ประสบการณ์การเดินทาง
 วันนี้อยากเล่าประสบการณ์เที่ยวแบบโซโล่ ไบเกอร์ค่ะ
 ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนว่า เราเป็นโรคกลัวความเร็วและไม่กล้าขับมอไซค์ออกไปไหนไกล ๆเพราะเราเคยประสบอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซค์ก่อนหน้านั้นจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด มันเลยเป็นความกลัวที่สะสมมาตั้งแต่ตอนนั้น 
  แต่มันขัดกับความคิดตัวเองอย่างนึงคือ เราอยากออกทริปด้วยมอเตอร์ไซค์ มันตลกดีนะ กับคนที่กลัวมอเตอร์ไซค์แต่อยากออกทริปด้วยมอเตอร์ไซค์เนี่ย
  ความฝันนี้มันเริ่มมาตั้งแต่ปี 2016 เราฝันว่าอยากตั้งแค้มป์ อยากไปเที่ยวธรรมชาติ แล้วเราก็เริ่มเห็นกลุ่มไบเกอร์พากันออกทริปไปเชียงใหม่กัััน เรารู้สึกว่าเจ๋งดีนะกับการได้ขับเจ้าสองล้อไปเที่ยวตามใจ แลดูอิสระดี เราก็เลยฝันว่าสักวันจะต้องออกมอเตอร์ไซค์ให้ได้ 
  จนในที่สุดเราก็ได้เจ้ามอเตอร์ไซค์คู่ใจมาครอบครองสมใจ w175 ในชีวิตเราไม่เคยแตะมอเตอร์ไซค์มีคลัชมาก่อน แล้วเชื่อมั้ยวันแรกที่เพื่อนสอนเราขับรถ เราดันทำรถคว่ำ เจ็บทั้งคน ทั้งรถ แน่นอนมันไร้แววว่าจะรอดเลย ตอนนั้นคิดในใจ กูจะไหวมั้ยเนี่ย 
  สองอาทิตย์หลังจากได้รถมอเตอร์ไซค์ เราจัดทริปสั้นด้วยการไปไร่ทุ่งทานตะวันคีรีทันที มันห่างจากบ้านเราไม่ไกลหรอก แค่ 20 กว่าโล แต่เส้นทางที่ไปมันน่ากลัวมาก รถเยอะจนเราประหม่า แถมเรายังขับรถไม่แข็งอีก แต่เราก็ไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย เราเริ่มออกไปไกลมากขึ้น เริ่มไปเที่ยวที่อ่างเก็บน้ำบางพระ บางแสน หรือแม้กระทั่งขับไปกรุงเทพ ( โคตรบ้าบิ่นเลย ) 
  ล่าสุดเราเพิ่งไปแกรนด์แคนยอน คีรี มา เราได้เจอกับเพื่อนใหม่ที่มาเที่ยว พวกเขาตกใจมากที่รู้ว่าเราขับมอเตอร์ไซค์มาคนเดียว แล้วเราก็เจอกลุ่มขับบิ๊กไบค์ที่มาเที่ยวที่นั่นด้วย ด้วยความที่เราหลงใหลการออกทริป เราเลยทักทายพวกเขาไป สิ่งที่ได้มาคือมิตรภาพของคนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน ก่อนจะแยกย้ายเขาบอกเราว่า
เดินทางปลอดภัยนะคะ
  พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น มันทำให้เรารู้สึกมีความสุขมากเลย เรารู้สึกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนใหม่ที่ดีมาก ๆ แม้จะเจอกันแค่แปปเดียวก็ตาม
  อีกสิ่งนึงที่เราได้รับจากประสบการณ์การขับมอเตอร์ไซค์โซโล่ ไบเกอร์แบบนี้ มันไม่ได้น่ากลัวเลย มันอิสระมาก ๆ ยิ่งเมื่อเราได้เดินทางไปถึงจุดหมายตรงหน้า ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่ก้าวออกมาจากคอมฟอร์ตโซนมาก ๆ เราหลงรักเจ้าสองล้้อคันนี้มาก ๆเลย
 คนอื่น ๆ มักจะบอกเราว่าอันตราย บ้าบิ่น ทำไม่ได้ แต่เราทำได้นะ แล้วเราก็รักมันมาก ๆ ด้วย
  เราเดินทางจาก 20 โล ไป 50 โล 100 โล กระทั่ง 200 โล จากคนที่ไม่กล้าแม้กระทั่งจะออกไปสี่แยกไฟแดง จนตอนนี้ เราอยากไปเรื่อย ๆ เลย
  เราตั้งแพลนในปีนี้เยอะมากว่าเราจะออกเดินทางให้ไกลมากกว่านี้ ไปทุกที่ที่เราอยากไป ไปด้วยใจและสองล้อแบบโซโล่ ไบเกอร์นี่แร่ะ
 นี่จะเป็นไดอารี่แรกของการเดินทางของผู้หญิงคนนึง พร้อมกับอิสระแล้วก็ตัวเอง 
 ขอบคุณนะ w175
 " ขอบคุณนะ " แด่ผู้ที่ทำให้ความฝันเราเป็นจริง 

SHARE
Writer
MiRinDreamGirl
นักเขียน
ความหวัง ความฝัน กำลังใจ และปาฎิหารย์

Comments

adindarinii
11 months ago
น่าสนุกจังเลยค่ะ เราก็ชอบเที่ยวแต่เราขับรถขับมอเตอร์ไซค์ไม่เป็นเลย 555
Reply
MiRinDreamGirl
11 months ago
ได้สิคะ ถ้าคุณชอบแนวนี้ เราเป็นเพื่อนกัน อิอิ
adindarinii
11 months ago
^_^ งั้นเอาไอดีไปเลยมั้ยคะ 555
MiRinDreamGirl
11 months ago
จัดมาค่าาาา