ความเอาแต่ใจ ปะทะ ความเป็นไป
ความเอาแต่ใจใช้ความรู้สึกเป็นพื้นฐาน…
ความเป็นไปใช้ความจริงเป็นรากฐาน
สิ่งใดก็ตามที่ใช้ความรู้สึกเป็นพื้นฐาน มักจะแบ่งเป็น 2 ฟากฝั่งคือ “ชอบและไม่ชอบ” ในบางครั้งอาจก้ำกึ่งไม่แน่ใจว่าจะเอาอันไหนดี แต่ท้ายที่สุดย่อมต้องเลือกฟากใดฟากหนึ่ง. ความทุกข์ของมนุษย์เริ่มจากส่วนนี้ เมื่อสิ่งที่อยากได้ไม่เกิดขึ้น แต่กลับได้รับสิ่งที่ไม่ต้องการมาแทน. 
การพบกับความผิดหวัง คือ
การไม่ได้รับสิ่งที่หัวใจปรารถนา
การไม่ได้เป็นในสิ่งที่ตนเองต้องการ
แม้ผู้รับบริการจะเข้ามาปรึกษาด้วยเรื่องราวแตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งเหมือนกันคือ “ความไม่ได้ดั่งใจ”. คำถามสำคัญก็คือ อะไรทำให้ใครสักคนเลือกที่จะผูกมัดตนเอง “ล่ามตนเองไว้กับความคาดหวัง”. 
ความคาดหวังคืออาหารของใจ
นี่คือคำตอบของผู้รับบริการ ซึ่งเป็นบทเรียนชีวิตชั้นดีเมื่อพวกเค้าคลี่คลายความลี้ลับในสิ่งที่ตนเองเผชิญ “ความทุกข์ที่ไร้ทางออก…แต่บัดนี้เป็นอิสระ”. ความคาดหวังซึ่งแต่เดิมเป็นอาหารที่มอบทั้งความสุขพร้อมกับความขมขื่น “บัดนี้เปลี่ยนเป็นความเข้าใจ…เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งยอมรับความผันแปรของชีวิต”. นั่นแปลว่า ไม่จำเป็นต้องพึ่งความคาดหวังอีกต่อไป แต่ใช้ความเข้าใจและอยู่กับความจริงของชีวิต.
อาหารของใจนั้นมีหลากหลาย
วนเวียนอยู่กับสิ่งที่เป็นความคิด ความรู้สึก การจดจำ การรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น
สามารถสรุปเป็นข้อความง่าย ๆ ว่า “ทุกสิ่งที่เกิดตรงใจหรือไม่” ถ้าตรงใจก็มีความสุข-ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็ผิดหวัง. 
ปัญหาจึงอยู่ตรงนี้
“คาดหวังว่าทุกสิ่งจะตรงใจ”
ความเข้าใจส่วนนี้เองที่ทำให้จิตใจของมนุษย์พบกับความเจ็บปวดอยู่ทุกวัน. เพราะเรามีหน้าที่ในการใช้ชีวิต จัดการกับสิ่งที่เผชิญอย่างเหมาะสมโดยไม่สร้างอันตรายและความเดือดร้อน “มิใช่การคาดหวังว่าจะควบคุมทุกอย่าง”.
การใช้จิตใจผิดวิธี
จึงเป็นการเปิดประตูรับความทุกข์เข้ามาในชีวิต
เคล็ดลับของชีวิตอย่างหนึ่งคือ “การใช้จิตใจอย่างถูกต้อง” ใช้เพื่อสังเกต ตระหนักรู้ รับรู้สิ่งที่มีและสิ่งที่เป็น ทำความเข้าใจ และตัดสินใจลงมือทำ ปัญหาจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากใช้จิตใจอย่างถูกวิธี. 
เราสามารถเรียนรู้วิธีการใช้จิตใจอย่างถูกต้อง
“ผ่านการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว”
มีสิ่งหนึ่งซึ่งจะไม่มีอะไรคัดค้านหรือปฏิเสธได้ สิ่งนั้นคือ “ความเป็นไป” นั่นเพราะกว่าที่ความจริงหรือความเป็นไปของอะไรสักอย่างจะเกิดขึ้น ต้องอาศัยองค์ประกอบ ต้องมีที่มาที่ไป “หลอมรวมกัน” จนสุดท้ายปรากฏออกมาเป็นความจริง-ความเป็นไป. แน่นอนว่า ความเป็นไปของทุกสิ่งนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบหรือไม่ชอบ ความอยากให้เป็นหรือไม่อยากให้เป็น “ความจริง…มันจริงอย่างที่เป็น…ไม่สามารถเป็นอย่างอื่นไปได้”.
เมื่อเราหมั่นสังเกตทุกสิ่งรอบตัวบ่อย ๆ
เราย่อมค้นพบความจริงข้อนี้
“จริงอย่างที่เป็น”
ผลอันน่ามหัศจรรย์อันหนึ่งก็คือ จิตใจจะค่อย ๆ คลายออกจากการผูกมัดในเรื่องนั้น ๆ ลงไป และเริ่มคาดหวังในสิ่งเหล่านั้นลดน้อยลง. เมื่อใดก็ตามที่เราเข้าใจแล้วว่า “ความจริงนั้นยิ่งใหญ่กว่าความเอาแต่ใจ…ความเป็นไปนั้นยิ่งใหญ่กว่าความชอบใจ” เราย่อมสามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างตรงไปตรงมา “เข้าใจอย่างถูกต้อง”. 

สรุปแล้ว ความผิดหวังล้วนมาจากการใช้จิตใจผิดวิธี ผลจึงเป็นความทุกข์สลับกับความสุขผสมยาพิษ ส่วนความสงบของชีวิตล้วนมาจากการใช้จิตใจถูกวิธี ผลจึงเป็นความเข้าใจและความสุขสงบ.
SHARE
Written in this book
บทเรียนชีวิตจากนักจิตวิทยาการปรึกษา
บทเรียนชีวิตที่นักจิตวิทยาการปรึกษาอยากแบ่งปัน โดยรวบรวมความเข้าใจชีวิต และแนวทางสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างสอดคล้องกลมกลืนตามความจริง
Writer
GainTheCounselor
นักจิตวิทยาการปรึกษา
สวัสดีครับผมชื่อ "เกน" เป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาครับ ผมขอใช้พื้นที่แห่งนี้แบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ในชีวิต ร่วมเดินทางและเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ ^^ Facebook Fanpage: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา www.facebook.com/GainTheCounselor

Comments