ไม่สายเกินไป
 
1.

แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องตกกระทบบานตู้โชว์ที่ประดับไปด้วยถ้วยชามเก่าๆ สมัยคุณย่า แสงสีทองลอดส่องบานเกล็ดแบบโบราณที่ทำด้วยไม้ ส่องแสงทะลุมาเป็นลำแนวนอนสีส้มอมทอง บรรยากาศดูเงียบเหงา เปลี่ยวเปล่า ในขณะที่ผมกำลังนั่งคร่ำเคร่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ คิดประโยคอันงดงามบรรยายความรู้สึกของตัวละครในเรื่อง แต่สมองอันแสนว่างเปล่าไม่สามารถรังสรรค์สิ่งใดๆ ให้ผมมาเนิ่นนานแล้ว ผมคิดถึงเสียงกุกกักในครัวที่คุ้นเคย คิดถึงเสียงตอกไข่ คิดถึงกลิ่นขนมอบหอมๆ ของเธอ



2.

เธอเป็นคนที่ชอบเขียนจดหมายมาก เราพบกันครั้งแรกในงานเสวนาหนังสือ ผมนั่งใกล้กับเธอ และเธอหันมาชวนคุย เธอเป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ดวงตาโตกลม ใบหน้าเล็กกลม ผสมกับรอยยิ้มกว้างๆ ของเธอ ทำให้ผมถูกชะตาเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ ก่อนจากกัน เธอขอที่อยู่ผม บอกว่าจะเขียนจดหมายมาหา

จดหมายของเธอเล่าเรื่องราวในชีวิต แต่เหมือนเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมไม่เงียบเหงา

“นี่ ถามหน่อยสิ คุณชอบฉันตรงไหนหรือ”

เธอถามผสมขณะเอนกายลงบนเตียงที่ปูผ้าสีขาวสะอาด แสงสลัวของแดดสี่โมงเย็นส่องลอดบานเกล็ดไม้ตกกระทบผ้าปูย้อมให้เป็นลวดลายแนวขวางสีส้มทอง สายตาเธอทอดนิ่งจับเพดาน

“ชอบที่จดหมายของคุณ” ผมตอบยิ้มๆ

“ผมชอบที่คุณเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ผมฟัง ทุกครั้งที่จดหมายของคุณมาถึง ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกร้าง”

“แต่ตอนนี้เราก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว จดหมายของฉันยังจำเป็นกับคุณอยู่ไหม”

ผมไม่ตอบ ได้แต่ลูบเส้นผมของเธออย่างเบามือ เธอย้ายมาอยู่กับผมได้ราวสามเดือนหลังจากคบกันได้ปีกว่าๆ หญิงสาวช่างฝัน ช่างคิด ช่างเขียน เธอมีความฝันจะเป็นนักเขียน

‘มันก็แค่ความฝันน่ะ คุณสิ ทำให้มันเป็นความจริงได้’

เธอบอกว่าเธอไม่มีความพยายามมากพอ ต่างกันกับผมที่มีรวมเรื่องสั้นตีพิมพ์แล้วกว่าสามเล่ม ผมละทิ้งทุกสิ่งในชีวิตเพื่อเป็นนักเขียน ผมไม่ทำงานประจำ ผมไม่ทำงานเสริม ผมไม่ทำอะไรแม้แต่อย่างเดียว เพราะคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้สมาธิของผมแตกกระจายและไม่สามารถสร้างงานเขียนที่ดีได้

ผมกำลังรวบรวมสมาธิเขียนเรื่องสั้นเพื่อนำไปเสนอสำนักพิมพ์เล่มที่สี่

ช่วงแรกที่เราอยู่ด้วยกัน ผมมีรายได้ยังชีพมากพอจากค่าลิขสิทธิ์หนังสือ แต่โชคร้าย เงินจำนวนนั้นได้หมดลง นั่นเป็นเพราะว่าผมไม่ได้ทำงานประจำ เธอเองก็ไม่ได้ทำงานประจำ ตราบใดที่ยังคงมีรายได้จากค่าหนังสือของผมอยู่ เราก็อยู่ได้อย่างไม่ลำบากลำบน



3.

