:. + แต้มต่อในชีวิตเท่ากับศูนย์ - .:
บทความเริ่มต้นปี 2020 นี้ ผมอยากลองชวนทุกคนมาเล่นเกมด้วยกันครับ ผมขออนุญาติตั้งชื่อเกมนี้ว่า “เกมบวกแต้มชีวิต” กติกาก็ง่ายๆ คือเกมนี้จะมีทั้งหมด 5 ข้อ โดยใช้ชีวิตผมเป็นตัวตั้งต้น ซึ่งในแต่ละข้อจะมีแต้มชีวิต +1 อยู่ หากคุณเคยได้รับแต้มนั้นก็ให้บวกแต้มไปเรื่อยๆ จนครบ 5 ข้อ แล้วลองมาเปรียบเทียบแต้มชีวิตของคุณกับของผมดูครับ ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย...

1. ตอนเป็นนักเรียนผมสอบเข้าโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดไม่ติด ตอนนั้นผมเสียใจมาก ผมจึงต้องไปสอบเข้าเรียนอีกโรงเรียนหนึ่งด้วยตัวเอง จนสอบติด หรือแม้แต่ในวัยทำงาน ผมก็ไม่เคยได้รับการฝากเข้าทำงานที่ไหนเลย (หากคุณเคยได้รับการฝากเข้าเรียนหรือเข้าทำงาน คุณมีแต้มต่อในชีวิตมากกว่าผม +1)

2. ผมเรียนจบปริญญาตรี พร้อมหนี้ก้อนหนึ่งจาก กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ ทุกวันนี้ผมยังคงต้องใช้หนี้ก้อนนี้อยู่ (หากคุณไม่เคยกู้เงินหรือขอทุนเรียนเลย จนจบปริญญาตรี คุณมีแต้มต่อในชีวิตมากกว่าผม +1)

3. เมื่อก่อนผมไม่เก่งภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นเลย ผมเคยอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ ไปใช้ชีวิตในต่างแดน ฝึกภาษาให้เก่ง แต่ผมไปไม่ได้ เพราะผมมีภาระ และไม่มีเงินทุนเพียงพอ (หากพ่อแม่เคยส่งคุณไปเรียนต่างประเทศ คุณมีแต้มต่อในชีวิตมากกว่าผม +1)

4. สิบกว่าปีมาแล้ว ที่ผมต้องส่งเงินให้ที่บ้านทุกเดือน (หากคุณไม่ต้องส่งเงินให้พ่อแม่ทุกเดือน คุณมีแต้มต่อในชีวิตมากกว่าผม +1)

5. ในช่วงที่ผมตกงาน สิ่งที่ผมอยากได้ยินจากพ่อแม่ คือ “ไม่เป็นไรลูก ค่อยๆ หางานไป เดี๋ยวพ่อแม่ให้เงินลูกใช้ไปก่อน” แต่ผมไม่มีสิทธิ์ได้สิ่งนั้น (ตั้งแต่เรียนจบ หากคุณเคยได้รับเงินช่วยเหลือจากพ่อแม่หรือบุคคลอื่น คุณมีแต้มต่อในชีวิตมากกว่าผม +1)
เมื่อเล่นเกมจนครบ 5 ข้อแล้ว คุณจะสังเกตเห็นว่าแต้มชีวิตของคุณจะมากกว่าผมเสมอ หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือ “แต้มชีวิตของคุณจะเท่ากับผม นั่นก็คือ 0 แต้ม”

หากคุณลองมาพิจารณาอีกครั้ง จะพบว่า ต่อให้เกมนี้จะมี 10 ข้อ หรือ 100 ข้อ แต้มชีวิตของผมก็จะได้ 0 เสมอ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะผมใช้ชีวิตตัวเองเป็นตัวตั้ง แล้วมองแต่ในสิ่งที่ผมขาด หรือสิ่งที่ผมไม่มีเหมือนคนอื่น เสมอไงครับ

