‪อยู่ดีๆก็นึกถึงวันนั้น‬
          วันนั้นเป็นวันจันทร์ นี่ก็ตื่นเช้าไปเรียนตามปกติ แต่มันผิดปกติตรงที่ทั้งกลุ่มมีแค่กูคนเดียวที่ไปเรียน เพราะเพื่อนคงเหนื่อยจากการไปค่าย 5 วันเต็มๆ บวกกับการที่รู้ว่าวิชานี้แม่งอาจารย์สอนก็เหมือนไม่สอนนั่นแหละ นี่ก็นั่งเรียนตามปกติ จนกระทั่งเลิกเรียน
           เลิกเรียนก็ขับมอไซกลับบ้านคนเดียว ระยะทางจากมอถึงบ้าน จริงๆ ก็ไม่นับว่าไกลนะแต่วันนั้นรู้สึกเหมือนใช้เวลาขับมอไซนานมาก นานจนสมองคิดเรื่องต่างๆนานา วกวนพันกันในหัวมากมาย ขณะขับมอไซเกิดความคิดมากมายพรั่งพรูในหัว แล้วสุดท้ายน้ำตาก็ไหล ไหลขณะที่ขับรถกลับจากมอ ในหัวตอนนั้นคือไม่เข้าใจเลยว่ากูเป็นอะไรของกู ภาวนาให้ถึงบ้านเร็วๆ กลัวคนจะเห็นว่าเรากำลังร้องไห้ เมื่อถึงบ้าน รีบวางกระเป๋า แล้วฟุบหน้าลงกับหมอน มือรีบควานหาโทรสับในกระเป๋ากระโปรง เข้าไลน์ ไปที่แชท ‘มาร์คคึ’ พิมพ์บอกทุกสิ่งที่เป็น และที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนั้น และสิ่งที่ไม่ลืมบอกแน่ๆ คือ ‘กูร้องไห้อีกแล้ว’
ซึ่งถ้ามันนอนหลับอยู่ก็ต้องตื่นแน่ๆเพราะนี่รัวแชทไปสุดๆ  
มาร์ค. ‘ร้องไห้เหี้ยไรอีกละ’
มาร์ค. ‘งอแงนะมึงหนิ..’
      ที่พูดงี้ก็เพราะมันเฝ้าเราร้องไห้มา 2-3 วันแล้ว กับเรื่องงี่เง่านี้ เมื่อมาร์คถาม เราไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าสรุปแล้วกูร้องไห้เนี่ยกูเป็นอะไรกันแน่ แต่ก็เลือกที่จะบอกมันทุกอย่างว่า กูไม่เข้าใจตัวเองเลยตอนนี้หรือจะบอกว่ากูไม่เข้าใจอะไรเลย ณ จุดๆ นี้ 
คำถามเดียวที่มีในหัวของนี้ คือ
เขาทำกับกูแบบนี้ทำไม เขาทำได้ยังไง เขาไม่รักกูหรอ เขาไม่แคร์กูหรอ (ไม่เรียกว่าคำถามเดียวละมั้ง)

และเราเอาทุกคำถามที่สงสัย ถามพุ่งใส่มาร์ค มันตอบว่า ‘กูเข้าใจ’ คือ...น้ำตาไหลหนักกว่าเดิมอีก ซึ้งใจที่เขาเข้าใจกู แล้วมันก็ต่อแชทมารัวๆ สอนสารพัดสรรพสิ่ง เปรียบเราใส่กับทุกอย่าง เปรียบแม้กระทั่งว่า ต่อให้นี่เป็นโลแกนใน x-men ก็ต้องใช้เวลารักษาเรื่องนี้อยู่ดี ตอนนั้นกูถึงกับหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา 

         ไม่เข้าใจทำไมเวลาคุยกับมัน มันถึงรู้สึกอ่อนโยน เวลาที่เราต้องการสักคนอยู่เพื่อปลอบใจ มันไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลย ในวันแรกที่เราเสียใจกับเรื่องนี้ แล้วทักไปหามัน คำนึงที่ทำให้เรารู้สึกดี
‘โอเคเดี๋ยวกูจะอยู่เป็นเพื่อนมึงเอง มึงจะได้ไม่เพ้อเจ้อ’
‘กูรู้ว่าเวลาแบบนี้มึงต้องการเพื่อน’
‘แต่เพื่อนมันไม่ได้หมายถึงเพื่อนคนไหนก็ได้’
‘มันต้องเป็นคนที่มึงคุยด้วยแล้วสบายใจ’

......เมื่อแชทเงียบ เราอ่านแล้วน้ำตาไหลเลยอ่ะ กูไม่ต้องพูดอะไรมากมาย มึงก็เข้าใจแล้ว ไม่รู้สึกดีให้รู้สึกไงวะ.....

