ร่างปวารณาปีใหม่
จริงๆอาจจะต้องขอบคุณวันนี้(หรือเปล่า?) ที่อย่างน้อยๆก็ทำให้ได้มามองภาพกว้างแบบที่มองรวดทั้งปีในช่วงสั้นๆ แต่ชั่วเสี้ยวขณะเดียวกันก็ได้ตริตรองถึงรายละเอียดของช่วงเวลาห้วงขณะต่างๆตลอดปี และเกิดขึ้นถัดไปในเวลาอันสั้นก็ยังคิดคนึงถึงอนาคตของปีนี้ เอออวยไปกับอาภรณ์ของรู้สึกปีติยินดี และเอ่อทะลักล้นปรารถนาออกมาจากห้วงรู้สึกนึกคิด

กับปี 2019 จริงๆบอกเล่ามันออกมาคงสืบย้อนไปถึง 2018 เลย ซึ่งจริงๆห้วงขณะชีวิตของพวกเรามันเชื่อมโยงมาไกลกว่านั้นแต่ปี 2018 เป็นปีที่สูญเสียอะไรไปเยอะจริงๆ 2019 จึงเป็นเหมือน after effect จากปีก่อน เป็นปีที่เคว้งคว้างกับชีวิต เคว้งคว้างจนรู้สึกได้ว่าเราแม่งไม่เหลืออะไรเลยเพราะกำลังใจนึงของชีวิต แรงบันดาลใจ แรงผลักดันครึ่งนึงที่เป็นเป้าพยายามให้แก่เราตายไปตอน 2018 ตายที่หมายถึงตายจริงๆ เพราะคนเหล่านั้นตายจริงๆ ตอนนั้นคิดว่าตายด้านไปกับรู้สึกเหล่านั้นแล้ว เครียดหรือเศร้าก็ไม่รู้สึกผิดแผกแปลกไปจากเดิม แต่ผลมันตามมาที่ 2019 ที่ผ่านมาเลยเป็นช่วงปีที่รู้สึกว่ามันยาก และอยากได้ส่วนเติมเต็มให้กับชีวิตที่มันหายไปตอนปี 2018...แต่จะขอเก็บห้วงอาลัยในตัวพวกเขาไปจนหมดสิ้นวาระของชีวิต...

ในต้นปี 2019 เราได้สร้างใครบางคนให้กลายเป็นคนสำคัญของชีวิตเราและเมื่อเราสร้างคนสำคัญขึ้นมามันก็แลกกับความหมิ่นเหม่ในการสูญเสียคนเหล่านั้นไปจากห้วงรู้สึก และสูญเสียความรู้สึกไปกับคนเหล่านั้นอีก ก็เป็นปีที่ใช้ตัวเองเป็นร่างจำแลง หรือหุ่นเชิดของความรู้สึก จนรู้สึกว่าไม่คุ้มค่ากับปลายเทอม 2 ของปี 1 ที่จำแลงของความรู้สึกนี้ได้ใช้ร่างและเผาผลาญความรู้สึกและความสุขของตัวเองไปกะบการตามหาความรู้สึกอื่นมาเติมมาเต็ม จนเสียมากกว่าได้

กลางปี 2019 สร้างความรู้สึกว่าปีนี้เป็นปีที่กดดันตัวเองมากๆ กดดันจนทุกอย่างทำออกมาก็รู้สึกแย่ และจมกับรู้สึกนั้นไปเรื่อยๆ ผ่านกลางปีมาก็รู้สึกย่ำแย่ผสมผสานกับความเคว้างคว้างที่มีหลงเหลือในตัวจนหลายครั้งก็จองจำตัวตนไว้ในฐานะของคนโง่และชื่นชมคนอื่นๆในความเก่งกาจของพวกเขา คนเหล่านั้นพัฒนาตนมาไกลในปีเดียวกันในขณะเรายังย่ำต๊อกอยู่กับที่เป็นครึ่งปี จนเริ่มจะสาปแช่งความงั่งโง่ของตัวเองและรู้สึกว่าความโดดเดี่ยวมันเริ่มมาเกาะกินตังเราอีกครั้ง เข้าห้วงปลายของปีทุกอย่างเท่าทวีคูณจนตัวเองอยากได้ใครสักคนอยู่ข้างๆกึ่งตลอดเวลา เพราะหลายครั้งจมไปกับความรู้สึกจนหลุดไปจริงๆ ถ้าหากจะมีอะไรดีขึ้นคงมีแค่ใจที่เย็นลง นิ่งและคิดตริตรองมากขึ้น มีความจงใจที่จะทำสิ่งต่างๆมากขึ้นไม่ใช่แค่หวังๆไปกับความบังเอิญและดวงตอนสอบที่มากขึ้น รอดมาได้ด้วยดวงเสมอจริงๆ ปลายปีก็กลับมาสูญเสียคนรอบตัวไปอีกครั้งสูญเสียพวกเขาไปกับความตาย และไปทรมาณตังเองอยู่ในบรรยากาศของความเป็บป่วยทรมาณและทุกข์ทนของผู้คนในโรงพยาบาล ต้องจ่อมจมอยู่ในความรู้สึกย่ำแย่ที่ไม่พึงปรารถนา รังเกลียดรู้สึกเหล่านั้นและความรู้สึกที่ทำอะไรกับรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้ จมอยู่ในภาวะร่ำไห้ เสียใจจากใครต่อใครโดยที่ตัวเองไม่มีที่ระบายออก สุดท้ายใครต่อใครก็แค่มาบอกว่า เอิร์ธ มึงต้องอยู่คนเดียวให้ได้นะ เอิร์ธ มึงหัดอยู่คนเดียวดิวะ ก็อยากจะตอบคนเหล่านั้นไปว่า กูอ่ะอยู่กับมันมาทั้งชีวิตแล้ว แต่กูแค่พูดไม่ได้ว่าที่เป็นอยู่มันเกิดจากอะไร ความจริงก็ไม่ได้พูดไปหรอกเพราะเราก็ห่วงผู้ฟังที่ต้องมาฟังความงี่เง่าของเรา แต่ก็มีคนมาอยู่ข้างตัวเกือบตลอดเวลาอยู่บ้าง ตั้งคนตัวเล็กคนนึง อย่างน้อยๆก็ไม่จมไปกับความรู้สึกแย่ๆที่เรากดดันตัวเอง ณ ขณะ ขณะเรียน และหรือเขาก็เป็นผู้ที่อยู่ข้างๆตลอด ได้บ่นสิ่งต่างๆให้กันฟังบ้างจนเราไม่รู้สึกว่าตัวคนเดียว เพราะอย่างน้อยสิ่งที่มันอัดรวบควบแน่นอยู่ข้างในเราได้ระบายออกมาบ้าง ถึงแม้เราจะอยู่ในฐานะผู้ฟังเสียเยอะก็เถอะ ไม่แน่ใจกับอะไรแบบนี้เหมือนกันแต่ สุดท้ายปลายปีใครจะคิดว่ามาจบปีในป่าเขาลำเนาไพรแบบไม่รู้จะออกไปได้มั้ย ยังดีที่มีเน็ตและแบตสำรองจำนวนมาก และอย่างน้อยๆ 2019 ก็เป็นปีที่ดูถูกตัวเองจนทำตามเป้าหมายได้สำเร็จเกือบทั้งหมด เช่นการพัฒนาตัวตนและใช้มันไปสักทางหรือการเข้ามาอยู่ในป่าตอนนี้ ก็อาจจะบอกว่าสำเร็จเกือบหมดก็จะถือว่าจบปีไปแบบหม่นๆแต่ก็ดี

