To. My friends. / ขอบคุณที่สร้างเรื่องราวให้ชีวิตของฉัน ฉบับที่1
ถึงเพื่อนร่วมชั้นทั้ง38คนของฉัน

เมื่อตอนป.6 ฉันตัดสินใจจะมาสอบเข้าโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง ฉันตัดสินใจจะสอบเข้าในโปรแกรม Intensive English Program  
ฉันมาสอบกับเพื่อนจากโรงเรียนเก่าคนนึง เราสองคนก็ไม่ค่อยชอบหน้ากันเท่าไรหรอก5555

แล้วฉันกับเพื่อนคนนั้นก็สอบติด


ในช่วงกลางพ.ค.ของปี2017 นักเรียนม.1ทุกห้องต้องมาเรียนปรับพื้นฐานกันที่โรงเรียน เป็นช่วงเวลา10วัน ซึ่งมันก็คงเป็นโอกาสที่ดี ที่ฉันจะได้รู้จักเพื่อนทั้งห้อง  ปรับตัวกับบทเรียนใหม่ที่อาจจะไม่เคยเจอ

และด้วยเหตุที่ฉันยังไม่มีเพื่อนในตอนนี้ ที่ทำได้คือ อยู่กับเพื่อนเก่า แน่นอนว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบหน้ากันสักเท่าไร "พันซ์" 
เราสองคนนั่งข้างกันในวันปรับพื้นฐาน ก็ดูไม่มีปัญหาอะไรนะ เหมือนจะรักกันด้วย


พันซ์ เป็นคน เฟรนลี่มากกว่าฉันหลายเท่าตัว เพราะอย่างงี้แหละ เพื่อนในห้องเลยเข้ามาคุยกับพันซ์มากกว่าฉัน

ในช่วงปรับพื้นฐานฉันอยากจะรู้จักใครก็ดันไม่กล้าถาม มักจะรู้เพราะพันซ์เป็นคนมาบอกเนี่ยแหละ ในขณะที่ฉันแทบไม่รู้จักใคร พัััันซ์น่าจะมีเฟซบุ๊คของเพื่อนหลายๆคนไปแล้ว

ตอนปรับพื้นฐานเพื่อนที่นั่งข้างหลังฉัน คือ ข้าวปั้น และ บิลกีส ทั้งสองคนมาจากโรงเรียนเดียวกัน 
ฉันไม่ค่อยกล้าหันไปคุยเท่าไร มีแต่พันซ์ที่หันไปคุยบ้าง5555 
แต่พันซ์จะบ่นว่าข้าวปั้นชอบหันไปคุยกับเพื่อนข้างหลังมากกว่า หันไปหาข้าวปั้นทีไร ข้าวปั้นก็คุยกับคนอื่นอยู่ตลอด

มีวันนึงฉันเดินผ่าน ข้าวปั้น ซึ่งในสายเลือดฉันก็มีความเฟรนลี่นิดๆ เลยโบกมือทักทายพร้อมกับฉีกยิ้มให้ แต่ข้าวปั้นมองหน้าฉันแล้วเดินไปเลย
จนทำให้ฉันคิดว่า"หรือเมื่อกี้ไม่ใช่ข้าวปั้นวะ"  


เอาเถอะ  เขาอาจจะยังไม่รู้จักฉันก็ได้555

ในช่วงปรับพื้นฐาน ห้องฉันเหมือนเป็นห้องพิเศษใส่ไข่ มีเรียนปิงปองเพิ่มด้วย (เป็นคำสั่งจากครูท่านหนึ่ง) เนื่องจากรุ่นพี่ปีก่อนๆตกวิชาพละเกือบทั้งห้อง!

หลังเลิกเรียนวิชาการปุ๊บ ทุกคนต้องวิ่งลงมาเพื่อเรียนปิงปองต่อ ตอนที่กำลังฟังครูบรรยาย
ฉันกัับพันซ์นั่งข้างเพื่อนคนนึง ที่ยังไม่รู้จักชื่อ

"แกคนนั้นชื่อไรวะ" ฉันถามพันซ์
"เดี๋ยวถามให้"พันซ์
พันซ์หันไปถามเพื่อนปริศนาคนนั้นแล้วหันกลับมาบอกฉันว่า 
"ชื่อ ซิดนีย์"
"อ๋อ ซิดนีย์ ออสเตรเลียใช่ป่ะ" ฉันพูด
"ใช่แหละ5555" พันซ์ตอบ

โอเค เพื่อนคนนั้นชื่อซิดนีย์ แต่ทุกคนรู้มั้ยคะ ผ่านไปไม่กี่วัน ฉันกับพันซ์ได้ยินเพื่อนคนอื่นเรียกซิดนีย์ ว่า ซีรี่ย์ 

