเงินไต้หวันไปแล้วอะะะ
แล้วจะบินอยู่แล้ว อีก 3 วันเอง จะให้อายัติบัตรได้ไง เงินฮ่องกง แคนนาดาก็ยังค้างอยู่เลย
สุดท้ายเราตัดสินใจไม่อายัติบัตร 
(ถ้าแม่มาอ่านก็ได้โปรดทำใจร่มๆ เพราะมันจบสวย)

แล้ว Agoda ก็อีเมลกลับมาว่า ขอหลักฐานจากฝั่งเรา เป็น Bank Statement ที่มีเลขบัตร Travel card ชื่อที่ตรงกับบัตร ข้อมูล transaction 
แต่ statement ที่เราขอในแอพมันไม่มีชื่อเราเว้ย แล้วเค้าห้ามแนบหน้าบัตรไป เพราะเป็น security policy ของเค้า
ตอนนั้นคือรู้สึกมืดแปดด้าน
อยากได้ 500 คืน แต่ก็จนปัญญาแล้วว่ะ
แต่ก็ป้องกันตัวด้วยการลบข้อมูลบัตรออกจากแอพ Agoda  
แล้วก็แลกเงินไต้หวันกลับมาเป็นเงินไทยทั้งหมด (ซึ่งกำไรนิดหน่อย ดีใจมักกกก) 
และโอนเงินไทยออกให้หมดเลย 
คือถ้าใครมาตัดบัตรอีก ก็ได้โปรดตัดเงินฮ่องกงออกไปเลย ขาดทุนย่อยยับมาก
แล้วก็ปลงกับ 500 ที่หายไปอย่างไม่ถูกต้อง

สุดท้ายคือเรากลับไปจองใน Booking.com เหมือนเดิม
แต่ย้ายไปอยู่ Stray Bird เหมือนเดิมละ 
แหมจองไปแต่แรกก็ไม่เอานะ !
Lesson ก็คือ คราวหน้าจองเฉพาะที่พักที่ Pay at property นะจ้ะ 

แต่จะว่าไป นี่มีปัญหาตั้งแต่ยังไม่ไปเลยหรอเนี่ยยยย
SHARE

Comments