รัก คือ การขอบคุณที่เราได้เจอกัน

ยาวนาน ความฝันของฉันหลุดลอยไป ลอยหายในจักรวาล ตามหาก็คงไม่นาน

ดวงดาว ส่องแสงลงมาตั้งไกล ใจฉันยังคงหวั่นไหว คิดถึงวันคืนผ่านมา 


ถึง....คุณ

ท้องฟ้ายามฤดูร้อนไร้ฝุ่นแสนเจิดจ้า สวยงามมากกว่าท้องฟ้าตอนไหนๆ

1

ผมจำช่วงเวลานั้นได้ดี

มันเป็นช่วงเวลาของดวงตะวันเริ่มคล้อยลาลอยลงจากฟ้า มันกำลังผสมสีส้มเข้มไล่โทนไปจนอ่อน ปิดท้ายขอบด้วยสีน้ำเงินที่ไล่ระดับจากฟ้าอ่อนจนถึงเข้ม มองผ่านๆนึกถึงสีม่วงแต่เมื่อลองพิจารณากลับไม่ใช่ หากมองดูอารมณ์ท้องฟ้า มันกำลังโศกเศร้าคล้ายร่ำลาดวงอาทิตย์ที่กำลังจะจากไป

ที่แห่งนั้นคือคอนโดติดแม่น้ำเจ้าพระยาชานเมืองกรุง แถวบางกะเจ้า ชั้นสามสิบกว่าๆ ระเบียงนอกห้องเป็นพื้นที่โล่งพอในการวางโต๊ะเก้าอี้ และปลูกต้นไม้ประดับประดารายล้อมรอบระเบียง ในยามเช้าก็จะได้ทักทายดวงอาทิตย์แย้มแสงยามอรุณรุ่ง หากเป็นเวลายามบ่ายตะวันคล้อย ดวงตะวันจะไปอยู่อีกฝากของห้อง ทำให้พื้นที่ตรงระเบียงมีลมพัดไหลผ่านเย็นสบาย

แต่หากมองลงไปแถวริมแม่น้ำที่สามารถมองได้จากตัวคอนโดในยามนี้เวลานี้ ผสมควันฝุ่นลอยฟุ่งบดบังตัวเมืองมองอาคารบ้านเรือนที่อีกฟากของแม่น้ำได้ไม่ชัดนัก ปนเปไปกับแสงยามเย็นชวนอารมณ์อาลัยอาวรณ์เพียกหาความเศร้าโศกเสียใจในอดีตถวิลฝันใฝ่หา

หากเพียงแต่ในครานี้ หนังสือหนึ่งเล่ม น้ำสีอัมพันถูกใส่ในแก้วใส ทำให้ผมนึกคิด นึกถึง การพูดคุย พบเจอ ดวงตา รอยยิ้ม การจากลา สร้อยเศร้าคลอหยดน้ำหวานดึงดื่มด่ำไปอยู่กับความหลัง

ตอกย้ำอารมณ์อาลัยอาวรณ์

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า


2

ผมจำช่วงเวลานั้นได้ดี

มันเป็นช่วงเวลาของยามสายใกล้เที่ยงวันเปิดภาคเรียน บริเวณหน้าหอพักที่ร้านขายของชำ ผม - -ในชุดสีดำกางเกงขายาวรองเท้าแตะ เดินทอดน่องสวมหูฟังสีดำ บทเพลงจากกีตาร์ในห้องอัดสองตัว คนสองคนกับเสียงร้องชายชาวเหนือ - - เธอคือภาพฝันในจักรวาล ของเขียนไขและวานิชกำลังขับร้องท่วงทำนองเข้าโสตประสาต



มันเป็นจังหวะนั้นแหละ...ผมกำลังเดินก้มหน้าดื่มด่ำไปกับบทเพลง หน้าที่กำลังก้ม ค่อย ๆเงยขึ้นมาประสานดวงตาเข้ากับหญิงสาว - -ผู้มีดวงตาคล้อยหยดน้ำหวานแสนเศร้า ผมชะงักงั่นแต่แล้วก็ทักทายเธอไป 
เธอคือภาพฝันในจักรวาลของฉัน ดวงดาวส่องแสงวับวาวเมื่อพบเจอ
งดงามไปหมด


เราทักทายกันและกันก่อนแยกย้ายไปตามทางของตน

.

