เคยมีกษัตริย์นอกจากแบบ "เทวราชย์เจ้า" (God king) อยู่หรือไม่ ?
อันดับแรกผมขอเกริ่นก่อนว่า แรงบันดาลใจซึ่งเป็นที่มาของบทความนี้ มาจากการที่ผมได้ไปเป็น T.A (Teacher assistant) ในรายวิชา PO212 (2/2562) ประวัติความคิดทางการเมือง จึงได้เรียนรู้เรื่องนี้
ซึ่งก็ได้มีการสอบกลางภาคเรื่องนี้ไปแล้ว 
แม้บทความผมจะเขียนถึงแค่เสี้ยวนึงของเนื้อหา แต่ก็อยากให้การสอบผ่านพ้นไปก่อน


ในแรงบันดาลใจส่วนที่ 2 คือ 
การที่ผมกลับไปดูหนังชุด “300” และ “300 Rise of an empire” 
.
ซึ่งในภาคแรกผมจัดเป็น 1 ใน Top 3 หนังเรื่องโปรดผมเลย 
ดีงามตามท้องเรื่อง ไม่ว่าจะฉากสโลว์โมชันแบบเท่ ๆ การออกแบบคาแรคเตอร์ ที่แม่งโคตรเว่อ ยังกะหลุดมาจากเกมแฟนตาซี Epic ในทุกองค์ประกอบ 


ในช่วงเวลาที่ท่านผู้อ่านต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเนื่องจากสถานการณ์ Covid – 19 
.
ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่น่าเสียเวลาดูจริง ๆ ครับ (แค่ภาค 1 นะ)
.
ซึ่งในความเว่อวังของคาแรคเตอร์ทั้งหลายแหล่เนี่ย ผมว่าคาแรคเตอร์ที่ออกแบบได้เต็มตีน และ ติดตาที่สุด (สำหรับผม) นั่น คือ กษัตริย์ Xerxes หรือที่เรียกกันว่า 
.
"Xerxes the Great, was the fourth King of Kings of the Achaemenid dynasty of Persia. "(ก๊อปมาจากวิกิ)
.
ซึ่งก็คือบุคคลที่ผมเอารูปภาพขึ้นในภาพปกนั่นเอง!
ในหนังชุด 300 ทั้ง 2 ภาค 
ผมมองว่าพยายามจะ present ความเป็น “เทวราชา” ของ Xerxes อย่างมาก 
ไม่ว่าจะเป็นคอสตูมที่มีโซ่ห้อยระโยงรยางค์ เจาะทั้งตัว เวลาไปไหนก็มีทาสนับสิบคนแบก “บัลลังก์” ของ Xerxes ไว้บนหลัง เวลาเสด็จไปที่แห่งไหน


ซึ่งผมก็ต้องขอเตือนเอาไว้ก่อนนะครับ 
ว่าหนังอย่าง 300 นี่ก็ Base on comic ซึ่ง Base on ประวัติศาสตร์ อีกที 
มันไม่ใช่หนังสารคดีประวัติศาสตร์ตรง ๆ 
.
แต่มันคือหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีเว่อร์ๆ ที่อ้างอิงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ 
เช่น ภาคแรกเป็น “battle of Thermopylae” และ ภาคสองเป็น ยุทธนาวีที่ซาลามิส ณ กรีซ 490 ปีก่อนคริสตกาล
.
ดังนั้นเรื่องความอลังของคอสตูมเฮีย Xerxes หรือฉากที่พี่แกไปชุบตัวในบ่อทองคำกลางทะเลทราย (สำหรับใครที่อยากดูฉากนี้ นี่คือวาร์ปครับ https://www.youtube.com/watch?v=MkKO-Z_Sjm4&t=24s )นี่ก็อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ก็ได้ 


