ไม่รู้ ทำไมไม่รักตัวเองซะที
จะว่าไปแล้วตั้งแต่เล็กจนโตมาผมว่าเราได้รับการปลูกฝังนะครับว่าให้ดูแลร่างกายของตัวเองอยู่ตลอด ยกตัวอย่างเช่นเวลาเราหกล้มนะครับ ควรจะวิ่งไปล้างน้ำอะ ไปหาคุณหมอ
หาไรมาปิดแผลตัวเอง ทุกวันก็ต้องตื่นเช้ามาแปรงฟัน
รักษาสุขภาพฟันให้มันดูอยู่ตลอดเวลาเนาะ
เรารู้วิธีที่จะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงนะครับ
ก็เลยรู้จักออกกำลังกายเนาะ วิ่ง ฟิตเนส เล่นกีฬา กินของดีๆ ให้เราสามารถอยู่กับร่ายกายร่างนี้ไปได้นานๆ

แต่พอใช้ชีวิตมาซักระยะนะครับคุณผู้ชม
ผมก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดที่มันเกิดขึ้นอะ ไม่ได้มาทางกายภาพอย่างเดียว 

บางครั้งเนี่ยร่างกายที่แข็งแรงก็ไม่ได้ต้านทานการกระทบกระเทือนทางจิตใจได้เลยนะครับ
อชแต่ผมก็ไม่เคยเห็นนะว่าตั้งแต่เล็กจนโตผมไม่เคยอยู่ในหลักสูตรไหนที่สอนวิธีการเยียวยาทางอารมณ์หรือว่าความรู้สึกตัวเอง ในรูปแบบต่างๆเลยอะ ว่าแบบถ้าเราไปเจอเหตุการณ์แบบนั้นเราควรจะทำยังไง
เราควรจะคิดแบบไหน
ผมไม่เคยผ่านหลักสูตรแบบนั้นมาก่อนเลย

เพราะว่าเราถูกสอนให้เรียนรู้ในเรื่องของคนอื่นมากกว่านะ
ละก็เข้าใจอะ เข้าใจในสิ่งแวดล้อม เข้าใจนั่น เข้าใจนี่ เข้าใจทุกอย่างเลยอะ

แต่พอมีปัญหากับตัวเองขึ้นมา กับไม่ค่อยเข้าใจตัวเอง
ไม่เข้าใจ ว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันเรียกว่าอะไร
มันคือกำลังรู้สึกอะไรอยู่? คือเราไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร
มันก็ยากที่จะหาคำตอบ ละก็หาทางแก้ว่า
เราจะเดินออกมาจากความรู้สึกเหล่านั้นยังไง

ซึ่งจริงๆในชีวิตเนี่ยมันก็มีเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกเยอะแยะมากมาย ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยเช่น

รอใครตอบแชทแต่เขาไม่ตอบซะที
อันนี้เล็กน้อยมาก
แต่สำหรับบางคนมันยิ่งใหญ่มาก

เรื่องที่ใครมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเรา

การถูกปฏิเสธ

เรื่องของการ สูญเสีย

ยิ่งเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นกับเรานะครับ
เราก็เริ่มที่จะจมดิ่งกับมันลงไปนะครับ
พอเราจมดิ่งลงไปเรื่อยๆส่วนตัวเวลาผมเศร้านะครับ
ก็จะ นอยด์ๆนิ่งๆอะครับ พอเรานิ่งแบบนี้เนี่ย
อารมณ์เราก็จะจมดิ่งไปกับความรู้สึก กับความคิดเหล่านั้น
จะเรียกว่าเป็นความเหงาก็น่าจะใช่

อารมณ์แบบว่าเปล่าเปลี่ยวไม่มีใครอยู่ข้างๆเรา
ความคิดต่างๆดูเหมือนจะแย่กว่าความเป็นจริงพอสมควร

ผมเองก็ไม่เข้าใจหรอกครับว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น
ทำไมเราคิดได้น้อยกว่าปกติในสภาวะที่จิตใจเราไม่พร้อมที่จะรับรู้หรือเปลี่ยนแปลงอะไร หรือว่าช่วงเวลาที่เรารู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากผู้คนรอบๆตัวนะครับ

ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้มันก็จะทำลายเราไปเรื่อยๆ
ผมรู้ตัวนะครับเวลารู้สึกแบบนี้ผมจะรู้สึกว่าข้างในนี้มันคือแบบพังทลายมาก
คือเวลามีคนพูดว่าพังเนี่ยเข้าใจเลยว่ามันเป็นยังไง
จนบางครั้งมันทำให้เราอยากจะนอนนิ่งๆอะ

ไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากเจอใคร
อยากตื่นขึ้นมาให้ทุกอย่างมันผ่านไป

ให้มันจบโดยไม่ต้องคิดอะไรอีกเลย

คงเคยได้ยินนะครับว่าความเหงาเนี่ยมันเหมือนกับการสูบบุหรี่
คือคุณจะเห็นใช่ปะว่าบนซองบุหรี่มันจะคำเตือนว่าบุหรี่เนี่ยมันจะทำลายสุขภาพของคุณ
แต่ในความเหงามันไม่มีอะไรมาเตือนเลยนะ
อันตลายกว่าบุหรี่เยอะเลยนะครับความเหงาเนี่ย
เพราะว่าความเหงาเนี่ยมันจะทำให้เราสูญเสียการรับรู้ความเป็นจริงไปนะครับ
ความล้มเหลว ความสูญเสีย จะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้พอๆกับความเหงาเลยนะครับ

แต่จะทำยังไงอะถ้าเราไม่เคยถูกฝึกวิธีการเยียวยาความรู้สึกตัวเองเลย?
เพราะเราจะมีความรู้สึกเสมอว่า กูผ่านมันไปไม่ได้หรอก
คือกูจะจมกับมันอยู่อย่างงี้อะ
ในความรู้สึกแย่มันพยายามจะดึงเราออกไปตลอดว่า
มึงไม่มีทางที่จะรู้สึกดีกว่านี้ได้ ทุกอย่างจะแย่ลงเรื่อยๆ
ก็เพราะว่ามึงนั้นแหบ่ะที่ทำให้มันเป็นแบบนี้ นะครับ

คือจริงๆเราก็รู้นะว่าต้องทำยังไง
แต่ว่าจิตใจเรามันไม่แข็งแรงพอที่จะลากตัวเองออกไปได้นะครับ
ด้วยความที่จิตใจมันไม่เคยถูกฝึกเลย พอไปเจอเรื่องที่มันรุนแรง มันก็ไม่มีแรงที่จะดึงเรามห้ลุกขึ้นมาได้นะครับ  

ซึ่งมันมีความจะเผ็นมากๆที่จะต้องบอกตัวเองอยู่ตลอดว่า
"ไม่ว่าจะใช้เวลามากแค่ไหน สุดท้ายแล้วเราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้"
ถ้าคุณผู้ชมคนไหนเคยถูกใครซักคนบอกเลิกนะครับหรือว่าปฏิเสธความสัมพันธ์มานะครับเราจะรู้สึกเลยว่าความรู้สึกเหล่านี้เนี่ย มันเจ็บปวดมากมายขนาดไหนนะครับ

คือ ณ เวลานั้นอะเราแทบจะไม่รู้สึกอะไรอีกเลยอะ
ในตอนนั้นตอนที่เขาพูดกับเราแบบที่ ไม่น่าจะมีใครในโลกพูดกับเราแบบนี้ด้วยน้ำเสียง แววตา สีหน้า อากับกิริยาทุกอย่างแบบนี้อีกแล้วนะครับ

คำพูดที่แม้แต่เพื่อน ครอบครัว ไม่มีทางจะพูดกับเรา

"บางทีอะเราก็ต้องรู้นะว่าใครคือ Toxic people ในชีวิตเราอะ ไม่ใช้ปิดหูปิดตาละก็คิดว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น เรื่องแย่ๆที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นมาจากเราเอง"

สิ่งที่สำคัญกว่าเมื่อเราถูกปฏิเสธคือในใจเราตอนนั้นอะ
มันพูดกับตัวเองยังไงนะครับ
แน่นอนนะครับผมเคยมีความคิดที่ พูดกับตัวเองเวลาถูกปฏิเสธ หรือว่าเจอเรื่องราวแย่ๆเกิดขึ้น
ผมคิดว่า

"ก็เพราะว่ามึงมันห่วยอะ คือมึงมันแย่อะ ก็เพราะว่ามึงมันไม่ดีไงอีกคนนึงเขาดีกว่า เขาก็เลยไม่สนใจ มึงก็งั้นๆใครจะไปอยากสนใจ" 

น้ำเสียงที่คนอื่นพูดกับเราอะ คนที่ชี้หน้าด่าเรา คนที่ดูถูกถากถางเราอะ มันไม่สำคัญเท่ากับน้ำเสียงที่เราพูดกับตัวเองเลยนะครับ


