UNDERWATER DEATH

Unique Info

0.46.12.34



     ในชีวิตหนึ่ง เพียงครั้งเดียวที่ได้ลืมตามองทุกสิ่งอย่างรอบตัว ที่ถูกปัดป่ายไปมาตามแรงของโลกใบนี้ ตามหลักความเป็นจริงที่ว่า ไม่มีใครรู้เวลาตายของตัวเอง และอีกความคิดหนึ่งที่แล่นเข้ามาในหัวของผม แล้วถ้า...

    เรารู้...เวลาตายของตัวเองล่ะ ?


    ยอมรับว่าผมจะไม่แปลกใจเลย หากอะไรหลายๆ อย่างมันเปลี่ยนไป โลกทั้งใบจะกลายเป็นสิ่งที่อันตรายไปโดยปริยาย มนุษย์จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่คล้ายพิมพ์เดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย ความหวาดกลัวในการทำสิ่งต่างๆ จะเข้าครอบงำพวกเขา หากไม่มีตัวปกปิดความตายแก่การรับรู้ของมนุษย์ แน่นอนว่าหลายๆ อย่างคงจะจบลงเร็วกว่าที่คิด





 เหนือน่านน้ำทะเล ที่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา สถานวิจัยเป็นสถานที่เดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความเงียบที่เข้าครอบคลุม ดวงตาสีทองอ่อนดูแปลกตามองตู้ที่เต็มไปด้วยปลาหลายพันธุ์ชนิด ชายหนุ่มก้าวขาลงไปยังขั้นบันได พลางทิ้งตัวนั่งลงภายในห้องนั่งเล่น ในหัวของเขาเต็มไปด้วยคำถามที่ไร้คำตอบ มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และทุกอย่างก็หายไปกับตาของเขา

   เพื่อนร่วมงานวิจัยของเขา หายไปใต้ท้องทะเลนั่นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน หลังจากที่เรือสำรวจของพวกเขาถูกจมลงด้วยการโจมตีของพวกผิดกฏหมายที่กำลังลักลอบตัดหูฉลาม ภาพก่อนหน้านั้นที่เขาเห็นคือซากของฉลามที่เขาตั้งชื่อให้มันตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ 'ไทเกอร์' ร่างของมันลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำที่แดงราวกับทะเลเลือด

   เขาไม่รับรู้อะไรอีก หูดับไปชั่วขณะ เมื่อเกิดเสียงระเบิด และจำนวนกระสุนที่พุ่งผ่านร่างของเพื่อนร่วมทีมวิจัยของเขาไป บางคนตกลงไปในน้ำ และบางคนที่ล้มลงกลางพื้นของเรือ เขาพยายามจะขับพาคนที่เหลือหนีออกจากเขตอันตรายให้ทัน แต่ทว่าสิ่งที่เห็นเป็นสิ่งสุดท้าย คือใต้ผืนทะเลลึกที่มองเห็นแสงสว่างส่องจากเบื้องบนเพียงน้อยนิด และเบื้องล่างที่มืดสนิท ทำให้จิตใจของเขาสั่นไหวต่อความตายที่เอื้อมมือมาเหนี่ยวรั้งร่างกายของเขาให้จมลงไปเรื่อยๆ

    ลูคัส ตัวชาวาบ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นบนหาดของสถานวิจัย เขาพบว่าตัวเองยังไม่ตาย และร่างกายไม่ได้เปียกน้ำ มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทรมาน มือสั่นงันงกและดวงตาที่พร่าเบลอ หัวสมองของเขามันหนักอึ้งราวกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ในขณะเดียวกัน เขามองเห็นควันลอยขึ้นสู่น่านฟ้าอยู่ไกลลิบ

    เรือที่ถูกระเบิดทำลายกลางทะเล ร่างที่จมดิ่งลงไปหลายร่าง และรู้ตัวอีกที 

    เขา ก็เหลือตัวคนเดียว


    ลูคัสพยายามตั้งสติครั้งแล้วครั้งเล่า ความรู้สึกมากมายถาโถมใส่เขา ราวกับกำลังจะทำให้เขากลายเป็นบ้าในทันที หากความคิดหนึ่งไม่แล่นเข้ามาทำให้เขาหยุดแพนิคอย่างรุนแรง ขาทั้งสองข้าง ก็ไม่รีบก้าวกลับเข้าไปในสถานวิจัยเพื่อขอความช่วยเหลือ

    ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ตามทีที่ทำให้เขารอดจากแรงระเบิด และจมน้ำตายกลางมหาสมุทรนั้น เขาก็ขอขอบคุณที่ยังไว้ชีวิตของเขาให้บากหน้ากลับมารับรู้ถึงแรงระเบิดของความรู้สึกทั้งหมดแทน