ประเด็นสำคัญ คือ 
หนังพยายามจะสื่อถึง “ความเป็นกษัตริย์” ที่แตกต่างอย่างมาก
ระหว่าง กษัตริย์ลีโอไนดัส (พระเอก 300 ภาคแรกนั่นเอง) กับ Xerxes (god king) 
.
ซึ่งในคลาสเรียนที่ผมช่วยสอนจะยกตัวอย่าง King Agamemnon แต่ในบทความนี้ผมเลือก Xerxes เป็นตัวอย่างเพราะเห็นภาพมากกว่า (+มันฮาด้วย)
.
ในหนังเราจะเห็นได้ว่า กษัตริย์ลีโอไนดัส แต่งองค์ทรงเครื่องแทบไม่ต่างจากประชาชนอีก 299 คนที่ไปร่วมรบด้วย และ การพูดคุยระหว่างพระองค์กับสามัญชน แทบไม่ต่างจากผู้ใหญ่บ้านพูดคุยกับลูกบ้าน 
.
ในขณะที่ฝั่ง Xerxes จะชอบพูดว่าตัวเองเป็นเทพ ในหนังจะมีซีนที่แกพูดกับลีโอไนดัสตอนต่อรองให้ลีโอไนดัสยอมแพ้ว่า
“ข้าคือเทพ..ผู้มีเมตตา”
ในภาคสองก็ยิ่งตอกย้ำในประเด็นการเป็น god king นี้อีก โดยตั้งแต่เปิดเรื่องมาก็เล่าว่า 
กษัตริย์เปอร์เซีย(Xerxes (god king)) รู้สึกรำคาญใจกับ “ความมีเสรีภาพของเสรีชนชาวกรีก” เลยยกทัพมาทำสงคราม (ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็ไม่คิดว่าจะยกทัพมาเพราะเหตุผลแค่นั้น) 


ในหนังทั้ง 2 ภาค ก็จะมีฉากประชุมสภาของฝั่งกรีก (และสปาตาร์) 
ที่แสดงให้เห็นถึง การมีประชาธิปไตยในกรีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ กษัตริย์ลีโอไนดัส ถูกสภาคัดค้านเรื่องออกไปทำสงคราม ซึ่งลีโอไนดัส ก็ไม่ได้มีอำนาจเหนือสภา ที่จะทำอย่างไรก็ได้ตามใจตน จนในที่สุดก็เลยทำได้เพียงรวมผู้กล้า 300 คน ออกไปพลีชีพในสมรภูมิ เพื่อซื้อเวลาให้กับกรีซ ขณะที่พวกเปอร์เซียบุกมา 
.
ตัดภาพไปที่ Xerxes 
บทแกจะประกาศสงคราม แกก็ออกมาประกาศบนโพเดี้ยมสุดอลังเลย (ดูได้จากในลิงค์ข้างต้น) 
แล้วประชาชนก็เฮโลตามด้วย ไม่มีใครกล้าไปขัดไปขืนอะไรกับแก


หลังจากเกริ่นมายาวนาน ผมจะตอบคำถามที่เป็นหัวเรื่องของบทความนี้...นั่นก็ คือ ..

มีครับ!

มีกษัตริย์แบบอื่นนอกจากแบบ เทวราชย์เจ้า (God king) หรือเรียกอีกชื่อว่า “Anax”
นั่นก็คือกษัตริย์แบบ “Basileus”
 ตัวอย่างก็คือ กษัตริย์ลีโอไนดัส 
โดยคอนเซปของ Basileus นั้นเรียกเป็นภาษาลาตินว่า “Primus inter parles”
หรือก็คือ “The First Among equals” หรือก็คือ “ผู้เป็นหนึ่งท่ามกลางผู้คนที่เท่าเทียมกัน”
.
ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่าง กษัตริย์กับประชาชน ในแบบ Anax (god king) จะเป็น คสพ.ระหว่าง “เทพ กับ มนุษย์” 
.
ส่วน คสพ.ของกษัตริย์กับประชาชนในแบบ Basileus จะเป็น คสพ. ระหว่าง "มนุษย์กับมนุษย์" เพียงแต่มนุษย์ที่เป็นกษัตริย์นั้นจะดูเหมือน “ผู้ใหญ่บ้าน” มากกว่า
.
และ จะมีอำนาจเผด็จการเต็มรูปแบบ ก็ต่อเมื่อนำกองทัพออกไปรบเท่านั้น
.
พอก้าวเท้ากลับเข้าประตูเมือง ก็กลับมาเป็นผู้ใหญ่บ้านอีกครั้ง จะออกนโยบาย หรือ ทำโครงการอะไร ก็ต้องปรึกษา ไถ่ถาม แล้วได้รับฉันทามติจากสภาเสียก่อน ถึงจะทำได้ มิใช่การทำอะไรก็ได้ตามใจตนเอง เหมือนดั่งสำนวนว่า

