มีเรื่องราวมากมายที่ไม่มีใครได้ฟัง.
Hello, 
ไม่ได้เขียนก็นานมากแล้วเนาะ
นี่ก็คืออยากเขียนนะ อยากเล่าเรื่องราวหลายๆเรื่องเลย
ก็คืออยากบ่นๆออกไป 
มันมีเรื่องดีแหละ

จะเอาทีละเรื่องแล้วกัน
ฮ่าๆ
ไม่รู้จะเรียงลำดับยังไงก่อน 
จะบอกว่าพี่ไม่ใช่เขียนเพื่ออะไรเลย 
นอกว่าเขียนไปเรื่อย แค่เปลี่ยนจากในสมุดมาเป็นในอินเทอร์เน็ต เพราะเขียนในสมุดเราไม่ค่อยได้หยิบมาอ่าน นานๆทีนู้น ตอนเก็บห้อง ฮ่าๆ
เอาล่ะ

เรื่องแรก
คือเราเขียน storylog ไปว่านั่นจะเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับเค้า มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เราได้หลุกพ้นได้มูฟออกมา เพราะว่ารู้แล้ว อยู่ไปก็มีแต่จะแย่ มันไม่ใช่ที่ของเราตั้งแต่แรก แล้วมันก็ it's not my bussiness. ที่จะต้องไปอยู่ตรงนั้น แอบคิดนะว่า เออนี่โง่หรือยังเด็กในเรื่องความรัก ทำไมเรื่องแค่นั้นจะคิดไม่ได้ แล้วทนอยู่ได้ไง มองย้อนไปก็รู้สึกว่าคิ้วทั้งสองของเรามันเลื่อนเค้ามาใกล้กันมากอ่ะ  นั่นแหละ ดีแล้วที่ออกมา แต่ก็มีคนที่หลงผิดแบบเราอยู่ ไม่ใช่หลงผิด แค่เธอเหล่านั้นไม่รู้ความจริงมั้ง

เรื่องที่สอง
เราได้เจอกับคนๆหนึ่งผ่านแอบนั่นแหละ ตอนแรกบอกเลยว่าไม่ได้จริงจัง แต่พอเต๊าะ เขาเรียกเต๊าะแหละเนาะ ฮ่าๆ ไปเรื่อยๆก็รู้สึกว่าเธอน่ารัก เธอต่างจากทุกคนที่เราเคยพบมา เธอดูไม่มีอะไรให้เราต้องระแวง ทั้งที่พึ่งคุยนะ ไม่ถึง24ชั่วโมงด้วยซ้ำ แล้วเราก็ได้คุยกันตั้งแต่นั้นมา จนถึงวันนี้ ไว้ต่อstoryอันอื่นละกัน ฮ่าๆ

เรื่องที่สาม
เรากลับบ้านช่วงปีใหม่ ซึ่งมันหยุดหลายวันแหละ ปกติไม่อยากกลับบ้านนะ เพราะมันจะหนักๆหัวนิดหน่อย เจออะไรก็จะแบบไม่โอเคอะ จนบ้านเกือบจะไม่ใช่ save zone ของเรา
แต่การได้กลับไปครั้งนี้ คือทุกอย่างมันโอเคเลยนะ ย่าก็ไม่ดื้อมาก ไม่ค่อยได้ปวดหัวเท่าไหร่่ พ่อก็ดี ไม่เมาเพราะไม่มีคนชวนกิน ฮ่าๆ แม่ก็น่ารักเลย ถ้าเรานู้นนี่นั่น กินนี่ๆไหม พี่สาวก็ดีไม่ได้ทำให้เราหนักใจเวลาแกพูดอะไร ก็มีที่เราอธิบายใส่แกโดยใช้อารมณ์แหละ ก็นั่นแหละ พอกินหมูกระทะก็ลืมไปหมดละ 
แล้วที่เราภูมิใจนะ ก็คือ เราได้สวดมนต์ข้ามปี จากที่รอคอยมา ยอมรับว่าง่วง ยอมรับว่าไม่เคร่ง แต่ก็สบายใจ เหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีอะ แถมก็ได้ไปวัดตอนเช้าสามวันติดกัน เพราะตอนอยู่มอก็คือแทบจะไม่ได้ทำบุญอะไรเลย 
แล้วเราขอให้พ่อถ่ายรูปให้ แกไม่บ่นเลยนะ ฮ่าๆ แดดร้อนๆแกก็แบบไม่บ่นอะ น่ารักดี วันจะกลับก็คือมันดีไม่หมด นั่งรอรถที่บขส.กับพ่อ นั่งกับพื้นกระเบื้องอะ เพราะที่นั่งมันเต็ม พ่อไม่บ่น ไม่อะไรเลย ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่า เออว่ะ แกไม่ได้ลำบากอะไรที่มานั่งตรงนี้กับเรา แล้วก็ให้ตังเรา เราบ่นๆเนาะ 
;มันทำไมดำจังวะเนี้ย
:อะ เอารองเท้าไหม //หยิบรองเท้าที่แกรองนั่งอยู่ออกมา
;ไม่เอา นั่งได้อยู่ //เป่าฝุ่นออก
คือน่ารักอะ 
ใช้คำว่าน่ารักเปลืองมาก