    เพื่อนร่วมงานวิจัยราวห้าชีวิตจากเขาไปโดยไร้คำบอกลาใดๆ แต่เพราะแบบนั้น หลังจากที่ความช่วยเหลือมาถึง เก็บร่างของนักวิจัยไฟแรงผู้เคราะห์ร้ายไว้ได้เพียงสามราย อีกสองรายร่างหายไปกับเบื้องล่างที่ลึกเกินกว่าจะหาเจอภายในวันเดียว สื่อมวลชนหลังทราบข่าวของพวกเขา ลูคัสถูกซักถามอย่างหนักว่าเขารอดมาได้อย่างไร

    นั่นคือคำถามเดียวที่เขาไม่สามารถตอบได้

   เสียงถอนหายใจเบาๆ กับดวงตาที่เหม่อมองออกไปที่อื่นอย่างไร้ทิศทาง เขายังทำตัวให้ชินไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะรู้ถึงความเสี่ยงของงานที่เขาทำก็ตาม อีกไม่กี่วันทางรัฐบาลจะส่งนักวิจัยกลุ่มใหม่มาทำงานร่วมกับเขา ทั้งนักวิจัยพันธุกรรมสัตว์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำ ผู้ดูแลสัตว์ทะเลสองคน และหมอ ตามจำนวนที่สูญเสียไป

    หลายอย่างทำให้เขาคิดถึงสิ่งที่เรียกว่า "ความตาย"

    อาจจะเพราะจิตตกหลังจากได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่เพื่อนร่วมทีมของตนเองตายไปต่อหน้าต่อตา แต่มันราวกับกระชากความคิดของเขาจนขาดสะบั้น

    ชายหนุ่มที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ เข้าร่วมงานวิจัยได้เพราะความสามารถและแนวความคิดที่เกี่ยวกับงานที่ได้รับ มันทำให้เขาได้เข้าทำงานก่อนเพื่อนวัยเดียวกันที่ยังคงทำงานวิจัยเล็กๆ บนฝั่ง งานที่ใหญ่มักมาพร้อมกับความเสี่ยง ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม

   รวมถึงงานนี้ที่แน่นอนอยู่แล้ว

   ตำรวจทางทะเลที่พวกเขามี มักพึ่งพาไม่ได้ เมื่อมองยอดของฉลามที่ตายอยู่กลางทะเลนั่น ทำให้พวกเขาต้องลงพื้นที่จริงอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่การฆ่าแล้วหนีไปพร้อมกับของที่ต้องการ พวกมันทำ เพื่อล่อพวกเขาออกมา และฆ่าทิ้งเช่นเดียวกับสิ่งที่พวกเขารัก

   ภาพใต้ท้องทะเลทำให้เขามือสั่นอยู่ตลอดแทบทุกเวลาที่นึกถึงมัน เขาไม่ได้กลัวน้ำ และไม่เคยที่อยากจะกลัวมัน เขาอยู่กับท้องทะเลมาตั้งแต่เกิด เรียนรู้และทำความเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ แต่ มันก็ทำให้เขารู้ด้วยในภายหลังว่า ทะเลนั้นกว้างใหญ่และยังมีอะไรอีกมากมายที่ตนเองยังไม่รู้ ที่เขารู้มันเพียงผิวเผินของทั้งหมด

    ดวงตาของสิ่งมีชีวิต สีฟ้าสว่างในความมืดใต้ท้องทะเลที่โอบล้อมเขาเอาไว้ครานั้น เขาเพิ่งจำมันได้หลังจากทำให้จิตใจสงบลง ดวงตาคู่นั้นที่ทำให้เขามองเห็นทุกอย่าง และอาจจะเป็นสิ่งที่พาเขาหลุดออกมาจากความตาย

    ภาพมากมายบอกว่าเขารอดจากเรื่องราวทั้งหมดนั้นไปได้ แต่ก็ใช่ว่าจะรอดไปตลอด ลูคัสกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น เรื่องราวที่รับรู้พวกนั้นหลังจากสบตากับสิ่งที่ไม่อาจระบุได้ บอกว่าเขาจะตายตอนไหน และเพราะอะไร

