— s ( one tired day )

ห้าทุ่มสี่สิบสามนาที นักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายถึงเดินเข้ามาในคอนโด คอนโดเรียบๆขนาดเล็ก คอนโดที่มีเตียงนอนตั้งอยู่ติดหน้าต่างกว้างมุมห้อง คอนโดที่เป็นคอมฟอร์ทโซนและที่ชาร์จแบตเตอร์รี่ที่ดีที่สุด


และทันทีที่ทิ้งตัวลงบนฟูกนิ่มๆนั่น ความปวดร้าวก็แล่นตั้งแต่ลำคอลงไปถึงปลายเท้า ร่างกายที่เมื่อยขบจากการก้มหน้าเขียนงานหรือจับมีดผ่าตัดมาทั้งวันแสดงอาการในรวดเดียวจนแทบตาย


แต่มันก็คือทางเลือกที่สายป่านเลือกเอง ไม่มีใครบังคับเขา สายป่านมาเป็นหมอก็เพราะความสมัครใจ


แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีความสุขขนาดนั้น


ไม่มีอีกแล้วคุณหมอแสงประทีป นักศึกษาแสงประทีป หมอสายป่าน หรือสายป่านคนเก่ง ในตอนนี้มีแค่สายป่าน มนุษย์ธรรมดาๆคนนึงที่แบกความคาดหวังไว้บนบ่า ถักไหมพรมเส้นเล็กๆที่ถ้าทำขาดก็หมายถึงชีวิตคนไข้คนนึง ส่วนสูงร้อยแปดสิบสองเซนไม่เคยรับภาระหน้าที่สำคัญอันหนักหน่วงนั่นได้อย่างเบาสบายเลยสักครั้ง


พลิกตัวหนึ่งครั้งเพื่อที่จะเงยหน้ามองเพดานที่มืดมิด แม้ในยามกลางวันมันจะเป็นสีขาวนวลก็ตาม


เขามองนิ่งค้าง ความอุ่นร้อนจำนวนมากองรวมกันบริเวณดวงตาอย่างห้ามไม่ได้ แค่พักเดียวของเหลวใสก็จะไหลตามกันลงมาราวกับเขื่อนแตก


หมอป่านรีบลุกขึ้นนั่งก่อนที่ตัวเองจะสำลัก แว่นกรอบเรียวถอดวางไว้ข้างเตียงสักที่ มือที่ไม่ได้นุ่มตามแบบฉบับผู้ชายยกขึ้นปาดน้ำตานั่นแรงๆหมายจะหยุดมัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้รับกลับตรงกันข้าม


เสียงสะอึกสะอื้นดังสะท้อนในห้องสี่เหลี่ยม แจ่มชัดในประสาทสัมผัสการฟัง


โทรศัพท์แผดเสียงริงโทนเป็นดนตรีคลาสสิคที่เขาชอบแสนชอบ แต่ตอนนี้มันกลับช่างน่ารำคาญเสียยิ่งกว่าเสียงรถจักรยานยนต์ในกรุงเทพ สายป่านเลือกที่จะไม่สนใจจนมันเงียบไป


แต่เหมือนผู้ต่อสายจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โทรศัพท์แผดเสียงแบบนี้อีกสองถึงสามครั้งจนเจ้าของทนไม่ไหวแล้วเอื้อมมือไปปิดเครื่อง ไม่แม้แต่จะมองด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนต่อสายมาหาดึกดื่นขนาดนี้ เขาคิดว่าคงเป็นอาจารย์หมอ แต่่่ก็ไม่อยากรับโทรศัพท์ด้วยเสียงสะอื้นที่ต่อให้พยายามพูดก็ฟังเป็นภาษาคนไม่ได้หรอก


สายป่านก้มหน้า มือประคองปิดดวงตาเห่อร้อนทั้งสองข้าง ร้องไห้ต่ออย่างไม่สนใจอะไรอีก ตอนนี้ในห้องเล็กๆนี่มีแค่ตัวเขา ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นเลยที่ต้องทำตัวเป็นคุณหมอแสนเก่งที่สร้างรอยยิ้มให้รุ่นน้องทุกคนที่เข้ามาคุย


ต่อให้มีคนเคาะประตู สายป่านก็ไม่ได้ยิน และเขาก็ยังไม่รู้ตัวอีกในตอนที่เงาสีดำพาดทับแผ่นหลังของตนเอง 


จนอีกมือนึงมาสัมผัสแล้วค่อยๆดึงมือที่ปิดหน้าอยู่ออกนั่นแหละ ดวงตาพร่ามัวถึงเงยมองสำรวจอีกคนที่เข้ามา แม้จะเห็นไม่ชัดแต่เขาก็รู้ รู้และมั่นใจขนาดกล้าเรียกชื่่่่อด้วยซ้ำ


"พรีม.."


