ความทรงจำครั้งสุดท้าย
ถ้าพูดถึงเรื่องราวการพบเจอ หรือโอกาสที่จะได้ทำอะไรสักอย่างกับใครบางคนเพื่อให้เป็นความทรงจำครั้งสุดท้าย คุณจะเลือกทำอะไร?

ในงานรับปริญญาของมหาลัยแห่งหนึ่งในวันหยุดที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปแสดงความยินดีกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่จบการศึกษาไปในปีนี่ และถ้าถามว่าแล้วเราล่ะ? ยังไม่จบหรอ? ใช่ เรายังเรียนไม่จบ แต่ถ้าเอาตาามหลักสูตรเราก็ต้องจบแล้วแหละ แต่ความสามารถของคนเรามันก็ไม่ได้มีมากมายเท่ากันสักเท่าไหร่ และการเรียนจบในหลักสูตรปัจจุบันนี้ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถประสบความสำเร็จได้ตามหลักสูตรที่วางไว้

อืม

อย่างที่บอกว่าเราได้ไปร่วมแสดงความินดีกับเพื่อนๆ และพี่ๆ ที่จบในปีนี่ ทุกคนดูเหนื่อยหน่ายนะ แต่ก็มีความสุขปะปนไปในหยาดเหงื่อที่ไหลลงมา ก็นะ อากาศประเทศไทยของเรามันไม่ได้เอื้อเฟื้อการจัดกิจกรรมนอกสถานที่มากเท่าไหร่ แต่ก็นั้นแหละ ร้อนเป็นบ้าแต่ทุกคนก็ยังยิ้มได้

และตามประเพณีหรืออะไรไม่รู้ ที่เมื่อเทศกาลการรับปริญญามาถึง ดอกไม้ลูกโป่งและพวงมาลัยต่าๆ นาๆ ก็ถูกมอบและห้อยคอของบัณฑิตเต็มไปหมด รวมถึงเราด้วย เราก็มีของเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำเอง และตั้งใจจะมอบให้เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนที่รู้จัก และยังตั้งใจไว้อย่างมากด้วย ว่าคนๆ นั้นจะต้องได้รับมัน

ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาในชีวิตของนักศึกษานั้น เรามักพบเจอผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามาทำความรู้จักกับเราในฐานะเพื่อน พี่ น้อง หรือแม้แต่คนรัก หรือแค่คนที่ทำให้เรามีความรู้สึกลึกซึ้งกับเขา แต่ไม่ได้พัฒนาสถานะให้มากเกินไปกว่าความว่าเพื่อนหรือพี่น้อง

อืม พี่น้องโซน

ใครคนนึงที่เราตั้งใจมากๆ ว่าจะต้องได้เจอและมอบของขวัญเป็นการแสดงความยินดีให้กับเธอ หลังจากที่เราเดินทัวร์รอบมอเพื่อพบปะถ่ายรูปเป็นความทรงจำครั้งนึงในชีวิตว่าคนรอบตัวเรานั้นได้จบการศึกษาไปเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินตรงไปที่คณะของเรา คณะที่ทำให้เรากับเธอคนนั้นได้มีโอกาสได้เจอและทำความรู้จักกัน และเธอคนนั้น คนที่ทำให้เราได้รู็จักคำว่า พี่น้องโซน

ภายใต้พื้นที่เล็กๆ ที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าวแม้กระทั้งเราพยายามยืนอยู่เฉนแล้วก็ตาม แต่อากาศร้อนยังคงพุ่งปะทะร่างกายของเราได้ตลอดเวลา พร้อมกับสายตาของเราที่มองไปรอบๆ เพื่อมองหาเธอคนนั้น แม้มันจะค่อนข้างยาก เพราะเธอนั้นอยู่ในชุดครุยสีดำ ที่ใครหลายๆ คนก็สวมใส่อยู่