    ตอนนี้เขาถึงยังคงนั่งนิ่งเพื่อหาคำตอบให้กับตัวเอง

    มือทั้งสองข้างที่เคยนิ่งสงบ ตอนนี้กลับสั่นขึ้นมาอีกครั้ง เขากำมือแน่นพลางหลับตา พ่นลมหายใจที่เย็นเฉียบเข้าออกเบาๆ ภาพเบื้องหน้าคือตู้อควาเรียมขนาดใหญ่ และปลาน้อยใหญ่ ที่ว่ายเข้ามาให้ความสนใจกับชายหนุ่มภายนอก พลางผละออกไป เมื่อเขาค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อพาตัวเองกลับไปที่ห้องนอน

    เคิร์ท เนลสัน กลัวว่าลูคัสจะเกิดปัญหาทางด้านจิตใจ จิตแพทย์จึงถูกส่งมาเร็วกว่าอีกห้าคนที่จะมาใหม่ที่เหลือ ทั้งสถานวิจัยตอนนี้ ก็มีแค่เขา กับ อัลเลน ไวท์ ที่กำลังใช้เวลาทั้งหมดอยู่ที่ห้องทำงานของตนเองเพื่อทำความเข้าใจกับคำตอบล่าสุดที่ลูคัสได้ให้เขาไป


   เมื่อผู้คนพูดถึง "มัน" รวมถึงตัวคนไข้คนล่าสุดที่อัลเลนได้ให้การบำบัด พวกเขาส่วนใหญ่มักจะพูดถึงเรื่องความตาย นั่นมันเป็นเรื่องปกติ ที่พวกเขาจะเกิดสภาวะสลด และเครียด เมื่อผ่านเรื่องไม่ดีมา แต่ลูคัสกลับเอ่ยถึงความตายที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ ที่เขาเคยเจอมา

   ชายหนุ่มไม่ได้แสดงออกอะไรมากมายนัก แต่คำพูดนั้นตรงไปตรงมา และชัดถ้อยชัดคำ เหตุการณ์สั้นๆ ทำให้หมออย่าง อัลเลน ไวท์ ยิ่งต้องการที่จะทำความเข้าใจความคิดที่เหลือมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

    อีกฟากฝั่ง ลูคัสยังคงคิดเรื่องเดิมๆ แต่อาการแพนิคจะเกิดน้อยลง ถ้าเขามีอะไรให้ทำระหว่างนั้น อย่าง...การตรวจไฟล์งานเก่าๆ ที่พวกเขาเคยทำสำเร็จมาก่อน รวมถึงจำนวนสัตว์ทะเลที่พวกเขาสามารถช่วยเอาไว้ได้ตั้งแต่ปี 2018 

    เต่าตนุตัวใหญ่ที่เคยติดอยู่ตรงโขดหิน ตอนนี้พวกเขาปล่อยลงท้องทะเลไปแล้ว ก่อนที่มันจะตายลงไม่กี่เดือนก่อน เกยตื้นอยู่ตรงชายฝั่งเมืองออสโลด้วยสภาพน่าเวทนา ลีโอนาร์ด ยังคงเก็บภาพล่าสุดของมันเอาไว้

    ช่วงเวลาที่นานเกินความจำเป็นทำให้ลูคัสคิดว่าเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ การเปิดภาพอดีตไม่ใช่เรื่องดีระหว่างการบำบัด เพราะมันอาจจะทำให้เขาเกิดอาการจิตตกได้ หมออัลเลนแนะนำให้เขาอย่าแตะต้องภาพที่เกี่ยวกับเรื่องเป็นๆ ตายๆ แต่ดูที่เขาทำนี่สิ

    ลูคัสผละออกจากการเปิดภาพดู ก่อนจะย้ายไปที่หน้าเอกสารรายงานล่าสุดที่เขาเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองพบเจอทุกครั้งตอนที่ดำน้ำลงไปกับเพื่อนสนิทของตน คริสโตเฟอร์ แสดงให้เขาเห็นว่าใต้ทะเลนั้นมันลึกแค่ไหน และแค่ไหน ที่มนุษย์สามารถลงไปได้ เพื่อนสนิทของเขาบอกว่า

 ต่อให้พวกเราพยายามจะสำรวจและทำความรู้จักกับมันมากแค่ไหน ให้ผ่านไปร้อยปี ก็รู้ไม่หมดหรอก บางสิ่งบางอย่างที่รู้ บางทีพวกเราอาจจะอุปโลกน์มันไปเองก็ได้

   เขายอมรับว่าตัวเองรู้สึกแปลกใจไม่น้อย

   ที่ได้รับคำตอบแบบนั้น แต่มันก็คือเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