เราคุยกันเรื่องแมวที่บขส.
เรื่องเพื่อนสาขา
เรื่องห้องน้ำที่ใช้ไม่ได้
เรื่องไอติมโบราณ
เรื่องต่างๆนาๆ
เหมือนพ่อแกใส่ใจเรื่องที่เราพูดอะ แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ คนพูดแบบเราก็เลยรู้สึกดีว่าเออ แกให้ความสำคัญว่ะ

เรื่องที่สี่
เราเริ่มทำงานในมอตอนเปิดเทอมอะ ก็ประมาณ18 ธันวาคมมั้ง แบบเริ่มจริงๆ จำไม่ได้ 
เพราะครอบครัวตอนนี้ก็คือทุกคนไม่ได้มีรายได้ขนาดนั้น ต่างคนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบ เราก็เลยสมัครทำงานตามเพื่อนที่เคยทำมาก่อน แถมก็มีเวลาว่างเยอะเพราะเรียนวันละวิชา แรกๆก็หวั่นๆนะว่าแบบ จะเข้ากับพี่ๆที่ทำงานได้ไหม น้องๆที่ทำงานด้วยกันได้ไหม ตอนแรกก็คือไม่พูดแหละ ถเามีใครพูดก็พูด แค่เอาจริงๆ ตอนนี้ก็ยังไม่พูด 55555 มันเป็นงานเอกสาร หลายครั้งเนาะที่เราลืมนั่นแล้วเราถามก็แบบ หวิวๆใจนะ เวลาพี่เค้าพูดว่า นี่ไง แบบนี้ไง เราเป็นแบบรู้สึกผิดอะว่า แค่นี้ก็จำไม่ได้ แต่ก็ผ่านมาแล้วของเดือนธันวาคม 
ส่วนของปีนี้ ก็ทำได้ 3 วันเนาะ อาจจะเหงาๆหน่อยตอนน้องๆเขายังไม่มาทำ เพราะเราเด็กสุดในนั้น เวลาจะเล่นทรศ.ก็คิดในใจว่า ดีไหมวะ เพราะะตอนนั้นไม่มีงานให้ทำ คิดเยอะมากนะในหัว ฉะนั้นเราถึงชอบเวลาแบบมีงานเยอะๆ มันจะได้ไม่ว่าง จะได้ไม่เบื่อ จะได้ไม่ทำหน้าจืดๆ 5555 พี่ๆแม่ที่นั่นก็น่ารัก ดีอยู่ที่ได้ทำก็คือเป็นปสก.ของเรา คือการได้เจอคนประเภทอื่นๆนอกจากนักศึกษาด้วยกัน