เห้ย ไม่ได้ชื่อซิดนีย์หรอวะ


ฉันหันไปพูดกับพันซ์


"ไม่ใช่ซิดนีย์แต่เป็นซีรี่ย์"  ฉันพูด
"อ้าวหรอวะ" พันซ์ตอบ
"555555555555555" หัวเราะพร้อมกััน

ฉันมองหน้าพันซ์แล้วพากันหัวเราะแบบน้ำตาจะไหล หัวเราะจนท้องแข็ง กรามค้าง



ในช่วงพักกลางวันวันนึง พอกริ่งดังขึ้น คุณครูปล่อยให้นักเรียนไปทานข้าว นักเรียน38คนวิ่งเบียดๆกัน พยายามจะออกจากห้องเพื่อไปพักให้เร็วที่สุด
ก่อนไปโรงอาหารก็ต้องหยิบรองเท้าก่อนใช่มั้ยละ

ฉันที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบรองเท้าตัวเองในตู้รองเท้าที่เป็นเหล็กบานเลื่อน
"โอ้ยยยยย" ฉันกับเพื่อนคนนึง ชื่อ ควีน ร้องขึ้นพร้อมกัน เพราะเพื่อนผู้ชายดันบานเลื่อนเหล็ก จนหนีบมือพวกเราสองคน
ควีนเหมือนจะโมโห  จากที่ก้มหน้ากำลังจะหยิบรองเท้า ก็เงยมาแล้วทุบตู้ร้องเท้าเหล็กสองสามที ทำฉันสะดุ้งไปเลย
"ถ้าหนีบอีกจะถีบทีละคนเลย" ควีนพูด
พอฉันได้ยินก็ยืนนิ่งไปเลย ทำไมถึงน่ากลัวขนาดนี้ โหดมากเธอ ทุกคนเคยเห็นคนยืนตาค้างมั้ยคะ ฉันเองก็เป็นแบบนั้น

และตอนนั้นแหละค่ะ ที่ทำให้ฉันเริ่มกลัวควีน

ช่วงสองสามวันก่อนที่เราจะสิ้นสุดการเรียนปรับพื้นฐาน ฉันกับพันซ์เกิิิิิิิิดการงอนกันขึึ้นมา ตอนเช้า พันซ์ไม่คุยกับฉันเลย ไม่รู้ทำไมนะ
ฉันพยายามจะคุยแต่เหมือนพันซ์จะไม่อยากคุยด้วย จริงๆมันก็อึดอัดนะ ฉันเหมือนไม่สามารถคุยกับคนข้างๆได้เลย
"เป็นไรป่ะเนี่ย" ฉันถาม
"ป่าว" 
พัั้ัั้นซ์์์์ตอบ
"โกรธอะไรป่าว"  
ฉััััันถามอีีก
"ป่าว"  
พันซ์ก็ตอบแบบเดิม

ป่าวอะไรล่ะ ดูจากดาวพลูโตก็รู้ว่าโกรธอยู่


ช่วงพักกลางวันของวันนั้น พันซ์ออกจากห้องเรียนก่อนฉัน พอฉันออกมาจากห้อง 
ซึ่งออกมาหลังพันซ์ไม่กี่นาที ก็ไม่เห็นพันซ์แล้ว
ใช่ค่ะ พันซ์ไปกินข้าวโดยที่ไม่รอฉันเลย

แล้วฉันต้องไปกินข้าวตรงไหน? ฉันหาโต๊ะเพื่อนไม่เจอด้วยเพราะความสายตาสั้นด้วยแหละ 
ถ้าสงสัยว่าทำไมไม่ใช้โทรศัพท์ล่ะ

เงินหมด โทรออกไม่ได้

วันนั้นฉันเลยตัดสินใจไม่กินข้าวซะเลย 

จริงๆควรแก้ปัญหาโดยการกินข้าวคนเดียวนะคะ

"พันซ์เป็นอะไร" คำถามที่วนอยู่ในหัวฉันทั้งวัน
"ง้อยังไงดี" ฉันพยายามคิดหาวิธี แม้เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่ดูก็รู้ว่าเป็นอยู่

ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งคิดวิธีอยู่ในห้องในช่วงพักกลางวัน เพื่อนไปที่ทานอาหารเสร็จก็ทยอยเดินเข้ามาในห้อง เตรียมเรียนวิชาต่อไป
ฉันที่นั่งอยู่คนเดียวก็ไม่ได้สนใจอะไร
"แก ชื่ออะไรหรอ"  มีเพื่อนสองคนเดินมาถามฉัน  นั่นก็คือ โอปอ และ กัญญ่า
ทั้งสองคนมาจากโรงเรียนเดียวกัน

"ชื่อตะวัน"
 "เราโอปอ นี่กัญญ่า" โอปอพูดแนะนำตัวเองพร้อมกับฉีกยิ้มให้เรา
เราก็ยิ้มตอบ 

