26/06/2020 เราไม่รู้สึกถึงการสูญเสียจนกว่ามันจะพุ่งเข้าหา
บางทีการพยายามที่จะอยู่กับความเครียดมันก็เหมือนฟองสบู่แตกตอนนี้ จากที่เราเชื่อว่าแค่ขณะนี้ แค่หลังจากเราพิมพ์บล็อกก่อนเราจะยังไม่ต้องเจอความเศร้า แต่ลุงของเราก็เพิ่งเสียชีวิต

มกราคมนี่มันโหดร้ายจัง ให้เราร่าเริงในสิ้นปี ยินดีกับชีวิตที่ยังไม่ตายจน 2020 เรากำลังพยายามจัดการความเครียดหลายอย่างในชีวิต งานของเราที่สะดุด การเงินที่เหี้ย คนรอบตัวที่แย่ การต้องตระหนักว่าเดินคนเดียวแล้วนะต่อไปนี้ ความกดดันที่จะทำตามสิ่งที่ฝันสักทีแต่ก็กลัวพลาด ทุกอย่างกดทับอัดแน่นจนลำคอตีบตัน เราผ่านวันและคืนไปด้วยการนั่งคอลคุยกับเพื่อนในเนต ให้รู้สึกว่าเราจะต้องสามารถแข็งแรงลุกขึ้นมาทำอะไรได้บ้างอย่างเคย 

เราว่ามันโคตรสุด
และนี่แค่มกราคม 

เรารู้สึกเหมือนกำลังว่ายถึงผิวน้ำของความทุกข์เพื่อจะหายใจ เราเริ่มไม่มีน้ำตา ในระหว่างความรู้สึกว่าเริ่มจะด้านชาอีกครั้ง เราก็ได้ข่าวน่าตกใจว่าลุงของเราเสียไปตอนหกโมงเย็น ไม่นานจากบล็อกก่อนที่เราพูดถึงสุสานในใจเรา เราภาวนาว่าเราไม่อยากมีสมาชิกใหม่เพิ่ม และวันนั้นมันก็มาหลังจากเราอัพบล็อกนั้นไม่นาน โคตรสุดอ่ะ เราไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรมาบรรยาย มันเหมือนนั่นแหละ...เราว่ายขึ้นมาถึงผิวน้ำแล้วเจอค้อนฟาดปัง! อาจจะยังไม่ทันเจ็บ แต่เราเสียหลักแล้วแน่ๆ

จริงแล้วเราไม่ควรต้องอินอะไรกับการสูญเสียมากขนาดนั้น เราไม่ได้สนิทอะไรกับลุงมากนัก ลุงเป็นเขยที่แต่งกับป้าแท้ๆ เรา บ้านอยู่ตรงปากซอยบ้านนี่เอง ทำให้ทั้งเช้าและเย็นก็จะเจอลุงบ่อย สมัยยังทำงานออฟฟิศก็จะเจอทุกเช้าที่ลุงออกมายืนรดน้ำต้นไม้หรือไปส่งหลานๆ ที่โรงเรียน มันเป็นความเคยชินของการยกมือไหว้ทุกวัน คุยกันนิดหน่อย ลุงอาจจะแซวเรื่องสีผมแปลกๆ ของเราบ้าง เราอยู่แบบนี้มานานพอดู

การที่เราเห็นใครทุกวันและวันหนึ่งไม่มีมันก็เคว้งคว้างนะ
ตอนเลิกกับแฟนยังรู้สึกได้เลย กับคนที่ต้องเจอกันบ่อยแบบนี้เราจะไม่มีพันธะทางอารมณ์เลยเหรอ? มันย่อมต้องมีบ้างอยู่แล้ว ความเศร้าของเรามักจะเริ่มต้นว่า..."ต่อไปนี้จะไม่มีแล้วนะ" ตามมาด้วยหลายสิ่งที่เราเคยมี

มันผ่านมาเข้าเดือนมีนาแล้วนะ แต่ในความรู้สึกทุกครั้งที่เดินผ่านบ้านนั้น แล้วไม่เห็น ไม่มีเสียงทักทาย ไม่มีคนรดน้ำต้นไม้ ดูแลศาลพระภููมิ มันก็ว่างเปล่าดี คนแถวๆ นั้นก็รู้สึกอย่างเดียวกัน คือบางอย่างมันหล่นหายไปจากตรงนี้

ลุงเราเป็นคนดี เป็นคนศรัทธาในศาสนาพุทธ ใครๆ ก็รักแก ถึงเราจะไม่ใช่คนมีศีลธรรมและนับถือศาสนา เราก็ยังรู้สึกว่าแกเปี่ยมไปด้วยอย่างแท้จริง ตอนเข้าเดือนเมษายน ปกติวันที่ 12 ครอบครัวเราจะพากันรวมตัวไปบังสุกุล เพราะถึงเป็นลูกหลานคนจีนกันแต่ไม่มีสุสานแล้ว มีแต่โกฐกระดูกอยู่กับวัด ลุงจะเป็นคนที่คอยจัดการทุกอย่าง รอบนี้มีภาวะโควิดทำให้ต้องงดไป ถ้าไม่งด...เราก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะรู้สึกยังไง

