การเริ่มต้นวันที่น่ารักสำหรับเรา💗
เราชอบคนคนนึงค่ะ
 จุดเริ่มต้นของการชอบเขามันอาจจะแปลกสำหรับบางคนหรือบางคนอาจจะมองว่ามันไม่แปลกอะไร

 เราเป็นเด็กมัธยมปลายในโรงเรียนหญิงล้วนค่่ะ โรงเรียนเราก็จะมีผู้ชายน้อยมากๆ(เพราะเป็นแบบสหในระดับชั้นม.ปลาย) เรียกได้ว่าเป็นแรร์ไอเท็มของโรงเรียน555 แต่มันไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะ (อ่าวแล้วจะเล่าทำไม)

 ส่วนคนที่เราชอบอยู่โรงเรียนชายล้วน (ที่ม.ปลายก็เป็นร.ร.สหเหมือนกัน) แต่คนที่เราชอบเรียนอยู่ม.ต้นค่ะ อ่าา...จะบอกว่าเรากินเด็กก็ได้นะคะ555 แต่เรารู้สึกว่าเราหลงเสน่ห์ของเด็กคนนี้เอามากๆเลยล่ะค่ะ

 เรารู้จักเขาเพราะ เพจในเฟซบุุ๊กค่่ะเป็น "เพจฝากบอกของโรงเรียนเขา กับ โรงเรียนเรา" มันเป็นเพจเดียวกันค่ะ ตอนนั้นเพจฝากบอกโรงเรียนสร้างมาได้สักระยะนึงแล้วค่ะ ซึ่งปกติแอดมินเพจมีแค่สองคนเท่านั้น

 เราเป็นคนที่ชอบกวน(ตีน)คนเล่นค่ะ เราเลยสร้างแอคเคาท์์เฟซบุ๊กขึ้นมา 1 แอคเคาท์ เพื่อจะมาเล่นกับเพจนี้โดยเฉพาะ โดยที่ไม่เปิดเผยตัวตนว่าตัวเองเป็นใคร

 เราก็ทักไปคุยเล่นกับแอดมินเพจทุกวันเลยค่ะ (เหมือนเหงาอ่ะ555) 

 จนกระทั่งมีวันนึงที่แอดมินเพจคนที่ 1 ติดธุระ ทำให้ต้องมีแอดมินสำรองขึ้นมาอีก 1 คน ซึ่งก็คือ แอดมินRค่ะ (แอดมินคนที่3) เพื่อมาทำหน้าที่แทนแอดมินคนที่ 1 
 
ทำให้วันนั้นเป็นวันที่เราได้คุยกับแอดมินR โดยที่เราทั้งคู่ก็ไม่รู้จักกันว่า "ใครเป็นใครกันแน่"

 ก็อย่างที่บอกค่ะ เราทักไปกวนแอดมินเพจทุกวัน เราเลยได้คุยกับแอดมินR แล้วเราก็เป็นคนชวนคุยค่ะ คุยกันไปคุยกันมาก็ดันคุยกันถูกคอเอามากๆ

 จนประมาณ 1 สัปดาห์ แอดมินคนที่ 1 จะกลับมาทำหน้าที่ของเขา ทำให้แอดมินRหมดหน้าที่ในการทำงาน ซึ่งการที่คนเราคุยกันทุกวันมันก็ต้องมีการผูกพันกันบ้างเป็นธรรมดา 


 มันทำให้เราใจหายมากๆ แล้วพิมพ์ข้อความส่งไปหาเขาประมาณว่า "เราจะไม่ได้คุยกันแล้วหรอ น่าเสียดายเนอะ" เขาก็ตอบกลับมาว่า "ไม่รู้เหมือนกัน"

 เราไม่ได้หวังให้เขาต้องมาคุยกับเราทุกวันเหมือนเดิม แต่เราก็คงคิดถึงคนที่คุยกับเราถูกคอมากๆ แล้วก็คุยกับเราทุกวัน (มา1สัปดาห์) 


 แต่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นแรงจูงใจของเขานะคะ เพราะคุยกันเรื่องนี้ไปสักพัก ก็เหมือนกับว่าเขาตั้งใจที่จะสร้างแอคเคาท์เฟซบุ๊กใหม่เพื่อมาคุยกับเราเลยค่ะ