"กินข้าวแล้วหรอ ไวจัง" โอปอถาม
"วันนี้ไม่หิวอะเลยไม่กิน" ฉันตอบ
"อ๋อ แล้วเพื่อนแกไปไหนอะ" โอปอถามอีก
"กินข้าวมั้ง น่าจะแหละ"ฉันตอบ
"เราว่าแกน่ารักมากเลยนะ ตาโตๆปากเล็กๆเหมือนตุ๊กตาเลย" กัญญ่าพูดขึ้น
"ขอบคุณนะ" ฉันยิ้มเขินแล้วพูด เขินมากๆเลยเวลามีคนมาชม บิดตัวแทบขาดเลย555

กริ๊งงงงง!!!! 
เสียงกริ่ง หมดเวลาพักได้เวลาเรียนวิชาต่อไปแล้วววว
พันซ์เดินเข้าห้องเรียนมาด้วยสีหน้าเฉยเมิน 
ฉันพยายามชวนคุยแต่เหมือนจะไม่สำเร็จ ปะหนึ่งว่าฉัันคนที่นั่งๆข้างพันซ์ไม่ใช่คนอย่างนั้นแหละ

ฉันเขียนข้อความ ข้อความหนึ่งใส่ในเศษกระดาษอย่างที่เคยทำ แล้วส่งไปให้พันซ์

'เป็นอะไรรึเปล่า?' 
ฉันเขียนข้อความนี้ลงไปในกระดาษแล้วพับส่งไปให้พันซ์
พันซ์รับแล้วเปิดอ่านดูสักพัก ก็หยิบดินสอขึ้นมาเขียนตอบ แล้วส่งกลับมาให้ฉัน

ฉันหยิบกระดาษใบนั้นมาเปิดอ่านดู
'ป่าว'
ว่าแล้วว่าต้องตอบแบบนี้  จริงๆถ้าเป็นฉันฉันก็คงตอบว่า 'ป่าว' เหมือนกันนั่นแหละ

'แล้วทำไมไม่คุยด้วย' ฉันเขียนแล้วส่งกลับไปให้พันซ์ 
สักพักหนึ่งพันซ์ก็เขียนแล้วส่งกลับมา
'ก็ปกตินะ แกไม่คุยเองรึเปล่า?'
'แล้วทำไมวันนี้ไม่ไปกินข้าว'

ฉันอ่านแล้วแอบตกใจนิดๆกับข้อความที่ค่อนข้างยาวกว่าเดิิม

'ไม่หิวอะ' ฉันเขียนตอบ แต่ไม่ส่งกลับไปให้พันซ์แล้ว ฉันคิดไม่ออกเลยว่าถ้าส่งคำนั้นไป พันซ์จะตอบกลับมายังไง หรือพันซ์อาจจะไม่ตอบแล้ว
ฉันเลยคิดว่าไว้ง้อวิธีอื่นดีกว่า

พอเลิกเรียนทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน
ในช่วงหัวค่ำฉันตัดสินใจทักแชทไปหาพันซ์


'แก'
'ทำตัวเหมือนเดิมกันได้มั้ย'



ฉันกำลังจะสื่อว่า กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย
หมายถึง คุยเล่นกันเหมือนเดิม

ไม่กี่นาทีพันซ์ก็ตอบกลับ
'ได้้้สิ'
ฉันไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้พันซ์กับฉัันจะเป็นยังไง จะเริ่มพูดคุยกันด้วยคำว่าอะไร

วันต่อมา เป็นวัันสุดท้ายของการเรียนปรับพื้นฐาน ฉันกับพันซ์ก็ยังไม่ค่อยคุยกันในช่วงเช้าอยู่ดี
เหมือนว่าไม่กล้าคุยกันอย่างนั้นแหละ

พอถึงคาบพักกลางวัน พันซ์เก็บของแล้วลุกขึ้นเตรียมจะไปกินข้าว

"ตะวันไปกินข้าวกัน" พันซ์ซึ่งไม่ยอมคุยกับฉันมา1วันกว่าๆ หันมาพูดด้วย
ฉันดีใจมาก เหมือนว่าพันซ์หายงอนแล้ว 
"โอเคไปจ้าาา" ฉันพูดแล้วรีบวิ่งตามไปเลย 
โล่งอกไปเลยแหละ เหมือนยกภูเขาก้อนโตออกจากอกเลย คุ้มกับที่ไม่ได้กินข้าวมื้อนึงนะเนี้ย!
ปิดช่วงปรับพื้นฐานได้สวยดี
หลังจากนั้นพวกเราทั้ง38คนก็แค่รอเวลาปฐมนิเทศกับเปิดเทอม สำหรับภาคเรียนแรกของชีวิตมัธยมต้น ; )























SHARE

Comments