It's OK, not to be OK.

มันไม่เป็นไรหรอกที่บางครั้งจะมีช่วงเวลาที่รู้สึกไม่ดีบ้าง

วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันรู้สึกไม่ดี...แต่ฉันมีสติและจัดการความรู้สึกได้ ฉันผู้ที่เป็นซึมเศร้ามายาวนาน ฉันอ่อนไหว บางทีเราต้องยอมรับว่าความเข็มแข็งของจิตใจในแต่ละคนไม่เท่ากันแต่เราเลือกได้ เราเลือกที่จะไม่ปล่อยตัวเองจมกับความคิดที่แย่ ที่ทำให้เรารู้สึกดิ่ง เพราะฉันเชื่อว่า ฉันสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเองได้ด้วยสิ่งง่ายๆคือการกล้าที่จะเลือก ความกล้าในที่นี้คือ กล้าที่จะพาตัวเองออกจากความรู้สึกที่ไม่ดี ฉันทบทวนอยู่นานว่าสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่หรือเป็นอยู่มันดีแล้วจริงหรือ การที่จมอยู่กับสิ่งที่มันผ่านมาแล้ว การที่เราคาดหวังในสิ่งที่เป็นไปได้ยาก อะไรก็ตามที่ไม่ใช่ตัวเรา เราไม่มีสิทธิที่จะไปตัดสินใคร แต่ฉันเข้าใจ ความเจ็บปวดที่ต้องการเยียวยา สิ่งที่สำคัญที่สุดในความเจ็บปวด คือการให้เกียรติตัวเอง เราเป็นเรา ไม่มีใครเข้าใจเราได้เท่าตัวเรา เราไม่ได้ไร้ค่า และการเยียวยาที่ดีที่สุดต้องเริ่มจากเรา เราต้องกลับมารักตัวเราเอง ฉันรู้ว่ามันเจ็บปวด แต่เราไม่ควรให้ร่างกายต้องมาเจ็บปวดเพราะตัวเราเอง


อยู่กับปัจจุบัน ปล่อยให้อดีตเป็นบทเรียน อย่ากังวลกับอนาคต อย่ากดดันตัวเองจนเกินไป

ปัจจุบันสำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่จะกลายเป็นอดีต ฉันเรียนรู้จากอดีต และพยายามทำปัจจุบันให้ดี พัฒนาตัวเอง เพื่อตัวเอง และฉันรักตัวฉันเอง

อดีต เป็นเรื่องราวที่ผ่านมา มันผ่านมาแล้วเราแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่เราใช้มันเพื่อเป็นบทเรียนได้ การจมกับอดีตทำให้เราเดินไปข้างหน้าได้ยาก

อนาคต ถ้าทำปัจจุบันให้เต็มที่อนาคตก็ไม่ควรไปกังวล อนาคตคือสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้ เราอาจจะมีเป้าหมาย แต่อย่ากดดันตัวเองจนเกินไป



เมื่อปัญหาถาโถมเข้ามา
 ยุ่งเหยิงไปหมด อันนั้นก็แย่ อันนี้ก็แย่ สิ่งที่ฉันทำคือลิสออกมาว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้เรารู้สึกแย่ แล้วลำดับความสำคัญ และค่อยๆแก้ไปทีละข้อ แต่ทั้งนี้ สุขภาพของเรา การดูแลตัวเองก็สามารถช่วยให้เรามีพลังชีวิตที่เข้มแข็งขึ้นได้

เมื่อเราเกิดมาเราเติบโตมาด้วยวงล้อมของความคาดหวัง การคาดหวังจากครอบครัว จากผู้อื่น หรือจากตนเอง ซึ่งความคาดหวังนี้จะแปลเปลี่ยนเป็นความผิดหวัง ความกดดัน ซึ่งแน่นอนมันจะส่งผลต่อความรู้สึก ก่อให้เกิดความเครียด และอื่นๆตามมา ฉันเป็นหนึ่งในผู้ที่ผิดหวัง ผิดหวังจากคนที่รัก ผิดหวังจากการทำงาน หรือผิดหวังจากอะไรที่มันสำคัญกับหัวใจ มันยากที่เข้าใจและยอมรับมัน แต่เมื่อเราลองเปิดใจมองในหลายมิติ ไม่คิดแทนคนอื่น มองตามเหตุและผล เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถึงแม้มันจะไม่ได้การตอบแทนด้วยการที่เขา เอาใจเราไปใส่ใจเขาก็เถอะ ถ้าเราเริ่มเข้าใจ ฉันเชื่อว่าเวลาจะทำให้เรายอมรับมันได้เอง

การรู้เท่าทัน ไม่ว่าจะเป็นการรู้เท่าทันตัวเองหรือเท่าทันความรู้สึกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อเรารู้เท่าทันเราจะสามารถจัดการอารมณ์ความรู้สึก จัดการสถานการณ์ และดึงสติของเราเองกลับมาได้

การเลือก จริงๆเราเลือกได้นะ เราต้องพยายามดึงตัวเองออกมา เลิกเสพสื่อหรือการทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกแย่ เมื่อเรารู้ตัวว่าเรารู้สึกแย่ งานอดิเรก หรือกิจกรรมบางอย่างช่วยเราได้ ลองออกไปเดินเล่น ไปเที่ยวบ้าง   จะเป็นการเติมพลังชีวิตเราได้ เมื่อเรามีความคิดที่มันไม่ดีเราลองพูดกับตัวเองเช่น ทำไมเธอต้องทำร้ายตัวเอง ทำไมเธอถึงยังพยายามนึกถึงเรื่องเก่าๆ ทำไมเธอถึงคาดหวังอยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม เมื่อไหร่ที่เราทำอะไรที่ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ลองใช้สรรพนามในการคุยกับตัวเองเหมือนคุยกับอีกคน ให้เข้าใจว่านี่ไม่ใช่ตัวเรา เราไม่ใช่คนแบบนี้ แล้วสติเราจะกลับมา เราเลือกได้ว่าเราอยากเป็นคนแบบไหน เราอาจต้องใช้ความกล้าความพยายามมากกว่าคนอื่น แต่ผลที่ได้มันจะดีกับตัวเราเอง ถ้าเราเอาชีวิตของเราไปแขวนหรือห้อยกับคนอื่น เอาความรู้สึกไปไว้กับคนอื่น เอาความรู้สึกเป็นที่ยอมรับแขวนไว้กับคนอื่น เราจะรู้สึกอึดอัด และแน่นอนมันไม่ใช่ตัวเรา เราเลือกได้ว่าอยากเป็นอะไร อยากเป็นคนแบบไหนเราแค่ต้องใช้ความกล้าที่จะทำเพื่อตัวเราเอง


ส่วนเรื่องอื่นๆที่เกิดจากการที่เราไม่รู้สาเหตุ เป็นเรื่องของอาการต่างๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ เพราะถ้าเราพยายาม คุณหมอก็พยายามช่วยเรา ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานฉันจะได้ชีวิตของฉันคืนมา 




เราจะหายไปด้วยกัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

SHARE
Written in this book
Untitled
f321 moderate depressive episode
Writer
kritchaar
Digital Artist
ขอบคุณที่รับฟังเรื่องราวของฉัน

Comments

ยังคงส่งพลังใจไปให้เสมอครับ
เห็นด้วยกับที่ว่า ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร อนาคตจะมาเมื่อไหร่
ปัจจุบันนี้คือสิ่งสำคัญที่สุด 
Reply