ผมเริ่มมองหาข้อเสียของตัวเองซ้ำละก็ย้ำตัวเองไปเรื่อยๆ
บางคนอาจจะไม่ได้ขนาดผมนะครับ
แต่ผมเชื่อว่าเราต่างเคยโทษตัวเองกันทั้งนั้นล่ะครับ
อย่างน้อยก็มีแว้บนึงในชีวิต

คือผมว่าเรารู้นะครับถ้าเราหยิบมีดขึ้นมากรีดข้อมือตัวเองแทงไปที่แขนแบบแรงๆเลย มันจะเกิดแผลแบบไหน
มันจะกว้าง เลือดไหลออกมาแทบไม่หยุด

แต่เราจะไม่ทำแบบนั้นกับตัวเองถูกมั้ย เพราะเรารู้ว่ามันเจ็บ
ขนาดไหนนะครับ
แต่มนทางจิตใจแล้วนะครับเราเอาความคิดตัวเองที่ทิ่มแทงอยู่ข้างในเนี่ยให้เรารู้สึกเจ็บมากขึ้น เราหยิบมีดด้านอารมณ์ของเราอะแทงเข้าไปในหัวใจ ด้วยการวนความคิดโทษตัวเอง
หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้รู้สึกแย่ 

คือมันไม่ใช่ว่าเราไม่รักตัวเองนะครับที่เราเป็นอยู่แบบนี้นะครับ แต่จริงๆคือเราไม่รู้มากกว่าและเราก็ไม่เคยได้ฝึกการดูแลหัวใจของตัวเองเลยยิ่งตอนที่เราไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ความเจ็บปวดทางจิตใจมันก็จะลุกลามเข้ามาเรื่อยๆนะครับ จะเจ็บมากขึ้นกว่าเวลาปกติหลายเท่า
และกว่ามันจะเป็นปกติเหมือนเดิม นานมากๆ

สิ่งที่ผมพยายามบอกกับตัวเองเวลาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็คือ คือต้องคิดก่อนว่ามันไม่ใช่ความผิดของเราอะ ถึงแม้มันจะเป็นความผิดของเราบ้างแต่มันก็ไม่ใช่ของเราคนเดียวนะครับ คือเราต้องไม่ซ้ำเติมตัวเองอะ คือเราไม่สามารถควบคุมความคิดหรือความต้องการของคนอื่นได้
แต่เราต้องรู้ว่าความเสียใจที่มันเกิดขึ้นครั้งนี้เนี่ยมันเพราะอะไรนะครับ

การที่มีใครสักคนหรืออะไรซักอย่าง ที่จริงๆแล้มเราต้องการ
แต่การได้อยู่ไกล้หรือการได้มีอยู่ของเขาเนี่ย
มันทำให้ข้างในของเรามันพังอะ นั่นหมายความว่าสิ่งนั้นหรือคนนั้นอะมันไม่ได้เกมาะกับเราแล้วนะครับ
เราเลยต้องเลิกย้ำคิดย้ำทำกับความคิดตัวเอง

ลิ่งที่ผมทำจริงๆเลยเวลาที่ผมเฟลหรือว่ามีอะไรที่ค้างคาอยู่ในหัวผมเยอะๆ ผมก็ดึงออกมาไม่ได้ คือตอนเช้าก่อนที่ผมจะไปเรียนเนี่ย ผมจะส่องกระจกละก็มองหน้าตัวเอง
คือดูสภาพนะครับ แววตาของตัวเองหรอถ้ามันแย่มากๆถ้ามันไม่ไหวเนี่ย ผมจะบอกตัวเองหน้ากระจกเลย 