   
    ลูคัสยังคงจดจำทุกอย่างเอาไว้ระหว่างนั้น ความเจ็บปวดจากการสูญเสียใต้ท้องทะเลจู่โจมเขาอย่างรุนแรง คนที่เคยมีความพยายามที่จะวิจัยงานและมุ่งมั่น ตอนนี้กลับนิ่งเฉยไประยะหนึ่ง หลายคนบอกให้เขาพักผ่อนจากการวิจัยนอกฝั่ง แต่ตัวเขาก็ค้านหัวชนฝามาจนถึงตอนนี้ 

    ดวงตาคู่นั้นยังคงย้ำเตือนเร่ื่องจุดจบของเขาเสมอ แม้กระทั่งเวลาที่หลับตาลงก็ตาม เขาควรจะยอมรับว่าตัวเองไม่สามารถไปต่อได้ บางสิ่งทำให้เขาหยุดอยู่เพียงแค่นั้น

    เขากำลังหวาดกลัว


    กลัวความตายที่กำลังชักใยให้เขากลายเป็นแค่หุ่นกระบอก


    ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เขาเจอมันมา และทำให้เขารอด และต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

    มันงี่เง่าสิ้นดี

    ถึงจะพยายามไม่เชื่อว่านั่นคือเรื่องจริง และมันอาจจะเป็นสภาวะฝันร้ายหลังจากตื่นขึ้นในเหตุการณ์ลอบโจมตีทางทะเล แต่มันดูเหมือนจริงจนเขาอดขนลุกไม่ได้

    ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนเตียงในไม่กี่นาทีต่อมา หลังจากพูดคุยกับหมออัลเลนเสร็จในช่วงสองทุ่ม ข้างนอกหน้าต่างนั้นเต็มไปด้วยความมืดโอบล้อมเกาะสถานวิจัยที่มีแสงสว่างเพียงแห่งเดียว ท้องทะเลที่เย็นยะเยือก และลมหนาวที่พัดผ่านไปอย่างรุนแรง ดวงตาของเขาค่อยๆ ปิดลงอย่างแช่มช้า ภายในห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่ไม่กี่อย่าง และเอกสารที่เกลื่อนโต๊ะทำงาน 


    เสียงเข็มนาฬิกาเลื่อนผ่านไปเป็นระยะ ช่วงเวลาของค่ำคืนนั้นราวกับทุกอย่างถูกดึงหวนกลับมาอีกครั้ง ลูคัสสะดุ้งตื่นท่ามกลางลำเรือสำรวจท้องทะเลของทีมวิจัยอัลฟ่าวัน เขากำลังนั่งอยู่ที่ตำแหน่งคนขับ คริสโตเฟอร์กำลังเก็บตัวอย่างของมีคมที่ลอยอยู่เหนือน้ำ ลีโอนาร์ดกำลังถ่ายภาพเหตุการณ์ทั้งหมด ชินกิผู้เป็นหมอเชื้อสายเอเชียกำลังสำรวจซากของไทเกอร์ และอลัน กำลังส่องกล้องไปรอบๆ เพื่อมองหาอันตรายที่อาจเกิดขึ้นรอบๆ ตัวของพวกเขา

    หลังจากสัญญาณแจ้งเตือนอย่างรุนแรงจากเครื่องติดตามที่พวกเขาติดให้กับฉลามไทเกอร์ และพบความผิดปกติ พวกเขาจึงรีบออกมาในเวลาไล่เลี่ยกับพวกลักลอบนั่น ระหว่างนั้นตำรวจทางทะเลกลับมาช้ากว่าปกติ อลันรู้สึกหัวเสียเล็กน้อยเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แล้วมันยิ่งพาลไปใส่เพื่อนที่เผลอหลับไประหว่างที่ทำหน้าที่เป็นคนขับเรือ

    "ลูคัส นี่มันเรื่องสำคัญนะให้ตายเถอะ ถ้านายจะมาหลับเอาตอนที่พวกเราถึงที่เลย นายก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้เราเจอกับอะไรอยู่ เตรียมตัวหน่อย!"

     อลันพูดขึ้นเสียงเล็กน้อย ลูคัสละล่ำละลัก ถ้าหากว่านี่คือฝัน เขาหวังอย่างยิ่งว่าจะตื่นให้ไวกว่านี้ เขาไม่อยากเห็น...มันอีก

    "ซากเละ...พวกมันไม่ได้เอาแค่อวัยวะไปอย่างเดียว ดูรอยพวกนี้สิ"

    ชินกิพูดพลางชี้ไปที่แผลแทงจำนวนมาก และรอยกระสุนที่ยิงใส่อย่างเลือดเย็นของพวกลักลอบ ลมและแสงแดดส่องลงมา ในขณะที่ทุกอย่างดูเงียบสงบ ลูคัสเริ่มลุกขึ้น ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นและในขณะเดียวกัน เขารู้สึกราวกับว่านี่คือเรื่องจริง