“A polis belonging to one man is no polis at all”

(เพราะตามคตินี้ถ้า Polis เป็นของคนๆเดียว มันไม่ใช่ Polis แต่ คือ “บ้านส่วนตัว” ของบุคคลนั้น ๆ )
.
ดังนั้นเมือง Sparta จึงไม่ใช่แค่บ้านส่วนตัวของ ลีโอไนดัส แต่เป็นเมืองของชาว Spartan ทุกคน 
.
ในขณะที่เปอร์เซีย อาจเป็นบ้านส่วนตัวของ Xerxes (god king) โดยมีประชาชนเป็นบ่าวไพร่ คนรับใช้ภายในบ้าน ก็เป็นได้


แต่เราก็ต้องไม่ลืมนะครับว่า 
ถึงแม้ กษัตริย์แบบ Basileus จะดูเป็นประชาธิปไตยกว่าแบบ Anax (god king) แต่คอนเซปของการปกครองแบบนี้มันก็มีมาหลายพันปีแล้ว ไม่ได้แปลว่ามันจะยังใช้ได้ในปัจจุบัน และ ในนครรัฐสปาร์ตา ก็ไม่ใช่ว่าจะมี “ประชาธิปไตย” แบบที่เรา ๆ เข้าใจกันในปัจจุบัน หากแต่ออกแนว “อภิชนาธิปไตย” (การปกครองโดยคณะบุคคล) มากกว่า 
.
หรือแม้แต่ในกรีก ที่ว่า มีประชาธิปไตย ก็มีเพียง ผู้ชาย ชนชั้นกลาง(ขึ้นไป) ที่มีสิทธิออกมายกมือโหวต โดย ทาส,เชลย,ผู้หญิง ไม่มีสิทธิทางการเมือง 
.
อริสโตเติลถึงขั้นเสนอว่า 
เพื่อให้ “ประชาธิปไตย” ในเอเธนส์ธำรงอยู่ต่อไป เหล่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องมี “ทาส” ประจำบ้านด้วย 
เพื่อรับใช้ในส่วน “โลกทางครัวเรือน” ของเขา เพื่อให้เขา (เสรีชน-ผู้มิสิทธิเลือกตั้ง) มีความพร้อมและศักยภาพในการไปออกคะแนนเสียงจะที่จะเป็นประโยชน์ต่อ “โลกทางการเมือง” 
(จะมีเสรีภาพใน “โลกทางการเมือง” ได้ ต้องรู้จัก “ครอบงำ” คนใน “โลกทางครัวเรือน” ก่อน)


ไม่แน่นะครับว่าอริสโตเติลอาจจะเห็นด้วยกับเหล่า “คนดี” ในม๊อบ กปปส. ที่บอกว่า "3 แสนเสียงของกทม.แต่เป็นเสียงที่มีคุณภาพ ย่อมดีกว่า 15 ล้านเสียงในตจว. แต่ไร้คุณภาพ" ก็เป็นได้นะครับ


เอาล่ะก่อนจะออกทะเลไปมากกว่านี้ ผมจะพยายามสรุปจบประเด็นของบทความนี้ ซึ่งก็ คือ กษัตริย์ไม่ได้มีแค่แบบ “Anax” (God king) หรือ เทวราชา แต่มีแบบ “Basileus” (Primus inter parles) ที่เป็นเหมือนผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย แต่เดิมผมเข้าใจว่ามีแค่แบบเทวราชา เพราะ อย่างกษัตริย์ญี่ปุ่น ที่เราคุ้นเคยกันก็ถือกันว่าเป็นสายเลือดของเทพีอามาเทระสุ (เทพแห่งดวงอาทิตย์) หรือ ฮ่องเต้จีน ก็ถือกันว่าเป็น “โอรสสวรรค์” ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ผมพึ่งรู้และอยากนำมาแบ่งปันครับ


PS. นอกจาก Basileus แล้วก็ยังมีกษัตริย์ในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ God-king (Anax) ออยู่อีก ถ้าสนใจไว้จะมาเล่าต่อในภายภาคหน้าครับ




SHARE
Written in this book
2020
Writer
K_Kabot
Drummer,Commissar,RappeR
Kalibut’s Drummer & Kabot Sabot’s Rapper --- "The Rebellion Writer" ----

Comments