shaken but warm .
เรื่องราวระหว่างผมกับเขา
ไม่ได้เริ่มต้นมาจากเรื่องราวรักที่โรแมนติก
ไม่ได้เริ่มต้นมาจากเรื่องราวที่เพ้อฝัน
ไม่ได้เริ่มต้นมาจากการเกลียดชัง โศกนาฏกรรม หรือแม้แต่อะไรทั้งสิ้น


ชีวิตระหว่างผมกับเขา 
เราไม่มีอะไรที่ข้องเกี่ยวกันทั้งนั้น...




ผมเป็นเพียงผู้ป่วยโรคซึมเศร้าคนหนึ่ง
ชีวิตของผมไม่ได้เป็นเรื่องน่าเศร้า 
หากแต่จิตใจของผมกลับเศร้า
ครอบครัวของผมอบอุ่น 
หากแต่ความรู้สึกของผมกลับขาดหาย
ผู้คนรอบตัวที่รายล้อมผม 
ล้วนแล้วแต่นิสัยดีกันทั้งสิ้น

หลาย ๆ คนบอกว่าผมเป็นคนที่โชคดี
มีผู้คนเอ็นดู และให้ความช่วยเหลือมากมาย


ผมได้แต่ยิ้มรับ... 
ผมรู้ ชีวิตผมเต็มไปด้วยสิ่งดี ๆ มากมาย



แต่ทว่า...
คืนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคืน
ที่ผมต้องนอนกอดตัวเองร้องไห้
ร้องไห้เสียจนจะขาดใจ
แต่กลับไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา 
อ้าปากแหกปากครั้งแล้วครั้งเล่า 
แต่สิ่งที่ออกมา กลับเป็นก้อนสะอึกสะอื้น 
และมีเพียงแค่สายลมที่ผ่านริมฝีปากออกไป

และเมื่อแสงอาทิตย์พาดผ่านฟ้าขึ้นมา 
ค่ำคืนที่เจ็บปวดก็หายไปราวกับไม่มีสิ่งใดที่เกิดขึ้น
ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเพ้อฝัน
เป็นเพียงจินตนาการที่ผมคิดเอาเอง...

...

ผมเป็นคนที่ยิ้มง่าย สามารถยิ้มแย้มได้กับทุกๆ เรื่อง มีแต่บอกว่าผมมองโลกในแง่ดีเกินไป 
ชีวิตเคยเครียดกับสิ่งไหนบ้างรึเปล่า
ผมได้แต่หัวเราะออกมา แล้วพูดติดตลกใส่เพื่อน 
ว่า ‘ยามที่เราไม่มีเงินไปกินชาบูกันไงล่ะ’

ผมเป็นคนไม่คิดอะไรมาก 
เรียกได้ว่าไม่ใช่คนที่จะใส่ใจสิ่งใดสักเท่าไหร่
ผมเป็นคนที่มีความคิด ความรู้สึก 
และความเห็นที่แปลกประหลาด 
หากจะพูดให้เข้าใจง่ายอาจเป็นคนที่มี
ความคิดนอกกรอบล่ะมั้ง

แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวผมเหมือนติดอยู่ในกล่อง
ไม่สิ... ไม่ใช่ติดอยู่ในกล่อง
ผมต่างหากที่เลือกที่จะติดอยู่ในกล่อง

แต่กล่องนี้เปรียบเสมือนหลุมหลบภัยของผมล่ะมั้ง, เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกสบายใจ อุ่นใจ และปลอดภัย
มีผู้คนมากมายที่ยืนอยู่นอกกล่องใบนี้ ผู้คนที่มอบให้ทั้งความรัก ความหวังดี และความห่วงใย
แต่ผมกลับไม่เคยให้ใครก้าวเข้ามาในกล่องใบนี้

ผมรู้...
ผมมันก็แค่คนขี้ขลาดที่ปิดกั้นตัวเองคนนึงเท่านั้นเอง



หลายครั้งที่ผมสงสัยว่าผมเกิดมาเพื่ออะไร
การมีอยู่ของผมมันมีความหมายยังไงกัน
มีความหมายต่อใครบ้าง

.

ฆ่าตัวตาย 
ความคิดที่ผ่านพ้นเข้ามาหลายต่อหลายครั้ง
หากแต่ก็รู้และยั้งความคิดตัวเองไว้ทุกครั้ง
เพราะผมรู้ว่าการมีอยู่ของผมนั้นมีความหมาย
ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม แต่ผมรู้ว่าหากผมหายไปมีแต่จะทำให้คนอื่นเสียใจ

ผมเริ่มคิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง
การไปพบจิตแพทย์คงเป็นหนทางที่ดีที่สุด และผมก็ได้พบกับเขา...