แต่ไม่นานมากนัก สายตาของเราก็เลื่อนไปตกอยู่ที่เบื้องหลังของใครบางคน เธอคนนั้นดูไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไหร่นัก เธอดูลุกลี้ลุกรนพร้อมกับลุกขึ้นยืนมอตงไปข้างหน้าของเธอซึ่งเป็นทางเดียวกันกับที่เรากำลังมองตรงไป เราไม่รู้ว่าเธอนั้นเพิ่งจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ หรือกำลังจะลุกเดินออกไปไหน แต่คนรอบข้างเธอนั้นมันเยอะแยะเต็มไปหมด

เราตัดสินใจที่จะหันหลังและเดินออกไปจากตรงนั้น ตรงที่เรายืนมองเธออยู่ ก่อนจะเดินไปถ่ายรูปชักภาพกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่ยืนรอให้คนเข้าไปร่วมแสดงความยินดีและถ่ายรูปด้วย

แม่เจ้าว้อย เพื่อนกูมันจบเยอะอะไรกันขนาดนี้

หลังจากที่ได้ทำการชักภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เราก็เดินกลับไปที่เดิม ที่ที่ในตอนแรกเราได้เห็นเธอคนนั้นกำลังยืนอยู่ เราตั้งใจเดินตรงไปเพื่อนจะมอบของขวัญที่ตั้งใจทำให้กับเธอ แตเธอกลับไม่อยู่ตรงนั้น เรายืนคิดอยู่แปปนึงว่าจะเอายังไงต่อ ก่อนจะหับหลังเดินกลับไปทางเดิม

"มาๆ ถ่ายรูปกัน"

เสียงเล็กแหลมที่เราคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านข้าง ก่อนเราจะหันไปและพบว่าเธอคนนั้นกำลังวุ่นวายกับการจัดท่าทางและโพสท่าถ่ายรูปกับเพื่อนของเธอ เราเดินผ่านไปพร้อมกับเสมองไปทางเธอก่อนจะหยุดยืนต่อหน้าเพื่อนของเราที่ห่างจากจุดของเธอไม่ไกล ขนาดที่ว่าถ้าเธอนั้นจำเราได้ เธอจะเห็นเราในสายตาทันที

"เข้าไปดิ เอาของไปให้เร็ว ไปถ่ายรูปด้วย ไป"

เพื่อของเราที่มาด้วยกับคะยั้นคะย้อให้เรานั้นเดินเข้าไปหาเธอเพื่อถ่ายรูปและมอบของอย่างที่บอก แต่อยู่ๆเราก็รู้สึกว่า ถ้านี่คือครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน และความตั้งใจที่เราจะมูฟออนจากเธอคนนี้ หลังจากที่เราเฝ้ารอและคิดถึงเธอมานานเกือบ5ปี เราควรจะเก็บภาพความทรงจำนี้ไว้หรือไม่ หรือเราควรที่จะมอบของขวัญให้และกล่าวคำแสดงความยินดีแค่นั้นเป็นพอ

"ไม่เอา ไม่ถ่ายดีกว่า"

เราเอ่ยตอบเพื่อนไปอย่างรู้สึกเศร้า เพราะสำหรับเราแล้ว ตลอก5ปีที่ผ่านมามันไม่เคยมีอะไรดีขึ้นเลย ในขณะที่เรารอเธอคนนี้มาตลอด รอให้เธอกลับมาหา แต่ก็นั้นแหละ ถ้าคนันรักมันชอบกันจริง การเจอกันครั้งแรกคงจะไม่มีการเลิกลาหรอก

เวลาผ่านไปเกือบ20นาที หลังจากที่เราตัดสินใจจะเดินไปหาเพื่อนคนอื่นๆ ก่อน และค่อยเดินกลับมาหาเธอคนนี้อีกครั้ง

แผ่นหลังเล็กของผู้หญิงคนนึงกำลังดุ้กดิ้กไปมาเพราะการสนทนาที่เธอกำลังพูดกับใครบางคนตรงหน้าของเธอ เราเอื้อมมือไปสกิดไหลของเธอสองครั้งก่อนที่เธอนั้นจะหันมาพร้อมกับเพื่อนของเธออีกคนที่เป็นเหมือนพยานรักในครั้งนั้นของเรา

"อ้าว"

เธอหันมาทักทายเราอย่างตั้งใจ และเป็นเราเองด้วยที่ตั้งใจยื่นซองสีน้ำตาลเล็กๆ ให้เธอ ก่อนเธอจะรีบมองไปรอบๆ เพื่อหาใครบางคนที่กำลังถือกล้องอยู่

