2ปีที่หายไป...
สวัสดีทุกคนอีกครั้ง...
หลังจากที่ไม่ได้เขียนมานาน 
วันนี้ขอกลับมาลงสนามใหม่อีกครั้ง 
เพราะรู้สึกการเขียนอ่านของตัวเองเเย่เหลือทน...
2ปีที่หายเราไม่เขียนอะไรเลย ยอมรับว่าความรู้สึกที่ไม่ได้ระบายออกมาผ่านการเขียนมันอัดเเน่นไปหมด

หลังจากที่เราไม่ได้เขียนอะไรเลย เรากลายเป็นคนที่ไม่สามารถอธิบายบางสิ่งให้ออกมาน่าฟังเหมือนสมัยก่อนได้ เราไม่สามารถนั่งคุยกับคนที่รู้จักเเต่ไม่สนิทเป็นเรื่องเป็นราวได้เเบบไม่อีดอัดใจ เเม้เเต่คนสนิทบางทีเราก็เเทบไม่ได้เป็นฝ่ายชวนคุยเลย 2ปีที่ผ่านมา เรากลายเป็นคนที่เเทบจะไม่ยุ่งกับใครเลยถ้าไม่จำเป็น ภาพรวมในชีวิตตอนนี้คือเเทบไม่กล้าทักไลน์หาใคร ถ้าไม่มีใครทักมาหาเราก่อน มันเเย่พอสมควรเลยค่ะ ปกติเราเเค่บ่นลงในทวิตเตอร์ เเต่เริ่มรู้สึกว่าตอนได้เขียนเหมือนเราได้ความรู้สึกอะไรบางอย่างกลับคืนมา ก็เลยตั้งมั่นว่าจะกลับมาเขียนอีกครั้งนึง เเม้จะไม่มีอะไรมาเขียนก็ยังอยากเขียนอยู่ ชีวิตเราตอนนี้ไม่หวือหวาเหมือนเมื่อก่อน
ปัจจุบันพี่คนนั้นที่เเอบชอบตั้งเเต่ม.1 พี่เขาก็กำลังจะจบปริญญาตรีเเล้ว เร็วมากๆเลยค่ะ เราพึ่งเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนเเปลงก็ตอนนี้ เมื่อก่อนตอนม.ต้นไม่เคยมีความคิดเเบบนี้เลย เเต่ตอนนี้เราเริ่มที่จะอยากใช้เวลากับคนในครอบครัวมากขึ้น เรารู้สึกว่าพ่อเเม่เราไม่เเข็งเเรงเหมือนเมื่อก่อนเเล้ว ตอนนี้เรามีหน้าที่ในบ้านเยอะขึ้น ไม่ว่าจะเตือนเเม่กินยา ช่วยเเม่ทำงานบ้าน หรือเเม้เเต่คอยชงยาให้เเม่  เเม่เราไม่ได้เเข็งเเรงเหมือนเเต่ก่อนเเล้ว เราเสียใจทุกครั้งที่รู้ว่าจะไม่ได้ไปเดินเที่ยวกับเเม่เหมือนสมัยก่อนเเล้ว เเม่เราข้อเข่าเสื่อมตั้งเเต่กลางปีที่เเล้ว อะไรที่เราวางเเผนไว้ก็พังหมดเลยเราเคยคุยกับเเม่เล่นๆว่าไปเกาหลีกันนะ นั่นคือพังหมดเลยนะ ทุกวันนี้เราเลยใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตช่วงนี้ไปกับการนั่งคุยกับเเม่ ดูซีรีย์เเทน เเม่บอกว่าถึงไม่ได้ไป อย่างน้อยก็ได้ดูนะ 