เรื่องสุดท้าย
เราได้สมัครทุน ซึ่งก็สมัครตอนเทอมที่แล้วนะ แต่ไม่ผ่าน มีเหลือสิทธิ์อีกก็คือเทอมนี้ เพราะถ้าปีสี่เค้าจะไม่ให้สมัครแล้ว เราก็เลยสมัคร เค้าก็ให้อบรมหลายวันอยู่แหละ อบรมวันพุธบ่ายกับเสาร์เช้าทุกอาทิตย์ เว้นช่วงสอบ เพื่อนก็สมัครด้วยกันนะ แต่มาอบรมกับเราแค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่มา นี่ก็โดดเดี่ยว ไม่สิ ก็เพื่อนสาขาเยอะนะ แต่เข้าหาคนไม่เป็น ก็เลยไม่ได้ไปคุยกับใคร นั่งจะนั่งหลังสุด อ.ที่ติวให้ก็คือเคยเรียนด้วยแหละ แกก็หันมาข้างหลัง เราก็ไม่อยากสบตาบ่อยๆเพราะสู้หน้าคนไม่เก่ง 55555 แล้วทุกคาบก็จะมีให้สอบแบบสนทนาจับคู่ ก่อนเลิกเรียน
อาทิตย์แรกเราคู่กับเพื่อนเรา โอเคดีไป 
อาทิตย์สอง เรามองรอบห้องแบบให้สายตาพิจารณาว่า คนนี้มีคู่แล้วๆๆๆมาเรื่อยๆ จนเจอน้องคนหนึ่งที่เป็นคี่เหมือนเราก็เลยถามไปว่า "มีคู่ยังคะ"  และนั่นก็ผ่านไปหนึ่งคาบ
อาทิตย์ที่สาม เราก็เลยถามน้องอาทิตย์ที่แล้ว น้องบอกว่่า เดี๋ยวถามเพื่อนก่อนนะ (คิดในใจ กูนกแน่ๆ 5555) ซึ่งมันก็จริง แล้วมีน้องคนหนึ่งมานั่งห่างหนึ่งโต๊ะ น้องก็ถามนู้นนี่นั่นเกี่ยวกับที่ติว พอถึงตอนสอบเราก็เลยถามไปว่า มีคู่ยัง น้องบอกยังไม่มี ก็เลยเออ งั้นคู่กัน แล้วก็คู่กันมาจนถึงอาทิตย์นี้ 

มันยากนะ กับการที่จะทำความรู้จักกับคนใหม่ๆในชีวิตอะ ถ้าไม่จำเป็นนี่ก็จะพยายามเงียบแล้วใช้ชีวิตคนเดียวให้ได้

ต่อเรื่องนั้นก่อน
ที่เราเลือกสมัครทุนเพราะ พี่ๆหลายคน ทั้งลูกพี่ลูกน้องก็บอกว่า ชีวิตมหาลัยอะ ใช้มันให้คุ้ม จะได้ไม่เสียดายทีหลัง เราก็เลยเลือกที่จะสมัครเนี้ยแหละ แล้วก็พยายามเข้าอบรมตลอด ถึงแม้จะต้องไปคนเดียว ถึงแม้จะได้ไปหรือไม่ได้ไป อย่างน้อยก็ได้ทบทวนความรู้แหละ อย่างน้อยการที่ได้รับผิดชอบแล้วทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ก็ภูมิใจแล้ว


จงเป็นตัวเองในแบบที่ตัวเองก็ยังตกหลุมรัก
ปีนี้พยายามนะ
พยายามพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม
นิดหนึ่งก็ยังดี


Good bye,
09.01.2020
5.04PM


SHARE
Writer
moonflowers
พระจันทร์รับฟังเธอเสมอนะ :)
ตัวอักษรช่วยเตือนความทรงจำ ว่าครั้งหนึ่งได้เกิดขึ้น (เป็นคนหวงของ หวงทุกอย่างที่รักมาก: ท้องฟ้า พระจันทร์ เพลง อิโมจิ รู้ว่าคนอื่นก็ชอบแต่ก็แค่หวง แต่ถ้าได้รู้จักสิ่งเหล่านั้นเพราะเรา แล้วคนอื่นชอบเพราะเธอเอาไปแชร์นี่แอบนอย ฮ่าๆ) :)

Comments