"นี่คือสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆหรอ?"
คือทำไมผมไม่สงสารตัวเองในกระจกบ้างนะว่า
ผมสนใจอะไร ผมกำลังใส่ใจอะไร
ทำไมผมถึงทุ่มเทเวลาระหว่างวันไปกับการคิดเรื่องพวกนั้น
แทนที่จะหันมาสนใจตัวเอง ดูแลจิตใจตัวเองบ้าง
คนที่อยู่กับเรามาเท่าอายุตัวเองอะ
กับคนที่เขาอยู่กับเราแค่ไม่กี่เดือน
ใครที่มันสำคัญกับชีวิตเราจริงๆกันแน่
แต่มันก็จะมีความคิดเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นในหัวระหว่างวัน
เป้็นความคิดแบบฟุ้งๆอะ ที่แบบเอาอดีตมาวิ่งใหม่เรื่อยๆในขณะที่กำลังทำอะไรอยู่ ระหว่างที่กำลังเข้าห้องน้ำ ระหว่างที้กำลังเรียน ระหว่างที่กำลังทานอาหารอยู่คือความคิดพวกนี้แหล่ะที่จะทำให้จิตใจเราแย่นะครับ
คิอวันนึงผมหมดไปกับการคิดเรื่องอะไรก็ไม่รู้แทนที่จะไปคิดเรื่องงาน เรื่องการเรียน หรืออะไรที่ทำให้เราดีขึ้นนะครับ


ผมก็เลยพยายามสังเกตุตัวเองนะครับ
พอผมเริ่มจะคิดถึงเรื่องนั้นผมก็จะเริ่มหาจุดเบี่ยงเบนความสนใจละก็ไปคิดเรื่องอื่น แน่นอนคือต้องไม่จับโทรศัพท์เลยนะครับ
จริงๆถ้าเรารู้ตัวว่าเรากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่นะครับ
ผมว่าเราชนะตัวเองไปกึ่งนึงละนะ เราจะเริ่มรู้ว่าจิตใจเราจะเริ่มไปทางไหน ถ้าจะหันไปฟุ้งอีกก็หาวิธีเบี่ยงเบนตัวเองไป
ซึ่งมันไม่ได้หายกันง่ายหรอก มันต้องทำตัวเองให้รู้สึกตัวอยู่ตลอดนะครับว่ากำลังคิดเรื่อวนั้นอีกแล้ว ละก็หาอย่างอื่นทำ

ไม่นานมันจะค่อยๆหายไปถ้าเราทำแบบนั้นจริงๆนะ
บางทีผมก็บอกกับตัวเองนะว่าทางไหนที่มันจะเดินแล้วมันเจ็บปวด ใครที่เจอแล้วมันเจ็บใจ บางทีก็ต้องเลี่ยงที่จะเดินหรือเลื่อนที่จะไม่เจอกันอีก

คือเราต้องทำซักอย่างเมื่อเรารู้สึกเหงา ไม่ใช่อยู่เฉยๆแล้วปล่อยให้ความเหงามันกัดกินเราไปเรื่อยๆนะครับ
ตอ้องดูแลความรู้สึกตัวเองนะครับ เมื่อความมั่นใจของตัวเองเนี่ยมันหายไป

อย่างที่บอกว่าเราไม่ใช่ไม่รักตัวเองหรอก แต่เราแค่ไม่เคยฝึกการรักตัวเองแบบที่เราทุ่มเทในการรักคนอื่นเลย
ทุกอย่าวมันต้องฝึกฝน

สุดท้ายแล้วเนี่ยเราจะเป็นคนที่รักตัวเองได้จริงๆมั้ย
มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งใจที่จะเป็นคนที่มีคุณภาพชีวิตทั้งกายและใจมากแค่ไหนนะครับ บะในวันที่เราเป็นได้แล้วอะวันที่เรารู้สึกดีกับตัวเองได้ ไม่ว่ามันจะดีหรือมันจะแย่ 
เราจะมีความมั่นคง เสถียรทางอารมณ์ เราจะมีเหตุผลกับมันมากกว่ามานั่งหาเหตุผลว่า ทำไม ทำไม ทำไม
ละก็หาอะไรทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แค่แปบเดียวนะครับ
ละเราก็กลับไปรู้สึกละก็เป็นเหมือนเดิมต่อแบบที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้นะครับ
SHARE
Written in this book
Say something
เคยอยากจะบอกอะไรกับใครบางคนแต่ไม่กล้ามั้ยหนังสือเล่มนี้บันทึกความในใจไว้ทั้งหมดเพราะถ้าเก็บเอาไว้มันคงจะอยูาได้ไม่นาน

Comments

takumacheerup
11 days ago
เอาใจช่วยนะคะ อย่างน้อยก็ได้เห็นว่าคุณก็แคร์ตัวเอง และพยายามหาทางที่ใช่ self esteem (ความนับถือตัวเอง) ของคุณกำลังจะเพิ่มขึ้นเลยทีเดียว ลองเขียนขอบคุณตัวเองวันละนิด จะช่วยเพิ่ม self esteem ได้ง่าย และดีขึ้นจนสังเกตได้เลยค่า ✌️
Reply