(89) On the way
(ต่อจาก Jealousy)

เนื่องจากเจ้าของรถดันลืมหยิบของสำคัญติดมือมาจึงต้องเดินกลับไปเอา ส่วนคนตัวเล็กก็อาสาไปเป็นเพื่อนเพื่อจะได้ตรวจเช็กความเรียบร้อยของร้านเป็นครั้งสุดท้าย ยงซอนจึงเปิดประตูเข้าไปในรถก่อน หล่อนเข้าไปนั่งที่เบาะหลังเพราะรู้ดีว่าที่ข้างๆ คนขับต้องเว้นไว้ให้น้องซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของคนที่อาสาไปส่งนั่ง

ผ่านไปครู่หนึ่งประตูรถก็เปิดออก รู้ตัวอีกทีคนที่ควรจะประจำที่เบาะหน้าก็จับจองที่นั่งข้างๆ หล่อนเสียแล้ว

“ฮวีน!” หญิงสาวเรียกคนที่เข้ามานั่งข้างๆ อย่างหงุดหงิด หล่อนอุตส่าห์มานั่งด้านหลังก็เพื่อเว้นที่ด้านหน้าไว้ให้เธอ แล้วทำไมเจ้าตัวถึงไม่นั่งข้างเพื่อนของตัวเอง แค่เจ้าของรถอาสาไปส่งให้หล่อนก็เกรงใจมากพออยู่แล้ว “ทำไมไม่นั่งหน้า แบบนี้ฮเยจินก็กลายเป็นคนขับรถสิ!”

ฮวีอินไม่ได้ตอบกลับคำพูดของหล่อน เธอเพียงยักไหล่หนึ่งครั้งก่อนจะขยับชิดจนแทบจะนั่งเกยกับอีกฝ่ายแล้วซบลงที่ไหล่ของคนตัวสูงทันที

ทางเจ้าของรถอย่างฮเยจินที่เปิดประตูทีหลังและได้ยินคำตำหนิของยงซอนจึงช่วยตอบแทนเพื่อน “ไม่เป็นไรค่ะพี่ยง ฉันบอกให้ฮวีนไปนั่งกับพี่เอง กลัวว่าเพื่อนจะขาดใจตายไปซะก่อน”

“ฮเยจินอา...” ยงซอนกล่าวด้วยท่าทีที่อ่อนลง แต่ถึงคนขับจะสนับสนุน และหล่อนเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชอบที่อีกคนกำลังพิงและซบไหล่อยู่อย่างนี้ หล่อนก็อดเกรงใจไม่ได้อยู่ดี

“ในเมื่อฉันโอเค พี่ก็ต้องโอเคสิคะ อย่าคิดมากเลย” หญิงสาวมองผ่านกระจกไปสบตากับคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง ก่อนจะยิ้มให้กับอีกฝ่ายเพื่อบอกให้รู้ว่าไม่ต้องคิดมาก



หลังจากที่รถขับออกไปได้สักพักหนึ่งคนที่เงียบไปพักใหญ่ก็ถามขึ้น “กลับไปแล้วพี่อยากทำอะไร”

“แล้วปกติเธอทำอะไรล่ะ” คนอายุมากกว่าถามกลับ

“ก็ทำอาหาร กินข้าว ถ้ามีงานก็เคลียร์งาน ถ้าไม่มีก็อาบน้ำ วาดรูปหรือทำอะไรนิดหน่อย แล้วก็นอน ชีวิตฉันก็มีแค่นี้ อ๋อมีคุยกับแม่บ้างอ่ะ” เธออธิบายโดยที่ไม่ได้ขยับออกจากไหล่คนข้างๆ เลยแม้แต่น้อย

“ถ้าพี่ไม่ได้อยู่ที่นี่ เย็นนี้ฮวีนจะทำอะไร”

“ก็คงวาดรูปมั้ง มีงานนิดเดียว เคลียร์แป๊บเดียวก็เสร็จ พี่ถามทำไมเหรอ?”