ผมยกมือขึ้นก่อนบิดตัวคลายความเมื่อยล้า เปิดลิ้นชัก หยิบจดหมายของเธอมาอ่าน จดหมายของเธอทำให้ผมนึกถึงใบหน้าสดใส ยิ้มที่ทำให้จิตใจผมผ่อนคลาย เธอผู้เป็นเจ้าของรอยยิ้มที่เหมือนรวมความสดใสของทั้งโลกเอาไว้

“ฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป” ประโยคแรกของจดหมาย เขียนเอาไว้แบบนั้น

แสงสีส้มทำให้ผมรู้สึกเหงาจนแทบทนไม่ไหว อดทนไม่ได้ที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป ผมคว้ากุญแจรถ แล้วผละออกจากโต๊ะทำงาน

บรรยากาศใกล้วันปีใหม่เหมือนๆ กับทุกปี ผู้คนต่างเดินออกมาจับจ่ายซื้อหาของสด รถราในตัวตลาดประจำจังหวัดไม่ขยับ ผมยังจอดรถค้างนิ่งอยู่ที่เดิม เสียงเพลงจากวงดนตรีที่ผมชอบ Lie – Zweed n' Roll เสียงหม่นเศร้าของนักร้องนำและกีตาร์ที่บีบเค้นจิตใจให้เศร้าหนักยิ่งกว่าเดิม ผมมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกรถ เห็นยายแก่ๆ หาบถั่วต้มออกมาขาย ข้างกายแกมีเด็กหญิงแต่งชุดซานตี้ สวมหมวกสีแดงคาดขาวร้องเชิญชวนอะไรสักอย่าง เด็กหญิงยิ้มแจ่มใสราวไม่เคยรู้จักกับความทุกข์ ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาสับสนวุ่นวาย

ไม่มีใครซื้อถั่วต้ม

เพลง Lie ยังคงดำเนินต่อไป

ผมรู้สึกเหมือนกำลังดูมิวสิควิดีโอเพลงเศร้าที่เด็กหญิงคนนั้นเป็นนักแสดงหลัก 

หรือแท้ที่จริงแล้วผมเป็นนักแสดงหลักของมิวสิควิดิโอเพลงนี้กันแน่?
 
4.

หลังจากที่เราอาศัยอยู่ด้วยกันได้สักพัก และรายได้ของผมจากหนังสือเริ่มหมดลง เธอเดินมาบอกผมตอนที่กำลังเขียนเรื่องสั้น

“พี่ ๆ เดือนนี้ค่าน้ำค่าไฟยังไม่มีเลย ทำไงกันดี”

ผมชะงัก ความคิดที่แล่นรวดเร็วเริ่มถอยห่าง สมองวุ่นวายกับคำว่าทำไงกันดีของเธอ

แต่ดูเหมือนเธอไม่ได้ฟังผม เธอยิ้มเล็กน้อย และบอกว่า

“ปรายมีฝีมือทำขนม และบ้านพี่ก็มีเตาอบที่ไม่ได้ใช้ ปรายจะอบขนมไปฝากขายที่ร้านกาแฟของเพื่อนนะ”

เตาอบเป็นของแม่ที่จากไป ตั้งแต่แม่ตาย ผมก็ไม่ได้ใช้เตาอบนั้นอีก

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ปรายอบขนมเค้ก คุกกี้ เบเกอรี่ ไม่น่าเชื่อว่ารายได้ของเธอจะดีจนสามารถประทังชีวิตของเราสองคนให้อยู่ได้ในโลกทุนนิยมใบนี้ แม้ว่าบางมื้อ เราจะต้องกินผักมากกว่าเนื้อ หรือค้นตู้เย็นทั้งตู้เย็นเพื่อทำเมนูสุดท้ายก่อนไปจ่ายตลาดอีกครั้ง

ปรายเริ่มทำขนมส่งร้านกาแฟต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เธอเคยขอให้ผมช่วย แต่ผมบอกเธอแค่ว่า

“พี่ต้องใช้สมาธิน่ะปราย พี่ยังเขียนงานไม่ออกเลย”

เป็นเรื่องจริง หลังจากปัญหาการเงินเข้ารบกวน หลังจากที่เห็นปรายต้องทำงานหนัก ผมก็ไม่มีสมาธิจะสร้างงานเขียนให้ดี แต่ผมก็ยังทำ ผมแค่คิดว่าหากผมได้ตีพิมพ์รวมเรื่องสั้นเล่มนี้แล้ว เราจะไม่ต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ อีกต่อไป ปรายจะได้สบายเสียที ผมมีความฝันของผม ขอให้ผมได้ทำต่อไป

ผลของมันจะต้องคุ้มค่า

5.

ผมเดินไปในงานประจำปีของจังหวัดที่จัดในช่วงปีใหม่ โดยรอบมีแสงไฟประดับ ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลงทุกที แต่อากาศก็ยังไม่คลายความอบอ้าว ไร้ลมเย็น อากาศไม่สมกับเป็นปีใหม่ ผมคิด กลิ่นกายของผู้คนตีกัน พาให้เวียนหัว มีกลิ่นน้ำหอมของปรายที่ผมคุ้นเคย ทว่ามันผสมกับกลิ่นเหงื่อของคนโดยรอบทำให้กลิ่นคละคลุ้งชวนเวียนหัว ที่จริงแล้วเป็นกลิ่นเหงื่อหรือกินน้ำหอมของปรายกันแน่ที่ทำให้ผมอยากอาเจียน

ผมไม่รู้

ผมอยากกลับบ้าน

6.