"แปปนึงนะ เดี๋ยวถ่ายรูปกัน ขอหากล้องก่อน"
"ไม่ถ่ายได้มั้ย"

เราตัดสินใจเอ่ยออกไปอย่างทันควัน แต่เหมือนจะเธอนั้นจะไม่ได้สนใจอะไรมากแถมยังคงมองหาตากล้องต่อไป และอีกครั้งที่เราเอ่ยประโยคเดิมออกมาอีกครั้ง และครั้งนี้เธอหันมาสนใจเราแล้ว พร้อมกับใบหน้าที่เหมือนจะผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรมากหรอก

มั้ง

"ทำไมอะ"
"ไม่อยากถ่ายอะ"

ในใจเราตอนนั้นคิดแค่ว่า เราอยากจะมูฟออนและลืมเธอคนนี้ไปสักที ไม่อยากแล้วที่จะมีความทรงจำอะไรร่วมกันอีก แตเหมือนว่าเธอจะต้องการที่จะเก็บเราไว้ในความทรงจำ เนื่องในโอกาสการสำเร็จการศึกษาของเธอ

"ก็ได้ งั้นเค้าถ่ายเอง ถ่ายเธอคนเดียวเนอะ"

เธอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนจะกดเข้าแอพรูปกล้องสีรุ้ง พร้อมเลือกฟังชั่นการถ่ายและฟิลเตอร์ที่เธอต้องกร 

"นึง ซ่อง ซัั่ม"

สัญญาณจับเวลในการถ่ายภาพดังขึ้นจากคนหลังกล้อง พร้อมกับเราที่ถือซองสีน้ำตาลเล็กๆ นั้นขึ้นปิดหน้ารอเอาไว้อยู่แล้วก็ขยับออกจากเฟรมไปอย่างรวดเร็วหลังจากสิ้นเสียงการนับของเธอ ภาพที่ออกมานั้นเป็นวีดีโอสั้นๆ เพียงแค่6วินาที จากฟังชั่นยอดนิยมที่คนทั่วโลกนั้นชอบใช้

"ไหนขอดูหน่อย"

เราเดินเข้าไปใกล้เธอก่อนจะเอ่ยขอดูวีดีโอที่เธอถ่ายออกมา
น่ารักดีนะ เธอน่ะแม้ในวีดีโอนั้นมันจะไม่มีเธออยู่ด้วย แต่เราก็รู้สึกว่ามันน่ารักมากยังไงก็ไม่รู้ ไม่ได้หมายถึงตัวเองเลยนะจริงๆ ดราหมายถึงเธอที่ยืนอยู่ข้างเราใจตอนนี้

เราแอบดีใจเป็นบ้าเลย แม้เราจะยืนใกล้เธอมากๆ หรือจะห่างกันแค่หนึ่งคนคั้นแต่ใจเรามันไม่ได้สั้นเหมือนเมื่อก่อนที่เราเคยเป็น ยิ่งมาก ใจมันโคตรนิ่ง นิ่งจะเราแทบจะจำเรื่องราวในตอนก่อนและหลังที่จะเดินออกมาจากเธอคนนี้ไม่ได้ หรือนี้มันจะเป็นอาการของคนที่เริ่มจะเดินหน้าต่อไปได้แล้วกันนะ

แต่มันจะเป็นเพราะอะไรก็ตามแต่ เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอเธอคนนี้ และได้ใกล้ชิดกัน แอบเสียดายนิดๆ นะ ที่ตัดสินใจไม่ถ่ายรูปคู่ด้วยอย่างคนอื่นๆ แต่มันก็จะดีกว่ามั้ย ถ้าดราจะไม่เก็บความทรงจำอะไรร่วมกันอีกครั้ง แค่เพียงเธอมีเราเอาไว้เป็นวีดีโอสั้นแค่นั้นก็คงพอ

แค่เพียงที่เธอมีเรา อย่างที่เราเคยมีเธอมาตลอด... 
SHARE
Writer
pe_sailor
Writer
Write​r in Joylada.

Comments