ในห้วงขณะที่เข้า 2020 แล้วปรารถนาคงควรจะเอ่อล้นทะลักท่วมจากใครต่อใคร ปีนี้ก็คงภาวนาขอกับตัวเองให้หลุดพ้นจากรู้สึกแย่ๆเหล่านี้สักที อย่างที่ใครต่อใครว่า ว่าวันนี้จริงๆแค่วันธรรมดา กูก็ยังเป็นกู จึงไม่แตกไม่ต่างเดิมเท่าไรนัก จึงได้แต่ภาวนาขอกับตัวเองเหมือนที่ทำอยู่ทั้งปีว่าทำให้ดีขึ้นเถอะ เลิกคิดถึงเรื่องแย่ๆเถอะ เลิกกดดันตัวเองเถอะ เลิกดูถูกตัวเองเถอะ อะไรเหล่านี้ แล้วก็ปีนี้คงไม่ต่างอะไรไปหรอกเพราะในถ่องแท้แล้วแม้แต่เวลาก็ถูก‘เรา’กำหนดขึ้นมาเพื่อวัดระยะทางของอดีตสู่ปัจจุบันสู่อนาคต ปีใหม่จึงเป็นห้วงขณะที่ถูกผลิตสร้างโดยบางคนและย้ำเตือนความชอบธรรมมันด้วยคนหมู่มากหมู่ใหญ่เท่านั้น จึงไม่ต่างหรอก ไม่ต่างเลย จะปีนี้หรือปีที่แล้ว ชีวิตก็คือชีวิต เหมือนทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน ทุกๆวัน จึงได้แต่ขอตัวเองว่าหลุดพ้นจากความรู้สึกของตัวเองสักที กับพร่ำบ่นปรารถนาว่าอยากมีคนที่มาอยู่ข้างกายเราแบบที่เขาพร้อมจะมาอยู่มาทำมาร่วมไปกับตัวเราแบบชัดเจนสักทีนะ

ถ้าอ่านถึงตรงนี้อาจจะต้องบอกว่ามันยาวและยากที่จะเข้าใจเกินควร แต่ก็อยากจะขอบคุณทุกคนที่อ่านมันตั้งแต่ต้นจนจบ สิ่งนี้ที่อยู่ในถ้อยความนี้คือคำบอกเล่าที่สำคัญมากๆโดยบางบนอาจกล่าวว่าโพสต์เหล่านี้ไร้ค่าไร้สำคัญเลยเพราะไม่รู้จะทำไปทำไม แต่เพื่อบอกเล่าสิ่งสำคัญคงไม่มีที่ทางอื่นนำพาไป

ขอบคุณจริงๆจากใจอีกครั้งสำหรับผู้ที่อ่านมันตั้งแต่ต้นจนจบ มันคงจะหายไปในเวลาหนึ่ง อาจถูกลบหรืออาจถูกซุกซ่อนแฝงเร้นไปอยู่ในอื่นจึงขอบคุณผู้ที่อ่านมันเพราะนี่คือรู้สึก นี่คือร่างนามธรรมของตัวผมที่กลั่นมาครึ่งหนึ่งจากรู้สึกในช่วงเวลาทั้งหมดตลอดปีจนข้ามปี และอีกครึ่งหนึ่งก็ยังคงเกิดซ้ำในอื่นของตังผมที่กลับด้านซึ่งกันและกัน มันอาจจะเป็นความสุขก็ได้ ผมแค่ยังไม่แน่ใจ และผมเชื่อนะว่าคุณจะอ่านสิ่งนี้ตั้งแต่ต้นจนถึงตรงนี้ ผมเชื่อจริงๆ

ขอให้มีจงความสุขไปจนเลขวันนี้เวียนมาถึงในปีหน้า
SHARE
Writer
PJAW
Otherness
หรือ...

Comments