One Shot – Light year (Wheein & Hwasa ft. Solar)



1







จอง ฮวีอินสัญญากับเธอไว้....ไม่ว่าหล่อนจะจากไปนานแค่ไหน หล่อนจะกลับมา







และคืนนี้หล่อนกลับมา







อัน ฮเยจินลืมตาตื่นมาพบหล่อนเอนกายนอนอยู่ข้าง ๆ ฮวีอินหันหน้ามาทางเธอ หล่อนหลับใหลแต่ใบหน้ายังแต้มไปด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ เผยให้เห็นลักยิ้มข้างแก้มเด่นชัด ไฟกลางคืนที่เล็ดลอดเข้ามาทางหน้าตาส่องสะท้อนมากระทบกับเรือนผมดำขลับ ชุดนอนสีขาวที่หล่อนสวมใส่เป็นชุดเดียวกับวันที่หล่อนจากเธอไป







ฮเยจินยื่นมือไปลูบไรผมของหล่อนพลางพินิจพิจารณาถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หล่อนยังเหมือนเดิม ยังเป็นจอง ฮวีอินคนเดิมที่เธอคิดถึงเสมอมา







สิ่งที่เธอทำหลังจากนั้นคือเลื่อนตัวเองเข้าไปร่างที่หลับใหลและร้องไห้เจียนคลั่ง







“ฮวีอิน เธอคือคนที่ทำให้ฉันรู้ว่าการรอคอยมันทรมานเหลือเกิน”







ฮเยจินเอ่ยแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเสียงของเธอจะรบกวนฮวีอินที่เอาแต่หลับไม่รู้สึกตัว







“ที่นั่นเป็นยังไงบ้างฮวีอิน หนาวไหม เธอยังวาดรูปอยู่รึเปล่า ส่วนรูปที่เธอเคยวาดให้ฉัน ฉันยังเก็บมันไว้ตลอดเวลา จานสี พู่กัน แผ่นผ้าใบ ทุกอย่างที่เป็นของเธอก็ยังอยู่ ฉันยังจัดเอาไว้ในห้องเดิมเผื่อว่าเธอจะกลับมาในวันใดวันหนึ่ง”





หมอนใบเก่าที่ฮเยจินหนุนนอนในตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอ







“ฉันเอาแต่เฝ้ารอเธอ และในที่สุดวันนี้เธอก็กลับมาหาฉัน มันช่างเป็นคืนที่แสนวิเศษกับการที่ลืมตาตื่นขึ้นมาและพบเธอ รู้ไหมว่าฉันเอาแต่คิดถึงเธอวันละเป็นร้อย ๆ ครั้ง คิดถึงอยู่อย่างนั้นไม่สิ้นสุด เธอเคยบอกว่าสักวันหนึ่งวันเวลาจะทำให้ฉันลืมเรื่องราวทั้งหมด แต่ก็ไม่ ฉันไม่เคยลืมเธอได้เลย เธอทิ้งความทรงจำไว้กับฉันเต็มไปหมด แทบจะทุกช่วงเวลาของชีวิตฉันมันก็มีเธออยู่ในนั้น แล้วจะให้ฉันลืมเธอได้ยังไง”







ฮวีอินไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เธอจึงตัดสินใจว่าเธอควรจะหยุดพูดเสียที







“ไม่เคยมีวันไหนที่ฉันไม่คิดถึงเธอเลยฮวีอิน แม้เพียงสักวันก็ไม่มี”















2







ฮเยจินและฮวีอินพบกันครั้งแรกที่หอดูดาวในฤดูหนาว เมื่อครั้งที่มหาวิทยาลัยของทั้งคู่จัดกิจกรรมเข้าค่ายดาราศาสตร์







ค่ำคืนที่มืดมิดไร้แสงไฟรบกวนนั้นเอื้ออำนวยให้ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงระยับราวกับที่แห่งนั้นเป็นทะเลแห่งดวงดาว ฮเยจินยืนเกาะระเบียงเงยหน้าขึ้นมองความตระกาลตานั้นอย่างหลงใหล บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด แต่ก็เป็นอย่างนั้นอยู่เพียงชั่วครู่เพราะมีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นข้าง ๆ เธอ







“ชอบดูดาวเหมือนกันเหรอ”







หล่อนเป็นเด็กสาวผมสั้น สูงราว ๆ เธอ เธอไม่ทันสังเกตว่าหล่อนมายืนอยู่ข้าง ๆ เธอเมื่อไหร่ แต่น้ำเสียงและท่าทางของหล่อนที่ดูเป็นมิตร ทำให้เธอไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจ จึงยอมให้หล่อนยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างนั้น







