ล่ามที่ดี?
จากการทำงานที่ผ่านมาอีฟได้เรียนรู้ว่าล่ามที่ดี คือล่ามที่เตรียมพร้อมให้ได้มากที่สุด ทำความเข้าใจบริบทและความสำคัญ รวมถึงเป้าหมายของงานให้ดีที่สุดก่อนงานจะเริ่ม ไม่ว่าจะผ่านงานมามากขนาดไหนก็ตาม เพราะนั่นคือสิ่งที่จะทำให้เราถ่ายทอดข้อความได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนได้ใจความ

อีฟเรียนรู้สิ่งนี้จากล่ามที่มีโอกาสได้ร่วมงานด้วย
ล่ามที่เก่งคือคนที่ขอเอกสารข้อมูลจากลูกค้ามาศึกษารายละเอียดของงาน เตรียมคำศัพท์ รวมถึงดูเรื่องพื้นฐานของหัวข้อที่จะต้องล่ามมาล่วงหน้า เลยเถิดไปจนถึงศึกษาข้อมูลทาง youtube หรือช่องทางต่างๆ

จากการสังเกตล่ามที่เก่งๆ ไม่มีคนไหนเลยที่ทำงานแบบเฉพาะหน้า ทุกคนเตรียมตัว ทุกคนคาดการณ์ถึงศัพท์และหัวข้อที่น่าจะมีการพูดถึง

อย่างวันก่อนน้ำตาลคู่ล่ามของอีฟแว้บออกไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว นางกลับมาพร้อมเซ็ตเอกสาร ใบปลิวแผ่นพับที่วางไว้ให้แขกหยิบไป

เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเอกสารเหล่านั้นก็ได้ใช้จริงๆ

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ประชุมเตรียมตัวไปล่าม 
เบส (คู่ล่ามในงานนั้น) บอกอีฟว่า
“There is no such thing as being “over” prepared.”

อีฟชอบมาก จำได้ถึงทุกวันนี้ มันจริงมากเลย

ล่ามไม่ใช่ผู้วิเศษ เป็นไปไม่ได้หรอกที่เราจะรู้ทุกเรื่อง
แต่งานที่เราทำมันคือการรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า

ดังนั้นอะไรที่เตรียมได้ ต้องเตรียม
โดยเฉพาะข้อมูล
อย่างน้อยถ้าไม่รู้คำแปลแบบตรงตัว เรายังพออนุมาน คาดเดาได้จากบริบทและข้อมูลที่เราได้ศึกษามา

เพราะสิ่งที่เหนือความคาดหมายมันมีแน่นอน
เช่นงานของโครงการหลวงกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงครั้งนี้

แน่นอนเราเตรียมในส่วนของศัพท์เรื่องพันธุ์พืช
เรื่องการทำเกษตรกรรม ฯลฯ

แต่สิ่งที่เจอหลายครั้งคือคำราชาศัพท์ เพราะที่คือโครงการที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯตั้งขึ้นเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

เราอาจไม่ได้เตรียมคำราชาศัพท์ไป แต่ถ้าเราเข้าใจบริบทของงาน อย่างน้อยเราจะได้อธิบายได้ถึงความเป็นมา ความหมายของสิ่งที่ผู้พูดต้องการจะสื่อได้

หรือต่อให้ไม่รู้จริงๆ อีฟสังเกตเห็นว่าล่ามที่ดีจะถามลูกค้าหรือวิทยากรตรงนั้นเลย ยอมรับว่าไม่รู้ยังดีกว่าทำไปแบบผิดๆ หรือปล่อยให้ข้อมูลหายไปโดยไม่ถึงผู้รับ

อาจารย์นิสรา ที่อีฟนับถือเป็นครูล่ามสอนว่า ล่ามควรต้องทำให้ได้มาตรฐานเสมอ ไม่ว่าลูกค้าหรือผู้ฟังจะรู้หรือไม่ เราที่เป็นคนทำงานต้องรู้และประเมินตัวเอง

ซึ่งของพี่เรที่เป็นไอดอลล่ามมืออาชีพของอีฟบอกว่า ต้องแปลให้ได้ไม่ต่ำกว่า 96% ซึ่งสูงมากๆในงานล่ามฉับพลัน แต่อีฟเห็นมาแล้วจากพี่เรและพี่เอ๋ เบญจวรรณ อีกหนึ่งไอดอลล่ามเจ้าของอีฟด้วยเช่นกัน

จริงๆแล้วงานล่ามมีเสน่ห์ตรงที่เราขอฟีดแบ็กได้ทันทีหลังเสร็จงาน และล่ามควรใช้โอกาสตรงนั้นในการเรียนรู้ ยอมรับข้อผิดพลาด และปรับปรุงการทำงานของตัวเอง

และนั่นคือความรับผิดชอบในฐานะล่าม

สำหรับครั้งนี้ นอกจากจะได้โอกาสมาทำงานกับทีมงานที่ใจดีมากๆ น่ารักมากๆ และให้ความช่วยเหลือและแบ่งปันความรู้ให้เยอะแยะแบบไม่หวงเลยจากโครงการหลวงและสวพส.แล้ว

อีฟยังได้เรียนรู้ด้วยว่าเราจะรู้ได้ยังไงว่าคนๆนั้นเป็นล่ามที่ดีหรือไม่

เพราะสุดท้ายมันคือเรื่องเดียวเลย
คือความละเอียดและความใส่ใจ

เมื่อคุณใส่ใจและเคารพงาน
คุณจะกระตือรือร้นที่จะศึกษาและทุ่มเท
และเชื่อสิว่าลูกค้าจะมองเห็นตรงนั้นเอง
SHARE
Writer
Gentlediary
Language enthusiast
ความคิด I ความสนใจ I ความทรงจำ IG: evepiriyapa

Comments