คุณหมอผู้เป็นเจ้าของไข้ บอกว่าให้ผมสังเกตความรู้สึกของตัวเองให้ดี และให้ยาเม็ดเขียวๆ มากิน แนะนำให้หากิจกรรมที่ผ่อนคลาย ลองเดินเล่น จิบกาแฟ ทำสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขดู
ผมเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย พร้อมกับเหลือบมองใบนัดครั้งถัดไปที่พี่พยาบาลตรงเคาท์เตอร์ยื่นให้

อีกสองอาทิตย์...

การมาโรงพยาบาลไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของผมดีขึ้นหรือแย่ลง, ผมเพียงแค่เดินไปเรื่อยๆ และหยุดแวะพักเมื่อเจอร้านที่น่าสนใจ

ร้านกาแฟใต้โรงพยาบาลถือว่าเป็นสถานที่ยอดนิยมที่หนึ่งในโรงพยาบาล
หลายต่อหลายคน ทั้งญาติคนไข้ ผู้ป่วย หมอ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ต่างๆ ต่างแวะพักเข้ามาซื้อเครื่องดื่ม
และผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน



“ นมเย็นแก้วนึงครับ ”
..
“ คิก...โอ๊ะ ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้หัวเราะคุณนะแค่มองว่าน่ารักดีน่ะครับ “
“ อ่อ.. ครับ ผมไม่คิดมากหรอก มีแต่คนมองว่าแปลกทั้งนั้นแหละครับ ” ผมตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของผมเปื้อนยิ้มตลอดเวลา
“ มาเยี่ยมญาติหรอครับ? ”

พนักงานตรงหน้าชวนผมคุยอย่างเป็นกันเอง 
ผิวสีน้ำผึ้งอย่างคนสุขภาพดี ใบหน้าที่ดูคมคายติดจะไปทางหวานเงยหน้าขึ้นมาเพื่อพูดคุยพร้อมทั้งส่งยิ้มให้...

ยิ้มที่ยิ้มแย้มไปทั้งตาและปาก
เป็นรอยยิ้มที่สามารถส่งมอบความสุขไปให้แก่คนอื่นได้เพียงแค่แรกพบ

“ อ่อ เปล่าหรอกครับ ผมเป็นผู้ป่วยน่ะ ”
“ เอ๋? คุณดูแข็งแรงมากเลยนะครับ? ถ้าอย่างนั้นก็ ขอให้หายไวๆ นะครับ ยิ้มเยอะๆ นะครับ สุขภาพจิตนี่แหละสำคัญที่สุด ”
..
คำพูดที่เผลอทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย หากแต่คำพูดที่ดูเป็นห่วงเป็นใยจากใจจริงนั่น กลับทำให้ผมยิ้มตอบกลับไปมากกว่า
“ ขอบคุณนะครับ ผมก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกัน ”



ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คืนนี้ผมไม่กลับมานอนร้องไห้
แต่แปลก.. น่าแปลกที่ผมยังคงเก็บรอยยิ้มของคนคนนั้นไว้มากกว่า

รอยยิ้มนั้นติดตาตรึงใจ เป็นรอยยิ้มที่แย้มยิ้มจนทำให้ค่ำคืนนี้ผมสามารถหลับไปทั้งรอยยิ้มได้อย่างง่ายดาย


สองอาทิตย์ดูผ่านไปไวกว่าที่คิด
ผมมาพบหมออีกครั้ง และได้รับการนัดหมายใหม่ในอีกสองอาทิตย์ ผมไม่ได้ตื่นเต้นกับการที่ได้มาพบ ไม่ได้ตื่นเต้นกับการที่ต้องมาโรงพยาบาลอีก

ชีวิตก็วนลูปไปแบบเดิมนั่นแหละ
รอคิว พบหมอ สุดท้ายก็ลงมาดื่มนมเย็นที่ร้านกาแฟ

“ อ้าว.. พบกันอีกแล้วนะครับ จำผมได้มั้ย? ”
“ จำได้สิครับ นมเย็นของคุณอร่อยมากเลยนะ ผมขอสมัครเป็นลูกค้าประจำเลยครับ ” ผมพูดติดตลกใส่คนตรงหน้าไปอย่างเคย และรอยยิ้มของคนตรงหน้ายังคงเป็นรอยยิ้มที่มอบพลังให้แก่ผู้คนอยู่เหมือนเคย


——

น่าแปลกหัวใจที่ดูเหนื่อยหน่ายกลับดูผ่อนคลายขึ้นมา เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้า

—— 


“ ยินดีเลยครับ ว่าแต่ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ 
ผมเมอร์ครับ ”
...
“ คิวครับ ”




SHARE
Writer
astendways
ordinary people
วันแล้ววันเล่า, ผ่านการผุพังและเติบโต

Comments