คุณเชื่อไหม...เราใช้เวลาเขียนบล็อกนี้นานหลายเดือนเลยนะ

 เราเขียนได้ทีละหน่อยแล้วก็ต้องหยุด นับแต่เดือนมกรามาจนถึงมิถุนา การเสียลุงที่เราแทบไม่ได้พูดจาด้วยเหมือนจะส่งผลกระทบทางด้านจิตใจมากกว่าที่คาดคิด มันคงเป็นความช็อคจากเรื่องที่ไม่มีเค้าแวว เหมือนมีเครื่องบินตกใส่ เราไม่มีโอกาสหนี ไม่รู้เลยว่าจะเกิดขึ้น ความตายเล่นงานเราแบบนี้เสมอ

ตอนนี้เราเศร้าน้อยลงเวลาเดินผ่านบ้านนั้น แต่ก็ยังมองไปจุดเดิม จุดที่ปกติจะเจอลุง แล้วความรู้สึกว่างเปล่ามันก็ยังมีแค่ลดลง เป็นภาพทรงจำดีๆ ของช่วงเวลาที่หมดลงไปแล้ว ชีวิตคนเรานี่ถ้าจะมองให้ยาว...มันก็ยาวนะ แต่ระหว่างที่ชีวิตสองชีวิตมาเจอกัน บางทีมันก็สั้นเหลือเกิน เราเคยยอมแพ้และพยายามที่จะตายหลายครั้ง นับตั้งแต่อายุเพียง 14-15 เราก็เริ่มอยากตายแล้ว เทียบกันเราเหมือนเพิ่งอยู่ไม่นาน แล้วเราก็หาเรื่องที่จะตายเพราะไม่อาจทนต่อโลกที่ต้องเจอในตอนนั้นได้ เรามองว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีความสามารถ และล้มเหลวกับการมีชีวิต โดยลืมไปว่าหลายคนก็คงพยายามอย่างมากที่จะประสบความสำเร็จเหมือนเรานั่นล่ะ บางทีเป้าของเขาอาจเป็นแค่ "มีชีวิตต่อไป" เท่านั้น

ครึ่งปีแล้วกับหลายอย่างที่ผ่านมา กับบล็อกที่ใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ เราเคยมีเพื่อนจากในนี้ เรียกแบบนี้แล้วกัน ที่เคยทักมาเพราะคิดว่าการที่เราหายไปเท่ากับเราอาจจะเสียชีวิตไประหว่างยังป่วยโรคซึมเศร้าอยู่ (ซึ่งก็ยังป่วยอยู่) เราอยากพูดกับเขาว่าการที่ไม่เห็นเราที่นี่อาจเป็นเรื่องดีกว่า เพราะการที่เรามาที่นี่ ก็คือเราหาพื้นที่ที่ไม่มีคนรู้จักเรา ไม่รู้ว่าเราเป็นใครมาก่อน เพื่อจะได้ส่งผ่านเรื่องราวอันจะไม่ถูกตัดสินจากภาพภายนอกในชีวิตเรา การที่เราหายไปก็ย่อมเป็นเหตุว่าเราจัดการมันได้แล้ว แต่เราก็เข้าใจนะ ความเงียบมันชวนอึดอัดมากกว่าเสียงตะโกน ความเงียบมันไม่มีการสนทนานี่

ก็อาจกลับมาอีกนะ ช่วงนี้ก็มีเรื่องที่ทำให้กลับไปวนคิดเรื่องแย่ๆ อีก แล้วเราต้องการที่ที่เราจะพิมพ์เรื่องราวทั้งหมดได้อีกครั้ง การได้พิมพ์ลงไปมันเหมือนเราได้คิดซ้ำและหาคำตอบกับชีวิตเราด้วย เพราะบางทีเราไม่รู้ว่าในระหว่างเดินทางเรามองเห็นภาพโดยรอบในชีวิตของเราชัดเจนไหม วิธีการตรวจสอบที่ดีที่สุดคือการบันทึกหรือบอกเล่าให้คนอื่นฟัง

เอาเป็นว่า...ยังไม่ตายนะ ฝากตัวต่อไปอีกสักหน่อยแล้วกัน




























































































































SHARE
Written in this book
บันทึกลูกกวาดบนถนนสีเทา 
รวมไดอารี่สำหรับปี 2019 ตั้งใจว่าไม่เขียนเยอะขึ้น ก็จะเขียนน้อยลง การเขียนน้อยลงในนี้ แสดงว่าอาการดีขึ้นมากๆ แล้่ว
Writer
LILITU
Vampire
Prof. of Being Dead insides. A Girl who obsessed with Death, Crime, Cat and Night Creatures. Nothing more...nothing less. [http://fb.com/lilith.in.the.moon]

Comments

hitheworld
9 days ago
คุณเข้มแข็งมากๆเลยนะคะ เก่งมากๆ
Reply
LILITU
4 days ago
ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