และเช้าวันที่ร้องไห้ขณะกลับจากมอ พอมันรู้ว่าเราร้องไห้มาหลายวันและร้องจนปวดหัวบวกกับเราไม่สบายแต่นั่งแดกเหล้าในคืนวันกลับจากค่ายคือวันอาทิตย์ ชอบประโยคที่มันถามว่า ‘บ่ายมึงมีเรียนมั้ย’ นี่ก็บอกว่ามี มันถามต่อว่า 
‘ขาดได้มั้ย กูอยากให้มึงนอน ไปนอนละไม่ต้องคิดอะไร’ นี่ก็บอกว่าไม่ได้ คาบบ่ายเรียนอิ้งซึ่งอาจารย์บอกไว้ก่อนหน้าแล้วว่าสัปดาห์นี้ห้ามขาดเพราะจะบอกแนวข้อสอบ ใจกูยิ่งแบบ มึงอย่าห่วงกูดิ ขนาดคนที่เขาทำกูเจ็บปานนี้เขายังไม่ห่วงสักแอะเลย

หลังจากคุยกันได้5-6วัน นี่ก็พยายามห่างออกมาเพราะไม่อยากทำให้มันลำบากใจ แต่เวลารู้สึกไม่โอเคก็มีทักไปขอให้อยู่เป็นเพื่อนและมันก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้ง

          จากวันที่เกิดเรื่องราวที่ค่าย จนถึงวันนี้ไม่รู้ผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้ดีใจที่ตัวเองไม่รู้สึกอะไรแล้ว รู้แค่ผิดหวังกับคนๆนี้จัง แต่ก็คงเอาอะไรด้วยไม่ได้อีกแล้ว ไม่กล้าหวัง ไม่กล้าอะไรด้วยทั้งสิ้น จำได้ว่าตอนนั้นเสียใจที่สุดเพราะผิดหวังมากๆ เพราะปกติก็ไม่ชอบให้ใครทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว และส่วนตัวเป็นคนไว้ใจคนยาก และเกลียดการโกหก เกลียดการหลอกทำให้เราผิดหวัง ถ้ามีคนทำแบบนี้ด้วยก็คือมันจบเห่เลยเพราะแค่สิ่งเดียวที่ขอคือการอย่าโกหกแค่นี้ทำให้ไม่ได้ก็พอเถอะ มันก็ไว้ใจไม่ได้ มันเป็นเหตุของหลายๆปัญหาด้วยซ้ำไป

          ถึงวันนี้ไม่รู้สึกอะไร ก็ไม่ได้หมายความว่าจำไม่ได้ว่าเคยเจ็บ เคยร้องไห้จนปวดหัว เคยสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน วันนี้ก็ยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น คำถามที่เคยถามทั้งตัวเขาและตัวเรา ก็ยังไม่ได้คำตอบเลยสักคำตอบ แต่ ณ วันนี้ ณ ตรงนี้ก็ไม่ต้องการคำตอบใดๆอีกแล้ว ไม่ต้องการอะไรเลยด้วยซ้ำ
แต่ขอบคุณมาร์คกับอิเนตั้นที่ช่วยบอกว่าจริงๆแล้วเรารู้สึกยังไง ในวันที่แม้แต่ตัวเราเองก็ยังอธิบายความรู้สึกไม่ถูก ในวันที่เราไม่เข้าใจตัวเอง 2คนนี้แม่ง ทั้งด่าทั้งว่ากู จนเราทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น และค่อยๆผ่านมันมาได้