คนเราก็มักจะเป็นเช่นนี้ เรามักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่มีข้อได้เปรียบ หรือคนที่มีแต้มต่อในชีวิตมากกว่าเราเสมอ บ่อยครั้งเวลาที่ผมรู้สึกแย่ หมดหวัง หรือท้อแท้ในชีวิต ผมก็มักจะตั้งคำถามว่า “ทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้? ทำไมผมต้องมาเหนื่อยขนาดนี้? ทำไมครอบครัวผมไม่รวยเหมือนคนอื่นบ้าง? ทำไมผมไม่มีแต้มต่อในชีวิตเหมือนคนอื่นบ้าง?” ผมถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า และได้ค้นพบว่า มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะตั้งคำถามแบบนั้น เพราะสิ่งที่ผมถามตัวเองอยู่นั้น มันเป็นคำถามที่ไม่สามารถตอบได้ และไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
อันที่จริง...ผมลืมสิ่งสำคัญสองอย่างที่ผมมีไปเสียสนิทใจ เพราะสิ่งสำคัญสิ่งนั้น ที่ทำให้ผมได้ทำตามความฝันของตัวเอง ได้เป็นนักร้อง พิธีกร ผู้ประกาศข่าว ได้เป็นที่รู้จักของใครหลายๆ คน มีพัฒนาการทางด้านภาษาทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นที่ดีขึ้นมากๆ ได้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง ได้ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ได้ไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก สถานที่ซึ่งผมเคยคิดว่าในชีวิตนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้ไป สิ่งสำคัญสิ่งนั้น ได้สร้างแต้มต่อในชีวิตให้กับผมอย่างน่ามหัศจรรย์ และสิ่งสำคัญสองอย่างที่ผมมีมาตลอด ก็คือ“Passion and Perseverance”
“ความมุ่งมั่นปรารถนาและความพยายามอย่างไม่ท้อถอย”

ในวันที่คุณรู้สึกว่า คุณสู้คนอื่นไม่ได้ คุณไม่มีแต้มต่อในชีวิตเท่าคนอื่น อย่าลืมนึกถึงสิ่งสำคัญสองอย่างนี้นะครับ ถึงแม้ว่าชีวิตคุณจะมีแต้มต่อในชีวิตเท่ากับศูนย์ หรือติดลบน้อยกว่าคนอื่นกี่เท่า แต่คุณก็สามารถสร้างแต้มต่อในชีวิตให้ตัวคุณเองได้ด้วยสิ่งสำคัญสองอย่างนี้

“ความมุ่งมั่นปรารถนาและความพยายามอย่างไม่ท้อถอย” อาจจะไม่ได้ทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นในทันทีทันใด แต่ผมก็อยากจะขอให้คุณเชื่อต่อไป

แล้วบางที...วันหนึ่งคุณอาจพบว่าแต้มต่อในชีวิตของคุณ มันจะไม่ใช่แค่เพิ่มขึ้นแบบบวกเพิ่มเท่านั้น แต่มันจะเพิ่มขึ้นเหมือน “เลขยกกำลัง” ก็ได้...
บทความโดย: แมกซ์ รณภพ รากะรินทร์

ขอขอบคุณหนังสือ: GRIT, The Power of Passion and Perseverance by Angela Duckworth

SHARE
Writer
Maxxronapob
Ordinary Person
↩️ Ex : Singer[GMM GRAMMY]🎙 | VJ MC [BANG CHANNEL]🎧 | Newscaster[MCOT9]🎥 | JP Sales [H.I.S] 💴 ▶️ Now : Cabin Crew

Comments

Freedom_isagift
1 month ago
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ ทุกความสำเร็จมีคุณค่าสำหรับทุกคนที่ไขว่คว้า แต่คุณค่านั้นจะดูยิ่งใหญ่กว่ามาก ถ้าเป็นความสำเร็จจากสองมือ สองเท้า และหนึ่งกำลังสมองของเรา แม้ไม่ได้แรง support อะไรจากใคร สู้ๆ นะคะ
Reply