เปลี่ยนตัวเองยังไง...ให้ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ก่อนอื่นเลย คงต้องกล่าวคำว่า "สวัสดีค่ะ" เพื่อเป็นการทักทายคนที่หลงทางเข้ามาอ่านบล็อคนี้
เพราะนี่เป็นครั้งแรก ที่เริ่มเขียนบล็อคเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาตนเอง ซึ่งดูเหมือนหลายคนก็อาจจะตั้งเป้าหมาย ที่จะพัฒนาตนเองในช่วงปีใหม่ไว้บ้างบางส่วนแล้ว ในช่วงแรก เรามักจะตั้งใจและพุ่งชนเป้าหมาย คล้ายๆกับไฟในตัวมันลุกโชติช่วงเอาซะมากๆ แต่พอเริ่มผ่านไป 2 เดือน 3 เดือน ก็เหมือนไฟในตัวค่อยๆหายไปทีละนิด บางคนฮึดสู้หน่อยก็หาเชื้อเพลิงมาเติม หรือบางคนก็ปล่อยให้ไฟค่อยๆดับลงไป กลายเป็นทำตามเป้าหมายที่ตัวเองวางไว้ไม่สำเร็จ กลับคืนลูปเดิมอีกแล้ว วันนี้เราจะมาเปลี่ยนตัวเองไปพร้อมกัน หลังจากที่ได้อ่านบล็อคนี้จบ

อย่าคิดว่ายาก ถ้ายังไม่เริ่ม
         อย่าพูดว่าทำไม่ได้ ทั้งๆที่ยังไม่ลองทำ         อย่ากลัวที่จะผิดพลาด เพราะคนที่ไม่เคยทำผิด คือคนที่ไม่ลงมือทำอะไรเลย 
เชื่อว่าหลายคนที่ใช้ชีวิตในสังคมไทยนั้น จะมีรากฐานทางความคิดค่อนข้างเหมือนๆกัน 
คือไม่กล้าที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ ไม่กล้าที่จะเสี่ยง เพราะกลัวว่าจะทำไม่ได้ กลัวความผิดพลาด 
กลัวจะถูกซ้ำเติมหรือโดนดูถูก ทำให้ไม่กล้าก้าวออกมาจาก comfort zone ของตัวเองซักที 
ซึ่งนั่นก็เป็นผลพวงที่มาจากการเลี้ยงดู หรือ การถูกปลูกฝังค่านิยมของคนในสังคม 

หากย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เรานั้นยังเป็นเด็กๆ หรือแม้กระทั่งตอนนี้ ทำไมเรามักไม่กล้าที่จะ
ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ไม่กล้าลุย ทำไมคุณถึงกลายเป็นคนไม่กล้าแบบนั้นล่ะ ลองถามตัวเอง


คุณเป็นหนึ่งคน ที่พ่อแม่เลือกโรงเรียนมัธยมให้รึเปล่า ?
คุณเป็นหนึ่งคน ที่ต้องทำตามในสิ่งที่ครอบครัวคุณเสนอโดยไม่ทัดท้านรึเปล่า ?
คุณเป็นหนึ่งคน ที่ต้องเรียนในสาขาวิชาที่พ่อแม่คุณอยากให้เรียนรึเปล่า ?
และคุณเป็นหนึ่งคน ที่เวลาจะตัดสินใจเลือกอะไรซักอย่างในชีวิตจะต้องลังเล 
และถามความเห็นจากคนรอบข้างของคุณหรือไม่ ??



หากคุณเป็นหนึ่งคนในนั้น มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะกลัวการเปลี่ยนแปลง 
ตัวผู้เขียนเองไม่ได้ชี้นำให้ผู้อ่านโทษสังคมรอบข้าง หรือ ครอบครัว 
เพราะทุกอย่างล้วนเกิดมาจากความรักและความหวังดี เพียงแค่ชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ต้องการเปลี่ยนตัวเอง จุดโฟกัสแรกที่คุณต้องสนใจก็ไม่ใช่ใครอื่น ไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่่พ่อแม่ แต่คือ ตัวของคุณเอง คุณจะปล่อยให้ตัวเองเดินไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย หรือจะเดินไปอย่างมั่นคง นั่นขึ้นอยู่ที่ความคิดและทัศนคติของคุณนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปแล้ว อย่ากลัว...ที่จะกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลง ลงมือทำมันให้สุด ลุยให้เต็มที่ เชื่อมั้ยว่าคุณเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองตั้งแต่ ที่คุณได้คลิกเข้ามาอ่านบล็อคนี้แล้ว