 แล้วพอเขาแอดมามันก็เริ่มทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมานิดๆ เหมือนกับว่าเขาก็ยังอยากคุยกับเราอยู่บ้าง

 ทีแรกเราไม่รู้หรอกค่ะว่าเขาเป็นรุ่นน้อง เพราะเรียกพี่มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ใครจะไปคิดหละคะ ว่าคนสร้างเพจจะอายุน้อยกว่าเรา555

 พอเขาสร้างเฟซใหม่ขึ้นมา เราก็คุยกับเพจน้อยลงค่ะ(ติดที่จะคุยกับRมากกว่า) เราก็คุยกันจนวันนึง อยู่ๆRก็เลือกที่จะบอกว่า ความจริงแล้วเขาเป็นรุ่นน้องของเราค่่ะ


 แล้วเขาก็ขอโทษเราที่ไม่ได้บอกความจริงตั้งแต่แรกว่าเขาเป็นใคร แล้วก็อธิบายเรื่องทั้งหมด ว่าเขาก็เห็นเราเป็นเพื่อนผู้หญิงคนนึง แล้วตัวเขาเองก็เป็นผู้ชายค่ะ

 เราไม่ได้รู้สึกโกรธเขาเลย มันอาจจะเป็นเพราะว่าเขาบอกเราตรงๆ แล้วก็ขอโทษ แต่ถึงยังไง เราก็ไม่คิดที่จะโกรธเขาอยู่ดีค่ะ เพราะเราเองก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนให้เขารู้(เคยส่งภาพตัวเองไปให้เขา)

 จนเราได้เข้าไปเป็นแอดมินเพจในช่วงระยะนึง เราก็คุยกับเขาอยู่เรื่อยๆนะคะ แต่เราได้รู้เพิ่มอีกหนึ่งอย่างคือรู้ว่าแอดมินRที่เราคุยด้วยทุกวันเป็นใคร

 มันก็ดีใช่มั้ยล่ะคะที่รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วมันก็ดันตรงกับคนที่เราคิดด้วยสิ

 เพราะก่อนที่เราจะเข้าไปเป็นแอดมินเราก็เป็นลูกเพจมาก่อนใช่มั้ยคะ เราสังเกตเห็นเด็กผู้ชายม.ต้นคนนึงชอบมาเม้นปั่นกวนประสาทในโพสต์ของเพจค่ะ 

 แล้วพอเราเข้าไปดูในรูปโปรไฟล์เขา เราก็รู้สึกชอบแบบ ถูกโฉลกไปโดยปริยายเลยค่ะ ทั้งๆที่เราก็ไม่เคยเจอกันมาก่อน

 ส่วนนึงมันอาจจะเป็นเพราะว่า เราชอบคนกวนๆมั้งคะ มันเลยทำให้เราอมยิ้มเวลาที่เขามาปั่นเพจบ่อยๆ ถึงมันจะมีอาการหมั่นไส้ มันก็หมั่นไส้แบบเอ็นดูนั่นแหละค่ะ

 และสิ่งที่่่่เรากำลังจะสื่อก็คือ...ใช่ค่ะ แอดมินR คือเด็กผู้ชายคนนั้น ตายแล้วสิคะ 55555 คนที่เรามองว่าชอบตั้งแต่แรก เป็นคนที่เราคุยอยู่ทุกวัันเองหรอเนี่ย

 มันใจสั่นแปลกๆเนอะ ที่อยู่ดีๆคนที่เราอยากจะรู้จัก ก็ดันมาเป็นคนที่เราคุยด้วย ตอนนั้นมันทำอะไรไม่ถูกเลยค่ะ มันดีใจ แล้วก็ตกใจเหมือนกัน

 เราก็เลือกที่จะไม่บอกเขาค่ะว่าเรารู้แล้ว เราก็เงียบต่อไป คุยกันไปเรื่อยๆ 

-14 ส.ค. 62-
 เรามักชอบบ่นกับเขาตลอดว่าอยากกินนู่นกินนี่ จนถึงวันเกิดเราค่ะ เราบอกเขาว่าวันนี้วันเกิดเรา เขาก็อวยพรวันเกิดมาสั้นๆ แต่เราก็ไม่ได้อะไรค่ะ แค่เขาอวยพรก็ดีใจแล้วว