ปรายจากไปในเช้าวันหนึ่ง

เป็นวันที่อากาศโดยรอบครึ้มสลัวเพราะหมอกหรือฝุ่นผมไม่แน่ใจนัก เธอทิ้งจดหมายไว้ที่ข้างหัวเตียง แม้เธอจะจากไปแล้ว เธอยังมีแก่ใจเขียนจดหมาย

“ถึงพี่

ปรายอยากอยู่กับพี่ต่อไป แต่ทุกวันนี้ปรายเหนื่อยเหลือเกิน พี่เอาแต่วิ่งตามความฝันของพี่จนไม่สนใจว่าปรายจะวิ่งตามพี่ทันไหม เราจะมีกินหรือเราจะอดอยาก ปรายอยู่กับพี่ เฝ้ามองพี่อยู่ห่างๆ หารายได้แทนพี่เพราะอยากให้พี่ทำตามความฝันให้สำเร็จ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

ปรายว่าปรายคงพอแค่นี้ก่อนดีกว่า

ก่อนหน้าหนี้ปรายเหมือนแบกอะไรหนักๆ อยู่ตลอดเวลา คงจะจริง เวลาที่เรารักใคร เราก็อดที่จะคาดหวังกับเขาไม่ได้ แต่ปรายมาคิดดูแล้ว นับวันปรายมีแต่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ พอปรายคิดว่าปรายอยากวางทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนใจมันเบาลง

ขอให้พี่อยู่กับความฝันพี่ต่อไปนะ” 
ที่สุดแล้ว ปรายก็จากผมไปก่อนย่างเข้าเดือนธันวาคมหนึ่งสัปดาห์ ด้วยเหตุผลง่ายๆ อย่างที่เธอเล่ามาในจดหมาย ผมไม่ได้ตามหาปราย ตราบใดที่ปรายอยู่กับผมแล้วเธอลำบาก เธอคงไม่กลับมา

7.

มาจนถึงตอนนี้ผมคิดได้แล้วว่าเราจะประสบความสำเร็จไปทำไม ถ้าปลายทางของความฝันไม่มีใครอยู่เคียงข้างเรา

ผมคิดถึงปราย และผมรู้ว่าผมไม่สามารถยังชีพด้วยงานเขียนเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาผมรีดเค้นเอาเงินจากสิ่งที่ผมรักจนไม่สามารถเขียนเรื่องสั้นได้

และที่ร้ายกว่าคือ ความฝันพรากคนที่ผมรักไป

ผมเดินออกจากร้านกาแฟร้านประจำที่คุ้นเคย ป้ายหน้าร้านเขียนว่า “รับสมัครบาริสต้า”

ผมมีฝีมือชงกาแฟอยู่ เพราะความเป็นนักกินกาแฟตัวยงของผม ในที่สุดเจ้าของร้านตกลงใจรับผมไว้

ผมสาวเท้าอย่างรีบเร่ง หมายใจว่าจะไปหาปราย เธอคงดีใจที่รู้ว่าผมหางานประจำทำแล้ว

ผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอ

ขอให้มันยังไม่สายเกินไป 


SHARE
Written in this book
เรื่องสั้น
เรื่องสั้น

Comments

niji
28 days ago
Niji ลองเล่าเรื่องสไตล์ใหม่ ตัดสลับไปสลับมา หวังว่าจะถูกใจนักอ่านนะคะ
ฝันอยากแต่งเรื่องสั้นที่จบแบบไม่จบ แต่ทิ้งความหวังไว้ให้นักอ่านแบบนี้มานานแล้วค่ะ ฝากเรื่องสั้นเรื่องนี้ให้ทุกคนอ่านด้วยนะคะ
Reply
Mahdi
27 days ago
ชอบมากครับ
niji
27 days ago
ขอบคุณมากนะคะ ดีใจจจจ
KCstory
28 days ago
คิดถึงงงงงงค่ะ ชอบอ่านมาบ่อยๆจิ 💕
Reply
niji
28 days ago
ขอบคุณค่ะ ไว้จะมาบ่อยๆน้า
Deux
26 days ago
อ่านไปแล้ว ทำไมพี่รู้สึกว่ามันไม่ทันแล้วอ่ะ
Reply
niji
26 days ago
นั่นสิ อันนี้คนเขียนยังไม่รู้เลยว่าทันไหม เพราะถ้าตามที่ปูเรื่องมามันไม่น่าทัน แต่อยากเอาใจช่วยอีตานักเขียนนี่อยู่ดี
Deux
26 days ago
โอเค อะไรก็เกิดขึ้นได้ สู้ๆ