    "เราต้องรีบออกไปจากที่นี่"

     ลูคัสบอกทุกคนที่อยู่รอบๆ เรือ ทั้งหมดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองผู้นำทีมที่ไม่เคยหนีไปจากการหาสาเหตุและหาต้นตอเกี่ยวกับเรื่องลักลอบพวกนี้สักครั้ง คราวนี้กลับเอ่ยออกมาอย่างหน้าตาเฉย

    "แต่เรายังไม่-" คริสโตเฟอร์เอ่ยแต่ก็ถูกขัด

    "เรากำลังถูกลอบโจมตี เราถูกล่อออกมา!"

    ลูคัสพูด ก่อนจะหันกลับไปที่ตัวควบคุมเรือ ในขณะที่อลันเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับดึงแขนเสื้อเอาไว้ ตอนนี้ทุกคนเกิดอาการงุนงงและสับสน ไม่ทันที่อลันจะเอ่ยปากว่าอะไรใส่เพื่อนที่ดูจะสติไม่ดีเพราะนอนน้อยนี่ เสียงดังปังก็เกิดขึ้นทำให้ทุกคนรีบหมอบลงอย่างรวดเร็ว

     ในช่วงเวลานั้น เขารีบขับเรือออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เสียงปืนดังตามเรื่อยๆ เรือขนาดเท่ากันกำลังตามมาติดๆ อลันตาเบิกโพลง เวลาเดียวกัน พวกเขาแทบไม่มีสิ่งที่ตอบโต้กลับไปได้เลยแม้แต่น้อย ลูคัสมองเพียงแค่ทางข้างหน้า ก่อนที่หนึ่งในพวกเขาจะตะโกนขึ้นเสียงดังแข่งกับลมที่พัดตีผ่านไป

    แต่เมื่อเขาเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างดูหนักอึ้ง เพียงพริบตาเดียว เขาพบว่าตัวเองกำลังจมลงสู่ท้องทะเลอีกครั้ง...

    ชายหนุ่มพยายามขัดขืนความเป็นไปทั้งหมด เขาช่วยทุกคนเอาไว้ได้ เขารอด แต่ทำไม...!

    ครีบของสิ่งมีชีวิตหนึ่งเคลื่อนผ่านหางตาของเขาไป ก่อนที่ร่างของเขาที่ลอยอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำจะหันมองตาม ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นที่เด่นสว่างอยู่ในความมืดจดจ้องมองกลับมา มันเป็นดวงตาคู่เดียวกันที่เขาเคยเห็น สิ่งมีชีวิตนั้นเริ่มปรากฏตัวเข้ามาในจุดส่องแสง ก่อนที่เขาจะเบิกตาโพลงเล็กน้อย 

    ภาพเบื้องหน้าราวกับเรื่องเพ้อเจ้อ ร่างของคนครึ่งปลาที่เห็นได้แค่ในตำนานเทพนิยาย บัดนี้กำลังค่อยๆ ยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปาก เด็กหนุ่มร่างครึ่งคนครึ่งปลานั้นเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เขา ก่อนจะปิดดวงตาทั้งสองข้างของลูคัส พร้อมกับทุกอย่างที่เริ่มดับลง

    ภาพของเขา ที่กำลังจมลงสู่ท้องทะเล...

    นั่นคือความตายที่แท้จริงของเขา


    ร่างหนึ่งในชุดสีขาวทั้งตัว กำลังเดินลงสู่ท้องทะเลเบื้องหน้าไปอย่างช้าๆ ดวงตานั้นเลื่อนลอย ราวกับอยู่ในห้วงความคิดที่ไร้จุดสิ้นสุด ลมเย็นพัดผ่านร่างไปอย่างแผ่วเบา และแสงอาทิตย์ที่กำลังค่อยๆ ขึ้นสู่น่านฟ้าอย่างช้าๆ

    ความตายที่ทับซ้อน ใครบางคนกำลังรับมันไป

    ดวงตาคู่นั้นปิดลง พร้อมกับร่างที่ถูกดึงลงสู่เบื้องล่างไปอย่างช้าๆ และเงียบสงบ...



   - ปริศนาใต้ท้องทะเล -
     "เสียงความตายที่เรียกหาจากใต้ผืนน้ำที่เย็นเฉียบ"

    

     


SHARE
Writer
dontcallme
d e a ?
“Never can true reconcilement grow where wounds of deadly hate have pierced so deep...”

Comments