คนที่ไม่เคยทำผิด คือคนที่ไม่ลงมือทำอะไรเลย
แน่นอนว่า เมื่อคุณเลือกจะเปลี่ยนตัวเอง มันจะต้องมีบททดสอบมากมายที่เข้ามาทำให้คุณปวด-หัว แต่นั่นแหละ มันคือชีวิตจริง หากคุณเลือกที่จะเปลี่ยนงาน ที่คุณจะต้องเจอกับงานที่ไม่เหมือนเดิม เหมือนที่คุณเคยทำ แต่คุณจะเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ การมีความรู้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมันก็หนีไม่พ้น ที่คุณจะต้องเจอกับปัญหา เจอข้อผิดพลาด แต่ความผิดพลา่ดถือเป็นสัญญานที่ดีในการที่คุณเริ่มจะเปลี่ยนแปลงตนเอง เพราะถ้าหากคุณเริ่มมีปัญหา มีข้อผิดพลาด นั่นแสดงถึงว่าคุณได้ลงมือทำมันแล้ว ที่นี้มันเป็นหน้าที่ของคุณว่า จะรับมือและแก้ไขปัญหานั้นให้ผ่านไปได้ยังไง ถ้าคุณได้อ่านมาถึงตรงนี้นั่นแสดงว่าคุณพร้อมแล้วที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แต่ถามว่ามากพอรึยัง ยังค่ะ แค่นั้นมันยังไม่พอที่จะทำให้คุณก้าวไปได้ตลอดรอดฝั่ง 

มีความอดทนแล้วหรือยัง?
ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่า ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ในรุ่นพ่อรุ่นแม่เราทำงานกันตั้งแต่อายุ 22 จนวัยเกษียณในองค์กรเดิม หรือหน่วยงานเดิม แต่ในปัจจุบัน เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า "อะไรที่ไม่ใช่ ก็ไม่จำเป็นต้องทน" ซึ่งถ้าให้พูดกันตามที่เห็นก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องความอึด ความถึก และความทนในการทำอะไรให้สำเร็จ โดยรวมแล้วนี่อาจจะเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เราไม่สามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปีได้ 

เคยมีคนถามกับตัวผู้เขียนว่า...
"คุณจะเลือกเป็นคนหนึ่งคนที่อดทนกับการร่วมงานกับคน 100 คน หรือคน 100 คน จะต้องอดทนพื่อร่วมงานกับคุณแค่คนเดียวล่ะ?" 

ถ้าเป็นคุณจะเลือกแบบไหน ลองตอบตัวเองดู ถ้าคุณเปลี่ยนความคิดแล้ว กล้าที่จะเปลี่ยนแล้ว 
คุณก็ต้องกล้าที่จะอดทนผ่านปัญหาต่างๆไปให้ได้ด้วย คุณจะต้องอดทนกับคำพูดที่ไม่น่าฟัง กับคำถามที่ไม่อยากจะตอบ กับงานที่แก้แล้วแก้อีก แต่เชื่อเถอะถ้าคุณเลือกที่จะอดทนในเรื่องที่ควรอดทน เป้าหมายที่วางไว้มันไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน 


สุดท้ายนี้
"ก็แค่อดทนทำอะไรให้มันเสร็จ แล้วปล่อยให้ความสำเร็จเป็นเรื่องที่คนอื่นพูด"

ขอหยิบยกเอาคำพูดจาก รายการ SUPER PRODUCTIVE มาเป็นกำลังใจให้กับผู้อ่านทุกท่าน และหวังว่าบล็อคนี้จะมีแง่คิดดีๆ ที่ช่วยให้ทุกคนพัฒนาตนเองได้นะคะ 


SHARE
Writer
Minibunn
Writer
Tears come from the heart ♡

Comments