ส่วนคุณพ่อเราเปลี่ยนไปจากตอนเราเด็กๆมาก 
สมัยก่อนไม่ใจร้อนเท่านี้ เเต่ปัจจุบันคือใจร้อนมาก 
ปากไวด้วยซ้ำ เเต่ที่เรากังวนมากๆคือ คุณหมอเตรียมนัดคุยกับคุณพ่อเรื่องทำบอลลูนไว้เเล้ว  ตอนเราอนุบาล3 ชีวิตตอนเย็นหลังเลิกเรียนของเราคือโรงพยาบาล เราจำภาพที่พ่อเรานอนในห้องICU ได้ตลอด
ตอนนั้นเราไม่สามารถเข้าไปได้ ตอนที่เห็นเเม่นั่งเฝ้าพ่อเราเสียใจมาก ตอนนั้นป๊าคือคนที่เรารักมากที่สุด เพราะตอนนั้นพ่อเลี้ยงเราเยอะมาก เเต่ปัจจุบันกลายเป็นว่าเราเเทบไม่ได้คุยดีๆกับพ่อเลยยกเว้นตอนดูหนังจีนด้วยกัน ว่ากันตามตรงเราไม่ใช่เด็กในอุดมคติของพ่อเราด้วยซ้ำ เราเรียนไม่ได้ดี เเต่พ่อเราเป็นเด็กเรียน ชอบอ่านหนังสือ ไม่เคยสอบตก ได้ท็อปมาตลอด เราจึงไม่ได้อยู่ในมาตรฐานของพ่อเราเลย พ่อเราเลยบ่น ว่าเราตั้งเเต่เราขึ้นม.ต้นจนถึงปัจจุบัน ทุกครั้งที่คุยเรื่องเรียนจะจบด้วยการที่เรา หรือ ไม่ก็พ่อเราขึ้นเสียงใส่กัน พร้อมกับอารมณ์ที่บูดไปเป็นวันๆเสมอ จนมาถึงช่วงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เราไม่ติดรอบ1 พ่อเราไม่ว่าเราสักคำ เเถมยังเนียนๆซื้อของกินมาปลอบใจ 

สิ่งที่พ่อกับเเม่เราทำให้เราในอาทิตย์นี้คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเราเลย ตอนนั้นเราคิดว่าจะโดนด่า โดนดุ เเต่สิ่งที่เขาทำในวันนี้คือสิ่งที่เราดีใจมากที่สุด 

เราไม่อยากมีชีวิตจนถึงเเก่เฒ่าขนาดนั้น สิ่งที่เราต้องการคืออยู่ถึงอายุ30หรือไม่ก็ตายหลังจากที่พ่อเเม่เราตายไม่นาน เราค่อนข้างห่วงน้องเรามาก เรารู้ตัวดีว่าถึงเเม้เราจะอยู่หรือตายก็ไม่มีผลอะไรกับน้อง หรือคนอื่นๆอยู่เเล้ว เเต่เราห่วงความรู้สึกของน้องเหมือนกัน ถ้าวันนั้นมาถึง น้องเราติดเเม่มาก ทั้งชีวิตครึ่งนึงของน้องคือเเม่ อีกครึ่งคงเป็นพ่อกับเรา เราเชื่อเสมอว่าน้องเราเอาตัวรอกได้ เเต่พ่อเเม่เราห่วงน้องเรา ว่าเราจะให้น้องเลี้ยงไหมในอนาคต เราก็กลัวเหมือนกันว่าจะลำบากน้อง สิ่งที่เราทำได้คือต้องรีบไปดีกว่าการอยู่เป็นภาระน้อง  

เราไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้า เราจะเป็นยังไง เเต่เราก้ได้เเต่หวังว่า เราจะเติบโตได้อย่างมีความสุข เเละ เเข็งเเกร่ง
จนกว่าจะถึง30ปี 

ถึงตัวเองในตอนอายุ30 
ตอนนี้ที่เราเขียนถึงเเก น้ำตาเรานองหน้าเลย 
เรานอนคลุมโปรงพิมพ์อยู่ ตอนนี้ตีสามเเล้ว 
จะตื่นไปเรียนตอน6โมงครึ่งไหวไหมนะ..
เราไม่รู้ว่าตอนนั้นเธอจะยังเป็นคนจิตใจอ่อนไหวเหมือนตอนนี้ไหม หรือ ว่าจะเป็นคนจิตใจหยาบกระด้างไปเเล้ว ซีรีย์เรื่องปรมาจารย์ลัทธิมารยังเป็นเรื่องโปรดของเเกอยู่รึเปล่า เรารู่ว่าเเกอดทนได้ทุกอย่าง เเต่ถ้าไม่ไหวก็พักบ้างนะ อย่าฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบเลย ตอนเเก17 
เเกอยากเป็นนักโบราณคดี ติวเตอร์ประวัติศาสตร์ 
ฟรีเเลนซ์  เราอยากจะบอกเธอว่าใช้ชีวิตตอนม.ปลายคุ้มเเล้ว ถึงเเม้ตอนนั้นอาจจะไม่ได้เรียนที่หวัง หรือทำงานที่อยากทำ เเต่อยากให้รู้ไว้ว่าเราทีอายุ17ตอนนี้ไม่ผิดหวังเลย:)
SHARE

Comments