หล่อนเหลือบตาไปมองคนที่นั่งสงบและอาศัยไหล่ของหล่อนในการพักพิงอย่างเอ็นดู ตอนที่อีกคนนิ่งๆ เรียบร้อยก็เป็นอีกเวลาที่หล่อนชอบเอามากๆ เอาเข้าจริงๆ แล้วเพราะว่าเป็นน้อง ไม่ว่าอะไรหล่อนก็ชอบทั้งนั้น “งั้นฮวีนจะทำอะไรพี่ก็จะทำอันนั้นแหละ”

พอได้ยินคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของยงซอน ฮวีนอินก็เด้งตัวและหันไปมองหล่อนในทันที “ห๊ะ พี่เนี่ยนะจะวาดรูป”

“พี่ยงก็วาดรูปสวยเหรอคะ” คนที่นั่งด้านหน้าทักขึ้นมาเมื่อมีโอกาส

“ไม่ใช่หรอกค่ะ” ยงซอนปฏิเสธฮเยจิน ก่อนที่หล่อนจะหันไปตอบคนที่กำลังอึ้ง “ใช่ซะที่ไหนล่ะ เธอก็รู้ว่าพี่วาดรูปห่วยจะตาย จับพู่กันยังจับไม่เป็นเลย แต่ที่พี่หมายถึงคือพี่อยากดูฮวีนวาดรูปต่างหาก”

คำตอบของหล่อนทำให้น้องสงบลง หลังของเธอกลับมาพิงเข้ากับเบาะ แต่แล้วเธอก็ต้องเด้งตัวอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายจงใจกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู “หรือว่าอยากจะลองวาดรูปนู้ด พี่ก็ไม่ขัดศรัทธา” และตามมาด้วยการหอมแก้มเบาๆ

คำพูดของยงซอนทำเอาหน้าของเธอขึ้นสีเป็นรอบที่ร้อยของวัน เธอชักเริ่มกลัวแล้ว ไม่ใช่แค่การพูดอะไรที่มันดูสองแง่สามง่ามอย่างเดียว แต่รวมไปถึงความคิดที่ดูจะเข้ากันได้ดีของยงซอนและฮเยจินทั้งที่สองคนนั้นไม่ได้คุยกัน

“อะแฮ่ม” ฮเยจินแกล้งส่งเสียงเรียกร้องความสนใจ “ถึงฉันจะเปิดทางให้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ทำเหมือนฉันเป็นธาตุอากาศนะคะ จะทำอะไรก็เกรงใจคนโสดกันบ้าง”



ไม่นานรถของฮเยจินก็จอดลงที่หน้าบ้านหลังน้อยของฮวีอิน สองคนที่อยู่ด้านหลังเดินลงจากรถก่อนที่เธอจะถามคนที่นั่งในตำแหน่งคนขับ “เข้ามาก่อนสิ มากินข้าวด้วยกันก่อน”

“ไม่เป็นไร ฉันกลัวสำลักความหวานตาย” ฮเยจินตอบอย่างติดตลก แม้ว่าในใจจะไม่ได้คิดอย่างนั้น...ไม่สิ คิดอยู่ แต่แค่หน่อยเดียว

“พี่กับฮวีนไม่ทำแบบนั้นหรอกนะคะ” ยงซอนรีบปฏิเสธ หล่อนเองก็อยากจะใช้เวลากับคนรัก ในขณะเดียวกันการได้รู้จักเพื่อนของอีกฝ่ายไปด้วยก็ไม่เลวเลย แถมหล่อนยังรู้สึกชอบและเข้ากันกับฮเยจินได้ดี แล้วจะมีเหตุผลอะไรให้ไม่รั้งเอาไว้

“ฉันล้อเล่นนะคะพี่” ฮเยจินรีบตอบเพราะกลัวยงซอนจะกังวลกับมุกของตัวเอง “ถึงจะเหม็นไปบ้างฉันก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ฉันแซวไปอย่างนั้นเอง แต่ที่ฉันไม่อยู่กินข้าวด้วยเพราะต้องกลับไปเก็บบ้านค่ะ เดี๋ยวแม่ฉันจะมาหา แล้วพี่เองก็อยู่ถึงแค่พรุ่งนี้ ฉันอยากให้พี่มีเวลาส่วนตัว ไว้โอกาสหน้าค่อยไปทานข้าวด้วยกันก็ได้ค่ะ หรือถ้าพี่อยากเจอฉันก็ให้ฮวีนพามาหาที่ร้านสิคะ”

ยงซอนจำนนต่อเหตุผลของอีกฝ่าย ส่วนฮวีอินที่รู้จักฮเยจินดีก็ไม่คิดจะรั้งเอาไว้ เธอเพียงแต่กล่าวบอกลา “งั้นแกก็ขับรถกลับดีๆ นะ”

“แหม รีบไล่เชียว ฉันไปแล้ว พี่ยงสวัสดีค่ะ” ฮเยจินยังคงทิ้งท้ายอย่างมีอารมณ์ขัน

“อืม ถึงบ้านแล้วบอกฉันด้วยนะ”

“บ๊ายบายนะฮเยจิน”

14/01/2563
SHARE

Comments