“ก็ชอบ เพราะมันสวยน่ะ” ฮเยจินเอ่ยตอบออกไป “แต่จะให้บอกว่าดาวดวงนั้นชื่ออะไร ดวงนี้เป็นยังไง ฉันก็ยังไม่เก่งถึงขั้นนั้น”







“เห็นแถบดาวที่สว่างเป็นกลุ่ม ๆ นั่นไหม นั่นเรียกว่าทางช้างเผือก”







คนผมสั้นพูดพลางชี้ไปยังที่ส่องสว่างนั้น เป็นเพราะค่ำคืนนี้มันมืดมิดและฟ้าเปิด จึงสามารถมองเห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่า







“สวยจัง มันดูเหมือนใกล้มาก ราวกับว่าแค่เอื้อมมือไปก็แตะต้องมันได้แล้ว”







“มันแค่ดูเหมือนใกล้ แต่ความจริงมันห่างจากเรามากนะ”







“ห่างแค่ไหน”







“จากระบบสุริยะประมาณสามหมื่นปีแสง จากโลกที่เราอยู่ก็ประมาณสิบล้านปีแสง”







“ปีแสง...หมายความว่ายังไงกัน” ฮเยจินเท้าคางหันมามองคนผมสั้นข้าง ๆ เธอ พร้อมส่งสายตาสงสัยไปยังหล่อน







“ระยะทางที่แสงจะสามารถเดินทางได้ในเวลาหนึ่งปีน่ะ พูดไปก็อาจจะเข้าใจยาก”







“ก็ช่วยทำให้มันเข้าใจง่ายสิ”







“คืออย่างนี้นะ...” คนผมสั้นสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ อธิบาย “เอกภพนี้น่ะมันกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าที่เราจะคาดเดานัก แสงจากวัตถุต่าง ๆ บนนั้นมันจึงต้องใช้เวลาเดินทางหลายปีมากกว่าจะมาถึงเรา นั่นหมายความว่าดาวแต่ละดวงที่เรามองเห็นอยู่เป็นอดีต เช่นที่ฉันบอกว่าทางช้างเผือกนั้นอยู่ห่างจากโลกประมาณสิบล้านปีแสง แปลว่าตอนนี้ทางช้างเผือกที่เราเห็นน่ะ มันคือทางช้างเผือกเมื่อสิบล้านปีที่แล้ว ไม่มีใครล่วงรู้ว่าปัจจุบันขณะมันเป็นยังไง มันอาจจะแตกดับสูญสลายไปแล้วก็ได้ แต่สิ่งที่เราเห็นมันก็ยังเป็นทางช้างเผือกที่ส่องสว่างเมื่อสิบล้านปีที่แล้วเสมอ”







“มหัศจรรย์พันลึก” ฮเยจินอุทานพลางแค่นยิ้มบาง ๆ ให้หล่อน “ที่มหัศจรรย์กว่าก็คือเธอที่สามารถอธิบายให้คนที่เข้าใจอะไรยากอย่างฉันเข้าใจได้”







“ฉันก็อ่านมาจากหนังสือทั้งนั้นแหละ”







“แล้วอย่างนี้ ถ้าสมมุติว่าทางช้างเผือกมันแตกดับไปจริง ๆ เราจะรู้ได้ยังไง”







“คงต้องรอให้ผ่านไปสิบล้านปีล่ะมั้ง” คนผมสั้นตอบก่อนจะส่งยิ้มมาให้เธอ วินาทีนั้นเธอจึงรู้ว่าหล่อนมีลักยิ้มที่แก้มขวา







“มันน่าแปลกนะที่เรายืนคุยกันอยู่อย่างนี้โดยที่ไม่รู้ชื่อกัน”







“จอง ฮวีอิน”







“อัน ฮเยจิน ยินดีที่ได้รู้จัก”







หลังจากนั้นฮเยจินและฮวีอินก็ได้พบกันบ่อยครั้งขึ้น มีทั้งที่พบกันด้วยความบังเอิญและตั้งใจ เพียงไม่นานทั้งคู่ก็รักกัน







3







ฮเยจินลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับความว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่างของฮวีอินที่เธอนอนกอดเมื่อคืน พื้นที่นอนข้างเธอไม่มีรอยยับ บนหมอนไม่มีไออุ่น ราวกับว่าหล่อนไม่เคยมาที่นี่







“ฮเยจินอ่า...ตื่นแล้วเหรอ”







เธอกวาดสายตาหาที่มาของเสียงที่เธอได้ยิน ก็ได้พบเพียงคิม ยงซอน พี่สาวคนสนิทของเธอที่กำลังก้าวเข้ามาในห้อง







“พี่ยงซอน เมื่อคืน...เมื่อคืนฮวีอินมาที่นี่ ฮวีอินกลับมาแล้ว” เธอเอ่ยกับยงซอนด้วยความดีใจ ก่อนจะชะเง้อมองหาฮวีอินไปทั่วห้องว่างเปล่านั้น