          วันนั้นคำที่อยากได้ยินมากที่สุดคือคำว่าขอโทษและเพียงเขาสำนึกผิดแล้วรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำจริงๆ (รู้ว่าเขาก็คงรู้สึกผิดอยู่แต่เขาไม่แก้ปัญหาเองเขาเลือกที่จะคุยกับหลายๆคนต่อ สำหรับกูแล้วแบบนี้ไม่เรียกว่ารู้สึกผิดจ้า) ถ้าวันนั้นได้ยินว่าขอโทษแล้วเขารู้สึกผิดจริงๆ ยอมอธิบายสิ่งที่เขาทำ ให้เราเข้าใจสิ่งที่มันเกิดขึ้น ให้เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้เพราะอะไรหรือเพื่ออะไร นี่ชอบความจริงแม้มันจะฟังละเจ็บแค่ไหนก็ตาม ก็ยังอยากรู้ความจริงมากกว่ามาได้ยินคำโกหก ถ้าเป็นแบบนั้นนี่ก็คงไม่โกรธขนาดนี้ ก็คงโอเคจบกันแต่จบด้วยดีเพราะเข้าใจเหตุผลที่แกทำแบบนั้นแล้ว แต่นี่แม่งไม่ไง บอกว่ารู้สึกผิดแต่ยังทำอยู่ กูต้องเชื่ออะไรเชื่อคำพูดไร้สาระของมึงหรอ ก็ไม่ป้ะวะ สมองกูก็มีเชิงเหตุและผลกูก็พอคิดได้

          แต่กับมาร์ค คืนวันที่เคลียร์กัน คุยกันคืนเดียวให้จบ นี่ด่าไปสารพัดเพราะเวลาโกรธมันจะพูดความในใจทั้งหมด แล้วตอนนั้นพูดแบบไม่คิดเลย พอคิดได้ก็รู้สึกผิด แต่ดีที่มันตอบแค่ว่า กูขอโทษ ขอโทษจริงๆ ตอนเราโกรธเป็นไฟมันโคตรเหมือนน้ำ พูดให้เราใจนิ่งได้ จนสุดท้ายจบกันด้วยคำว่า ฝันดีนะ กูขอโทษจริงๆ
แม้คืนนั้นจะร้องไห้หนัก แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังในตัวมันก็อาจจะรู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อย แต่จำได้ว่าร้องไห้หนักพอสมควร แต่ก็ขอบคุณที่อย่างน้อยแม้จะจากกันก็ยังแคร์กันอยู่ และก็ขอบคุณในเช้าวันถัดมามึงยังห่วงกูว่ากูร้องไห้มั้ยกับเรื่องเมื่อคืน 
ยังคงคิดถึงสายตาห่วงใย ในบ่ายวันที่ฉันตาบวมไปเรียน
          สำหรับมาร์คแล้ว ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกดีได้มากมายขนาดนี้ อาจจะเพราะสาเหตุนึงคือความเป็นเพื่อนกัน ก็จริงอยู่ที่เป็นเพื่อนแบบไม่ได้สนิทใจขนาดนั้น แต่มันก็เพราะความสัมพันธ์ที่กูชอบเขามาก แต่เขากลับให้ได้ไม่ถึงขั้นแฟน มันเลยกึ่งๆ อยู่ระหว่างเพื่อนกับแฟน แต่เอนมาทางเพื่อนมากกว่า ฉะนั้นพอคุยกันมันไว้ใจได้เหมือนเพื่อนคุยกัน คุยได้ทุกเรื่องจริงๆ และนี่ก็เคยคุยเปิดใจเรื่องเซ็กส์ด้วยว่าต่างคนต่างมีความคิดยังไง กับเรื่อง one night stand นี่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยแต่เลือกที่จะคุยกับเขา แต่ก็ไม่ผิดหวังนะ เพราะเหมือนเราส่งสารไปสารมันตกที่เขาแล้วก็หายไป มันไม่มีการส่งต่อหรือมีกระแสตีกลับมาที่เรา ตรงนี้คือรักมาก ก็เลยกล้าไว้ใจ 
แค่ได้เคยพาไปกินข้าววันนั้นก็ดีใจมากนะ
แต่ก็แอบผิดหวังที่มึงจะพาไปดูหนังทั้งทีแต่กูดันไม่ไป  น่าตีให้ตาย 

SHARE
Writer
aqq
Write experiment
บันทึกส่วนตัวสาธารณะ

Comments