ครอบครัว?
เธอต้องโตมาในครอบครัวที่ดีแน่ๆเลย
         หลายๆคนคงโชคดีที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตากัน มีพ่อ แม่ อาจจะมีพี่น้องด้วย มีบ้านให้อยู่ มีอาหารให้ทานทุกมื้อ ในขณะที่หลายคนนั้นโทษฟ้าสวรรค์ที่ไม่ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ กลับมีอีกหลายคนที่กำลังโทษฟ้าสวรรค์ที่ส่งตัวเองมาอยู่ในครอบครัวเช่นนั้น ใช่ โลกนี้มันโหดร้าย มีเพียงผู้โชคดีไม่กี่คนที่ได้อยู่ในครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตา และอบอุ่น เราเป็นคนหนึ่งที่โลกไม่ค่อยจะใจดีด้วยสักเท่าไหร่ ใช่ เพราะเราไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรที่มีครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตา เรากลับรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง และตัวคนเดียว ทุกๆครั้งที่เราต้องการพวกเขา เรากลับมองไม่เห็นพวกเขา เราต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้โตมา เพราะพ่อกับแม่ที่เลี้ยงเรามา ท่านไปทำงานที่ต่างประเทศตั้งแต่เรายังเล็ก เราพึ่งได้ย้ายมาอยู่กับพ่อแม่ก็ตอนเราอายุ 12 ปี ได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาด้วยกันจริงๆ เด็กน้อยคนนั้น ที่หวังว่าเขาจะรู้สึกว่านี่จะเป็นครอบครัวที่เขาต้องการมาตลอดชีวิตเขา แต่โลกช่างตลกเหลือเกิน ที่เด็กน้อยคนนั้นต้องแบบรับช่องว่าระหว่างเวลา 10 กว่าปี ที่เขาแทบไม่รู้จักกับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่เลย ทุกอย่างผันเปลี่ยน ชีวิตมักนำบทเรียนเข้ามาเสมอ เมื่อเขาเริ่มใช้เวลาหลายเดือนเพื่อที่จะได้รู้จักพ่อกับแม่ ใช่ มันไม่ง่ายเลย และมันเป็นความรู้สึกที่เราจะไม่มีวันลืม และแล้ววันที่คนสองคนที่เด็กคนนั้นคิดว่าเขาจะมาเป็นโลกใบใหม่ของเขา มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปนั้น ก็ได้พังทลายลง เมื่อเด็กคนนั้นเห็นพ่อเอาแต่กินเหล้า เมาไม่เอาอะไร เดินโซซัดโซเซเข้าบ้านมา ด้วยความใจกล้าและพูดออกไปว่า "เอาแต่กินเหล้านั่นแหละ โถ่" จังหวะนั้น จังหวะที่คำพูดของพ่อโพล่งออกมา "แล้วมึงจะทำไม กูเป็นพ่อของมึงนะ ห๊ะ!!!!" แล้วจู่ๆภาพของเก้าอี้ที่ถูกเขวี้ยงจากมือของพ่อ แล้วผ่านหน้าของเด็กน้อยไปนั้นไปนั้น มันได้เปลี่ยนเด็กน้อยคนนั้นไปตลอดการ เขาเริ่มร้องไห้ มือไม้สั่น กลัว แล้วคำพูดหยาบคายก็ถูกโพล่งออกมาจากปากพ่อเรื่อยๆ และทันใดนั้นเขาก็เหมือนเห็นความหวัง แม่รีบวิ่งเข้ามาหาเขา แต่สิ่งที่ได้ยินนั้นกลับทำให้หัวใจแหลกสลาย ในหัวมีแต่ความสับสนและคำถาม แม่พูดกับเด็กน้อยคนนั้นว่า "อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกตาหรือใครนะ และก็ไปกินข้าวซะ แม่จะไปพาพ่อนอน" ทำไม ทำไมกันนะ มันเกิดอะไรขึ้นกันหรอ แต่เช้าวันต่อมานั้น เราก็ไม่ได้รับแม้แต่คำขอโทษจากปากพ่อ เราไม่กล้ามองหน้าพ่อด้วยซ้ำำ เรากลัวและเริ่มตีตัวออกห่าง เราไม่รู้จักทั้งพ่อและแม่อีกแล้ว แต่เราก็อดทนมาตลอด อดทนมาจนฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดไปแล้ว มันเป็นคืนที่เราจะไม่มีวันลืม คืนที่เราได้ยินเสียงพ่อเมาแล้วตวาดอยู่นอกบ้าน "มึงมันไอ่ลูกเหี้ย คนเหี้ยๆอย่างมึงกูไม่นับเป็นลูกหรอก มึงมันไอ้ลูกเห็นแก่ตัว" เราได้แต่ขดตัวอยู่ในห้องมืดๆ นั่งร้องไห้เพราะความกลัว แต่แล้ว แม่ก็มาเคาะประตู พร้อมกับตะโกนให้ออกมาจากห้อง เราพยายามเงียบ ปิดปากตัวเองไม่ให้มีเสียงร้องไห้ แต่แม่ก็ไม่หยุดเคาะ จนเรารวบรวมความกล้า ปาดน้ำตาแล้วลุกไปเปิดประตู และทันใดนั้นแม่ก็พูดด้วยเสียงแข็งกร้าว "ไป ออกไปคุยกับพ่อ ไม่เห็นหรอว่าพ่อมันโมโหแค่ไหน ออกไป" เราพยายามฮึด แต่แม่ก็ดึงเเขนเรา แล้วลากเราออกไป คืนนั้นเราต้องทนฟังคำว่า "ไอ่ลูกเหี้ย" กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แล้วต้องพูดแต่คำว่าขอโทษ ไปเรื่อยๆ โดยที่ใบหน้ามีแต่น้ำตา หลังจากที่พ่อได้ด่าเราจนสมใจ เราก็ค่อยๆลุกแล้วเดินมาที่ห้องอย่างอ่อนแรง และคราบน้ำตาที่เลอะเต็มหน้า แต่แล้วทุกอย่างก็พังลงไปอีก เมื่อแม่เดินมาที่เรา จับแขนเรา แล้วพูดออกมาว่า "ทำตัวดีๆแบบลูกคนอื่นไม่ได้หรอ ##(ชื่อลูกพี่ลูกน้องเรา) ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรกับพ่อแม่หนิ ทำได้มั้ย ห๊ะ" จังหวะนั้นแกว่าเราต้องเข้มแข็งขนาดไหน ใจเราเจ็บปวดเพราะมันแหลกสลาย คนสองคนที่เราไม่เคยรู้จัก เคยรักทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ได้ทำโลกทั้งใบของเราพังลง เราได้แต่กลั่นน้ำตา ใจแข็ง แล้วแค่พยักหน้า แล้วหันหลังเดินเข้าห้องไป นั่งร้องไห้ที่มุมห้องอย่างท้อแท้และสิ้นหวัง ได้แต่โทษว่าทำไมโลกต้องใจร้ายกับเรา แล้วต้องฮีลตัวเองให้ไปต่อให้ได้ มาถึงตรงนี้ เราก็ไม่ได้อยากขอให้คุณสงสารเราหรอก เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลซึ่งกันและกัน เพราะพ่อแม่ด่า และตะคอกเรา ทำให้เราไม่ค่อยจะพูดกับท่าน อยู่แต่ในห้อง ทำมากสุดก็แค่ไหว้ ข้างก็ไม่เคยไปกินพร้อมหน้ากัน เพราะพ่อกับแม่ก็ไม่เคยเรียก หลายๆอย่างที่เป็นเรา การกระทำของเรานั้น ก็ทำให้พ่อแม่ไม่พอใจ แล้วก็กลับวนลูปเดิมไปมาอยู่ตลอด เราไม่มีพี่น้อง ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนที่พร้อมจะคอบรับฟังเรา