“เค้าไม่อยู่แล้วล่ะ ฮเยจิน”







“เค้าไปไหน พี่เจอเค้าแล้วใช่ไหม เค้าได้บอกพี่รึเปล่าว่าเค้าไปไหน”







“ฮเยจิน ไปโรงพยาบาลกับพี่เถอะนะ เธอต้องพบหมอ” ยงซอนไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่กลับพยายามพาเธอลุกจากเตียง







“ไม่ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!” ฮเยจินเริ่มดึงดันขัดขืน ความทุกข์ระทมแล่นเข้ามาในทรวงอกขึ้นมาจุกในลำคอ







“เธอต้องไปกับพี่ฮเยจิน”







“พี่หยุดความคิดที่จะพาฉันไปที่อื่นสักที ฉันจะอยู่ที่นี่ ไม่ว่ายังไงก็จะอยู่ที่นี่ ถ้าฉันไปที่อื่น ฮวีอินกลับมาก็จะไม่เจอฉัน”







“เธอฟังพี่นะ ฮวีอินไม่กลับมาแล้ว ไม่มีทางกลับมา”







“ทำไมจะไม่กลับมา ในเมื่อเค้ากลับมาแล้ว มาหาฉันเมื่อคืนนี้ ฉันนอนกอดเค้าอยู่ตรงนี้” ฮเยจินร้องไห้เสียงดังพลางชี้ไปที่เตียงที่เธอพบฮวีอินเอนกายหลับใหลเมื่อคืนที่ผ่านมา







“ฮเยจินเธอแค่ฝัน มันเป็นฝันเท่านั้นฮเยจิน ฮวีอินตายไปแล้ว ไม่ว่ายังไงเค้าก็ไม่กลับมา”







“ไม่จริง เค้ายังไม่ตาย เค้าไม่เคยตาย!”







ฮเยจินทรุดตัวร่ำไห้ โสตประสาทไม่อยากรับรู้สิ่งใด มันอื้ออึงไปหมดราวกับจักรวาลแห่งความเงียบคลี่คลุมเธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง







4







ในห้องสีขาวโพลนไร้ซึ่งสิ่งอื่นใดนอกจากเตียงผู้ป่วย และฮเยจินที่นั่งเหม่ออยู่บนนั้น เพ้อรำพึงรำพันกับความว่างเปล่าไม่สิ้นสุด







“ฮวีอินอ่า...ฉันอยู่ตรงนี้”







“ที่นี่สว่างเกินไป ฉันมองไม่เห็นดาวสักดวงเลย ทำยังไงดี”







“ที่ฉันมองไม่เห็น อาจจะเพราะว่ามันแตกดับไปแล้วรึเปล่านะ”







“ให้ตายสิ นี่เวลามันผ่านไปสิบล้านปีแล้วหรือ ฉันรู้สึกเหมือนมันเพิ่งผ่านไปไม่นาน”







“แต่ถึงอย่างนั้น ฉันยังคิดถึงเธอตลอดเลยฮวีอิน...คิดถึงตลอดเวลา”



END. 



From Writer : 

กลับมาพร้อม One Shot เศร้า ๆ ค่ะ

เป็นอีกครั้งที่หยิบยกเรื่องของดวงดาวมาเป็นแบ็คกราวด์ของเรื่อง พอดีว่าดันไปเจอบทความที่เขียนเกี่ยวกับปีแสงไว้ อ่านแล้วรู้สึกว่ามันน่าจะเอามาแต่งเป็นฟิคได้ เลยลองซะหน่อย

อ่านแล้วรู้สึกยังไงบอกกล่าวกันได้ค่ะ ทุกคอมเม้นท์ ทุกการแนะนำ เราถือเป็นกำลังใจที่ดีมากสำหรับเรา

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ


#รักคนอ่าน
SHARE

Comments

ffluffyy
11 months ago
พี่คะ. หนูตามมาอ่านจนจบ หัวใจมันแตกสลายเหมือนทางช้างเผือกไปแล้ว ยังชอบภาษาของพี่เหมือนเดิมนะคะ เอาอีก เอาอีก ,-,
Reply
Poon52
11 months ago
เศร้าดีค่ะ​ เจ็บปวดแบบสวยๆเลย
Reply
__Illmee
11 months ago
เจ็บปวดมากๆที่รักเค้าแต่ไม่สามารถเจอกันอีกได้ 😭
Reply
moonnight
11 months ago
ฮืออ อ่านจบแล้วชีวิตเราคงเหมือนทางช้างเผือกแน่ๆ ที่ผ่านมาก็ดับไป เหลือไว้แค่ความทรงจำสีเทาๆ
Reply