.

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผมไม่กล้าทัก ไม่ใช่ความเหย่อยิ่ง ถือตัว หรือโลกส่วนตัวสูงหรอก

มันไม่กล้า แค่เพียงพบเจอ มันสั่นสะท้านข้างใน

ไม่รู้ ไม่กล้านิยามว่ามันเป็นอะไร แต่จะลองขีดเขียน เพื่อให้เข้าใจมันมากขึ้น

เศร้าไหม ก็ไม่ เจ็บปวดไหม ก็ไม่

เสียใจเหรอ ก็อาจจะ เอาเข้าจริง มันทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไง กับเรื่องนี้ ใช้คำว่าไม่มีความกล้าหาญที่จะทำเลย พอเป็นเรื่องนี้ คนนี้ มันรู้สึกว่างเปล่า อะไรแบบนั้น ที่คิดไว้ก็ทำไม่ได้

เจอะเจอกันคราก่อนก็ได้แต่ทำตัวเงียบเดินผ่านสวนทางเสมือนคนไม่รู้จัก แล้วมันก็เจ็บปวดอยู่ลึกๆ กับคราวนี้คิดมาก่อนแล้วว่าถ้าเจอก็อยากทักทาย อยากส่งยิ้มให้ กล้าๆหน่อยเราอะไรแบบนั้น แล้วก็ได้ทำจริง (ฮ่าๆ)

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่ากล้าไม่กล้า ทำตัวถูกหรือไม่ก็ไม่สำคัญ มันเป็นประเด็นที่ผมคิดเอง เออเอง ผมนึกว่าเรารู้สึกเฉยๆแล้ว ก้าวผ่านมาได้แล้ว เรื่องมันก็ผ่านมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่การเจอคราวนี้มันเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่เราคิดเอง เออเองมันผิดหมดเลย มันกลับกลายสภาพแล้ว ไม่ใช่ว่าเราก้าวผ่านมันมาได้ ไม่ใช่ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจางหายไปตามกาลเวลา

หากเพียงแต่ว่ามันเปลี่ยนสภาพไปแล้ว หลงเหลือแต่ความรู้สึกดีๆ นึกออกไหมว่า ผมเรียกมันว่า โมเมนต์ที่รู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่ได้เจอ ความสั่นสะท้านข้างใน คือความปิติยินดีที่หัวใจได้เต้นแรง

เห้ย ผมยังมีความรู้สึกอยู่ นี้คือผมมีหัวใจแล้วใช่หรือเปล่า

ความรู้สึกรัก ที่อยากเห็นคนที่เรารักมีความสุข เพียงเฝ้ามอง ไม่ได้ครอบครอง

มันรู้สึกแบบนั้นแหละคือสิ่งที่ผมแน่ใจได้

ผมไม่รู้ ไม่กล้ายืนยันว่ามันจะยังคงยืนยาวขนาดไหน

รู้แต่ว่าความรู้สึกในวันนั้น มันคือเรื่องจริง



3

เวลาผันผ่านเริ่มค่ำ น้ำสีอัมพันถูกเติมเต็มใส่แก้วสีใส หนังสือปกสีชมพู สิ่งสำคัญของหัวใจ - - บทสนทนาระหว่าง อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์และนิ้วกลม ถูกคั่นหน้าเอาไว้ ในตอนหนึ่งบทหนึ่งมีความหมายชวนขบคิด

“... นี้เป็นเคล็ดลับของการมีชีวิตอยู่ ...เธอจะต้องเติบโตและมีชีวิตต่อไป นี้คือรหัสลับของการเข้าสู่โลกของความหมาย ให้รู้สึกดีกับทุกสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำประหนึ่งว่าสิ่งนั้นปรากฏขึ้นมาเพื่อเราเท่านั้น”

โลกเราอยู่ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความรู้เป็นสิ่งที่เราสามารถหาได้โดยง่ายและมีจำนวนมากมายให้ค้นหา เราไม่สามารถที่จะเรียนรู้ทั้งหมดทั้งมวลได้หมด เพียงแต่จะมีแค่บางอย่างที่เราไม่สามารถค้นหา เรียนรู้เร็วได้ขนาดนั้น