เราจึงอยากเล่าให้คุณฟัง คนแปลกหน้า เราหวังว่าอย่างน้อยคุณคงจะเข้าใจมัน เข้าใจความรู้สึกที่เราต้องเผชิญ เราทำดีที่สุดแล้ว ถึงแม้เราจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความรับที่พ่อแม่มีให้ก็ตาม เราทำดีที่สุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้แล้วหละ บางครั้งเราก็เหนื่อย บางครั้งเราก็ท้อว่าไม่รู้จะสู้ไปทำไม จะสู้ไปเพื่อใคร ในเมื่อพ่อแม่ก็ไม่ได้เห็นค่าอะไร เราไม่เคยได้ยินแม้กระทั่งคำชมจากปาก แม้ว่าเราจะเรียนได้เกรดดี ได้ที่หนึ่งของระดับ หรือแข่งขันได้เหรียญทองระดับชาติ เราก็ไม่เคยได้ยินคำชมเชย ไม่เห็นการใส่ใจหรือสนใจ เอาแต่บ่นว่าเราไม่สนใจพวกเขาที่ทำงานเหนื่อย เพื่อจะส่งเราเรียน บางครั้งเราก็คิดนะว่า ใช่สิ เรามันลูกเห็นแก่ตัว ลูกแย่ๆที่ไม่ว่าจะป่วยปางตายแค่ไหนก็ไม่บอกพ่อแม่ว่าป่วย เพราะไม่อยากให้ไม่สบายใจ หรือลูกแย่ๆที่มีปัญหารอบตัว แต่ก็ไม่เคยเล่า เพราะไม่อยากให้มาเครียดกับเรา หรือลูกแย่ๆที่พยายามตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจ แต่มันก็ไร้ค่าอยู่ดี ใช่สิ เรามันก็แค่ลูกแย่ๆ ที่ไม่ว่าจะทำอะไร จะเป็นอะไร มันก็ไม่เคยดีและไม่เคยพอในสายตาพ่อแม่สักครั้ง ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมบทสนทนากับพ่อแม่นั้น มันก็พังลงตลอด ปากก็ถามเรื่องเรา แต่พอเราจะเริ่มเล่าก็เปลี่ยนเรื่องคุย ไม่เคยคิดถึงจิตใจเรา เพราะเรื่องราวทั้งหมดนี้ที่ทำให้เราไร้หัวใจ และเข้มแข็งเกินไป ซึ่งเราไม่เคยภูมิใจสักครั้งที่ตัวเองเข้มแข็ง ไม่เคย มันกลับทำร้ายเราไปเรื่อยๆ แต่เราเชื่อนะ เชื่อว่าทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้น เราไม่ได้อยากเล่าเรื่องครอบครัวตัวเองเพื่อให้เห็นว่า การมีครอบครัวนั้นแย่ขนาดไหน แต่เราแค่อยากแบ่งปันความเจ็บปวดที่เรามีให้กับคุณ คนแปลกหน้า คุณไม่ต้องสงสารเราก็ได้ แต่ให้เราได้เล่าเถอะนะ อย่างน้อยมันก็ช่วยบรรเทาเราได้ เพราะเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่โชคดี ที่มีครอบครัวที่พร้อมหน้าและอบอุ่น แต่ถึงแม้บางคนจะขาดใครไป เราก็อยากบอกว่า แค่คุณมีคนที่รักและเป็นห่วงคุณ แค่นั้นก็ดีแล้วหละ ไม่จำเป็นต้องพร้อมหน้ากันหรอก แค่คุณรู้ว่ามีคนที่รักคุณ แค่นั้นก็พอแล้ว และสำหรับคนที่กำลังเจอเรื่องแบบเราอยู่ เชื่อเรานะ ทุกอย่างจะดีขึ้น มันจะดีขึ้นเอง สู้ต่อไปนะ เราขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะ ขอบคุณจริงๆ 
SHARE
Writer
diary_k
writer
"อย่าทิ้งความฝัน เพียงเพราะว่ามันไม่มีใครไปเป็นเพื่อน"

Comments