พรีมหรือพรีเมียมไม่ได้พูดแย้งให้เขาเปลี่ยนคำเรียกอีกฝ่ายเช่นทุกครั้ง เพื่อนสนิทมากกว่าสิบปีทำเพียงแค่ยื่นทิชชู่ให้ ส่วนสายป่านน่ะรับมาแบบไม่คิด ฟูกนอนยวบลงตามแรงนั่งของอีกคนหนึ่งในคอนโดเล็ก 


การทีี่น้ำตาท่วมใบหน้าเพื่อระบายความเครียด อาจจะเริ่มมาตั้งแต่ช่วงปีที่สามของการเรียนแพทยศาสตร์


ทุกครั้งที่สายป่านเครียดมันมักจะจบลงแบบนี้ตลอด เขาเครียดจนร้องไห้ครั้งแรกเพราะมันเป็นปีแรกที่ต้องเรียนคนเดียวโดยที่ไม่มีเพื่อนสนิทมากไอคิวคนนี้นั่งข้างๆคอยสะกิดไม่ให้หลับในคลาส ไม่มีเลคเชอร์ที่แสนเข้าใจง่ายให้อ่านก่อนสอบ ความเครียดเพิ่มมากขึ้นจนระบายด้วยน้ำตาไม่พอและจบลงด้วยการอาเจียนทุกอย่างออกมาในตอนปีสี่


ส่วนพรีเมียม มารู้เรื่องนี้ตอนขึ้นปีห้าแรกๆ


ใช่ สายป่านผ่านช่วงนั้นมาโดยไม่บอกใครเลยแม้สักคนเดียว


ในวันที่มันรู้น่ะเขาเกือบโดนไอเพื่อนบ้านี่เอามีดทำครัวมาแทงตายจนขึ้นข่าวหน้าหนึ่งด้วยซ้ำ แต่ก็รู้แหละว่าก็แค่เป็นห่วง แล้วเขาก็ผิดด้วยที่ไม่ยอมบอกตั้งแต่เนิ่นๆ


แต่จากนั้นก็ไม่ได้คนเดียวอีกเพราะพรีเมียมเล่นทำให้คีย์การ์ดเข้าคอนโดของเขาเพิ่มเป็นสองจากที่ปกติมีแค่หนึ่ง ถือวิสาสะเข้าห้องเขามาแบบไม่บอกกันก่อนสักคำ การที่กลับมาจากโรงพยาบาลแบบเหนื่อยๆ หวังจะได้ทิ้งตัวบนเตียงนุ่มๆเพื่อพักผ่อน แต่ดันมาเจอมันนอนดูเน็ตฟลิกซ์บนเตียงที่หวงแสนหวงแบบสบายใจนี่มันก็น่ารำคาญในบางที


แต่ข้อดีก็คือ สายป่านไม่ต้องร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว


ห้องกลับมาเงียบและมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศอีกครั้งหลังจากชั่วโมงน้ำตาผ่านไป สายป่านดีขึ้นจากการร้องไห้เมื่อครู่เยอะแม้จมูกและดวงตาทั้งสองข้างจะแดงเถือกเหมือนมะเขือเทศ


"เป็นไง"


พรีเมียมไม่ได้ถามว่าเป็นอะไรมาเหมือนคนทั่วไปพูดกับคนพึ่งร้องไห้ แต่ถึงงั้นมันก็เป็นคำพูดสั้นๆที่ทำให้เขาหัวเราะเหอะขึ้นมา สายป่านหันไปมองใบหน้าที่คนอื่นชมว่าหล่อนักหนานั่นเล็กน้อย ก็ยังคงสงสัยอยู่เหมือนเดิมว่าคนเขาชอบอะไรมันนักหนา สายป่านคนนี้หล่อกว่ามันตั้งเยอะแยะ


"คิดว่าไงอะ หมามั้ยรอบนี้"


"หมา"


เพื่อนคณะวิศวะกรรมศาสตร์หันมายกยิ้มให้บางๆทีนึง โอเค น่าเตะชิบหายเลยเห้ย


"มึงลังเลสักหน่อยก็ได้นะ"


แล้วเสียงหัวเราะขึ้นจมูกก็ตามมาจากนั้น สายป่านเอนใบหน้าแนบแขนตัวเองหันไปทางเพื่อนสนิทก่อนความเงียบจะปกคลุมบริเวณห้อง แต่ก็ไม่มีใครอึดอัดเพราะเราทั้งสองไม่ได้มีคำพูดอะไรเก็บไว้ในใจ


"พรีเมียม"


"หืม?"


"ขอบใจนะ"


ไร้ซึ่งความลังเลในน้ำเสียง สายตาสบกันเงียบๆในห้องที่ปิดไฟสนิท เอาจริงคงไม่มีใครมาเข้าใจสายป่านได้เท่าพรีเมียมอีกแล้ว แม้จะไม่ได้ตัวติดกันเท่าช่วงมัธยมปลายหรือตอนเรียนหมอด้วยกัน แต่พรีเมียมก็เป็นคนที่สายป่านวางใจที่สุดเสมอ


"ก็ยินดีตลอดอยู่แล้ว"


ประโยคตอบกลับที่ชวนขัดมู้ดและฟังขี้เก๊กเหลือทนสำหรับสายป่านทำให้เขายกกำปั้นต่อยไหล่เพื่อนสาขาวิศวะดังผัวะ ส่วนคนโดนต่อยก็ทำท่าเจ็บทั้งๆที่มันเบาแสนเบา น่าหมั่นไส้เสียจนอยากหยิบตุ๊กตาหมีตัวโตตรงหัวเตียงมาฟาด แต่ก็ได้แค่อยากเท่านั้นแหละ ใครจะกล้าทำเพื่อนรักคนเดียวได้ลงคอ


แต่คิดอีกที.. ขอฟาดมันสักทีแล้วกัน





"สัสป่าน จมูกตุ๊กตามึงฟาดแขนกูเจ็บชิบหาย"


"สมน้ำหน้า โดนซะบ้างเหอะมึงอะ"



SHARE

Comments

Cooltida
1 month ago
พี่คงเหนื่อยมากๆ คุณหมอสู้ๆนะคะ เป็นกลจให้
Reply