มันคือวิชา ความรัก

มันคือการเรียนรู้ของคนสองคนที่ผสมสีของตนให้อีกฝ่าย - - ผสมไปผสมมา บางก็เรียนรู้ได้ไวจากบทเรียนหลากหลายคู่ บางก็เรียนได้แค่บางบทจากคนบางคน แต่เชื่อเถอะ เชื่อมั่นว่า เพียงแค่เราได้พูดคุย ทำความรู้จักกับใครบางคน นั้นแหละเราก็เริ่มมีบทเรียนของวิชาความรักเสียแล้ว

วิชานี้ไม่มีเกรดเฉลี่ย ไม่สามารถวัดผลคู่แต่ละคู่ได้ ความพอใจกันและกันอาจจะเป็นแค่การวัดผลของคนสองคนเท่านั้น และความพอใจกันและกันนี้ก็ไม่อาจจะเปรียบเทียบกันได้

วิชานี้ทำให้คนเติบโตขึ้นมาก หากได้ผ่านสักบทเรียน คุณย่อมไม่มีทางเป็นคุณคนเดิม

อย่างน้อยๆ ความทรงจำ ความชอบ อะไรบางอย่างจากคู่เรียนของคุณก็ถูกผสมเข้ากับตัวคุณเสียแล้ว

ผสมเข้ากัน กว่าคุณจะสำเหนียกตัวมันก็เป็นเวลาที่คุณรู้แล้วว่า ความชอบของคุณมาจากคู่เรียนของคุณส่วนหนึ่ง

ต้องขอบคุณอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำที่ทำให้คุณเป็นคุณทุกวันนี้

หลายคนผ่านเข้ามา หลายคนยังคงอยู่ เพื่อสร้างความหมายที่ดี เป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับเรา

ขอบคุณที่เข้ามาสอนบทเรียน

ขอบคุณที่เข้ามาเป็นความหมายดีๆ

และท้ายสุดขอบคุณที่เข้ามาให้รัก

ช่วงเวลาตอนนั้น ช่วงนั้น มีความหมายสำหรับเรามาก

.

น้ำสีอัมพันเริ่มลดลงจนเกือบหมด หนังสือเล่มเดิมถูกปิดลง รอการอ่านใหม่ในวันครั้งหน้าทั้งๆที่ความรู้สึกยังค้างคา ฝุ่นเริ่มก่อตัวเป็นก้อนขมุกขมัวจนมองไม่เห็นแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนที่จะพิจารณาอย่างอื่นต่อ เสียงเปิดประตูกระจกถูกเปิดขึ้น

ได้เวลากลับแล้ว - - เพื่อนบอกกับผม

หมดเวลาสังสรรค์แล้ว ถึงเวลาเผชิญหน้ากับโลกแห่งความจริง

คิดได้แล้วก็ จ่ำอ้าว เก็บข้าวของหนังสือลงกระเป๋า จัดการน้ำเมาให้หมดแก้ว ก่อนเดินออกจากห้องพักนั้น

.

.

อ่อ...ลืมเสียเลย วันนั้นลืมบอกคุณ...

ขอให้พอเจอท้องฟ้าที่มีความหมายดีสำหรับคุณนะ

ชอบรอยยิ้มของคุณมาก ขอให้เป็นปีที่ดี เฝ้ามองการเติบโตของคุณอยู่ตลอดและยินดีกับทุกความสำเร็จ มีเรื่องมากมายที่เราอยากคุยด้วยมาก 
Always support

คิดถึงเสมอ

ผมเอง


ฤดูกาล เมฆฝนที่คอยซัดเข้ามา คํ่าคืนเดือนมิถุนา คิดถึงวันคืนผ่านมา

ดวงดาว ส่องแสงลงมาตั้งไกล ใจฉันยังคงหวั่นไหว คิดถึงวันคืนผ่านมา 
เพลงประกอบเนื้อเรื่อง - เธอคือภาพฝันในจักรวาล / เขียนไขเเละวานิช เเนะนำให้ฟังเพลงนี้ไปด้วย เพื่ออารมณ์ที่ครบรสครับ
SHARE
Written in this book
Everyday Story
Writer
ChaLermmKul
Slacherนักอยากเขียน
ชื่อเราอ่านว่า 'เฉลิม-กุล' |นักอยากเขียน - นักเรียนรู้ - เฝ้ามองท้องฟ้า -จงเป็นนักศึกษาตลอดชีวิต |

Comments