 แล้วเขาก็ส่งข้อความมาข้อความนึงค่ะ แต่เขายกเลิกไปก่อน เราอ่านไม่ทัน ก็เลยถามกลับไปว่าเขาส่งอะไรมา

 เขาบอกว่า "ตอนแรกจะชวนไปเลี้ยงชานม แต่ไม่มีตัง เลยลบ"
 เราก็เลยส่งกลับไปประมาณว่า "อดเลย อยากกิน" 

 เขาก็บอกประมาณว่าเดี๋ยวช่วงสิ้นเดือนเงินออกเขาก็จะไปกินอีก แล้วมันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เราส่งไปว่า "จะเลี้ยงใช่ป่ะ" เขาเลยงงว่าหมายถึงอะไร เราก็เลยปัดๆไปว่า ช่างมัน

 แล้วเขาก็บอกว่าดูก่อน ถ้าเดือนนี้เงินเหลือ แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าจะเลี้ยงหรอก แต่เราก็บอกเขาไปว่าจะรอกินชานมฟรีนะ5555

-20 ส.ค. 62-
 วันนั้นเราบอกเขาไปว่า เรารู้แล้วนะว่าเขาคือใคร เขาเลยบอกกับเราว่า "งั้น วันนี้ไปกินชานมป่าว มีีตัังละ" พอเห็นคำนีี้แล้วมันก็เขินนิดๆนะคะ55555 แงง เราไม่เคยนัดเจอคนที่ไม่รู้จักในโซเชียลมาก่อน เขาเป็นคนแรกค่ะ ที่เราคิดอยากจะเจอ

 แล้วเขาก็ตอบกลับข้อความที่เราบอกว่า 'เรารู้แล้วว่าเขาคือใคร' มาว่า "ไม่รู้สิ ถูกคนป่าวก็ไม่รู้" เราก็ตอบเขาไปแบบหวั่นๆเหมือนกันค่ะว่านั่นสิ เพราะความจริงเราเองก็ยังไม่มั่นใจว่าเขา คือเด็กคนนั้นใช่มั้ย

 สักพักเขาก็ถามมาอีกครั้งว่า สรุปจะไปมั้ย เขาจะได้เตรียมตัวถูก สำหรับเรามันทำให้เราคิดว่า เขาก็คงมีความรู้สึกอยากรู้จักเราอยากเจอเราบ้างแหละเนาะ 555 เลยตอบตกลงไปค่ะว่า วันนั้นเราจะไป

 เขาก็ตอบตกลงค่ะ แต่มีธุระวันนั้นถ้าไปทัน ก็ไป แต่ถ้าไม่ทัน ก็คงเป็นวันหลัง

 แล้ววันนั้นก็สรุปว่า อดไปค่ะ:( เฟลมากๆเลยวันนั้น เพราะเราก็ดันมีงานต้องไปทำ แต่มันก็ไม่เสียเวลาเปล่าหรอกค่ะ เพราะเขาก็ทำธุระไม่เสร็จเหมือนกัน เลยนัดกันเป็นวันศุกร์แทน

 แต่มันก็ยังเป็นความไม่แน่ใจหรอกค่ะ ไม่รู้ว่าจะไปได้มั้ย เลยคุยแล้วก็บอกกับเขาว่า "ถ้าไปได้จะคอนเฟิร์มอีกที"

ไว้เรามาเล่าต่อนะคะ5555 มันยาวมากๆ ถือว่าลงไว้เป็นความทรงจำด้วย แล้วก็เล่าประสบการณ์ไปด้วยเลยแล้วกันเนอะะ ไว้เจอกันอีกตอนหน้าค่ะ :)




SHARE
Written in this book
the lover
มันเป็นเรื่องราว... ของการที่คนๆนึงจะชอบคนอีกคนนึง โดยที่ไม่รู้ว่าจุดจบหรือปลายทางมันจะเป็นยังไง แต่... ก็จะขอชอบเขาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะมีจุดอิ่มตัวของมันเอง หรืออาจจะไม่มีวัน...ที่จะเลิกชอบเขาเลยก็ได้:)

Comments

skaw
2 months ago
น่ารักจังเหมือนนิยายมากอยากอ่านต่อเลยอะ5555
Reply
14Aug03
2 months ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ;-; ไว้จะมาเล่าต่อจากตอนเดิมน้าา