ให้ผมเป็นเด็กหนุ่มคลั่งรักของคุณเถอะ

Time and toys
May fill my heart with joy
I'll know peace when I'm your lover boy


อากาศยามค่ำคืนที่เชียงใหม่ในฤดูหนาวเย็นสดชื่น ผมสูดกลิ่นอายลมหนาวเข้าเต็มปอด เพลิดเพลินกับแสงสีสดสวยในย่านนิมมานเหมินต์ เพลงคึกคักดังแว่วผสานกับเสียงพูดคุยอาจดับความเหงาในใจผมได้บ้าง แต่มันก็ยังไม่พออยู่ดี ผมต้องการใครสักคนที่มาเติมเต็มช่องว่างเปล่ากลวงในหัวใจดวงนี้


และเขาอยู่ตรงนั้น

ชายหนุ่มร่างเพรียวในเสื้อเชิร์ตแขนยาวพิมพ์ลายบางพลิ้ว ดูจากเข็มขัดและรองเท้าหนังราคาแพงนั่นแล้วเขาน่าจะเป็นคนมีฐานะเลยล่ะ เรือนผมสีน้ำตาลเข้มอมแดงถูกเสยขึ้นไปเผยให้เห็นโครงหน้าและสันกรามเด่นชัด รวมถึงดวงตาคมกล้าท้าทายใต้คิ้วเข้มนั่นด้วย

เขามีดวงตาที่เหมือนกับสิงโต--ป่าเถื่อน มุทะลุ พร้อมจะกระโจนเข้าใส่ทุกคนที่ทำให้เขาหงุดหงิด ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้ตัวใหญ่มาก ประมาณด้วยสายตาแล้วเขาน่าจะเตี้ยกว่าผมด้วยซ้ำแต่กลับแผ่รังสีคุกคามจนไม่ใครกล้าเข้าไปใกล้

นั่นแหละ...เหยื่อของผมในวันนี้

เขาหยิบบุหรี่มวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง คาบมันไว้หมิ่นเหม่ พยายามหาไฟแช็กเพื่อจุดมันแต่ทว่าไม่มี

"เหมือนคุณจะอยากได้ไฟแช็กนะ"

ผมบอกเขาแล้วจุดไฟที่ปลายมวนบุหรี่ให้เขา แหวนเงินของเขาดูเหมาะกันดีกับเรียวนิ้วสวย มันดูน่ามองขึ้นไปอีกเมื่อเขาคีบบุหรี่ไว้ในมือ

"ขอบคุณ"

เขาตอบสั้นๆแค่นั้น เสียงเขาแหบเล็กน้อย แต่ฟังดูแล้วเซ็กซี่เป็นบ้า ตุ้มหูเงินสะท้อนแสงไฟแช็กวาววับ มันดูเด่นเมื่ออยู่บนผิวขาวของเขา--น่ากัดชะมัด

"มาคนเดียวเหรอครับ"

ผมจุดบุหรี่สูบบ้าง แต่ไม่ใช้ไฟแช็ก--ผมคาบบุหรี่ไว้ในปาก ขยับเข้าไปใกล้เพื่อต่อเชื้อไฟจากเขา กลิ่นน้ำหอมนุ่มลึกโชยกรุ่นคละเคล้ากับกลิ่นมาร์โบโร่ 

"อืม ใช่"

ควันขมุกขมัวลอยล่องออกจากปากบางหยักสวยราวกับผู้หญิง ขัดแย้งกับดวงตาดุดันคู่นั้น เมื่อแสงนีออนกระทบเข้ามาถึงได้เห็นว่ามันเป็นสีน้ำตาล ทว่ากลับไม่มีความนุ่มนวลของสีน้ำตาลเลยสักนิด มันแข็งกร้าวราวกับหินอ่อน ปิดซ่อนกลิ่นไอความเหงาที่กำลังโชยคลุ้ง

"ผมมีร้านเหล้าดีๆแนะนำนะ ไปด้วยกันไหม?"

"ไปดิ"

เขาสบตาผมชั่ววินาทีก่อนจะตอบตกลง เรียวปากบางขยับยิ้ม ไฟกองนั้นในดวงตาโหมไหม้--เขารู้ว่าผมต้องการอะไร เกมของเราได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วินาทีนั้น



Darling, i got my trust issues
Warning, you stay away
If we meet at the rendezvous
Take me away, sunray


บาร์เหล้าลึกลับบนดาดฟ้าคือที่ที่เขาพาผมไป
ทั้งร้านตกแต่งด้วยสีขาวดำ ดูเรียบง่ายสะอาดตา นักร้องเพลงแจ๊สบรรเลงบทเพลงอ่อนหวานหลอมละลายบรรยากาศรอบตัวให้ดูเหมือนอยู่ในความฝัน--เขาที่นั่งอยู่ข้างๆก็ดูเหนือจริงเหมือนกัน

ร่างสูงโปร่งดูปราดเปรียวแต่มีกล้ามเนื้อในสัดส่วนที่พอดี ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความอ่อนหวานแบบหญิงสาวและความเข้มแข็งแบบชายหนุ่ม ดวงตาสีดำของเขาดำวาวเหมือนสีของท้องฟ้าคืนนี้ มันทอแสงเหมือนดาวคู่หนึ่ง ใครสบตาเขาคงตกหลุมพรางได้ไม่ยาก 

"ผมชื่อเจย์เดน คุณอะ?"

เขายิ้ม--ยิ้มอ่อนหวานตรงข้ามกับแววตาที่เหมือนเสือ เจ้าเล่ห์ร้อยเหลี่ยม ดูอันตรายทว่าดึงดูดให้เข้าใกล้

"หน้าออกจะตี๋ ทำไมชื่อฝรั่งวะคุณ"

ผมเบือนสายตาหลบ ก่อนจะพ่ายแพ้เขาไปมากกว่านี้ จิบของเหลวสีอำพันในแก้ว ปล่อยให้มันลวกร้อนลำคอไม่แน่ใจว่าระหว่างวิสกี้กับดวงตาคู่นั้น อะไรจะมอมเมาผมได้มากกว่ากัน

"เกิดเมืองนอกอะคุณ นี่กลับมาเยี่ยมไทยช่วงปิดเทอม"

กลิ่นน้ำหอมอ่อนจางลอยมากับสายลมยามค่ำคืนเมื่อเขาขยับตัว เป็นกลิ่นคล้ายส้มผสมกับกลิ่นไม้หอม ดูสดชื่นเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ก็เข้ากับเขาดี...

เส้นผมดำขลับดูนุ่มลื่นทิ้งตัวระอยู่กับต้นคอ สร้อยเงินเส้นหนึ่งดึงดูดสายตาให้มอง--ผมเผลอกลืนน้ำลายเข้าอีกแล้ว

เขาเองก็รู้ว่าผมกำลังมอง นัยน์ตาเรียวถึงได้เปล่งประกายวิบวับขบขันและท้าทาย 

"เรียนอยู่?"

ประเมินจากสายตาแล้วเขาน่าจะเด็กกว่าผม ใบหน้าอ่อนเยาว์ ไฟแห่งความถือดีในแววตา ราวกับว่าจะท้าทายทุกอุปสรรคที่เข้ามา ราวกับว่าโลกใบนี้คือสวนสนุก--มีแต่เด็กอายุไม่เกิน 25 เท่านั้นแหละที่มีสายตาแบบนั้น

"ปีสุดท้ายละ"

น้ำสีอำพันในแก้วเหือดหายไปแล้ว เขายกขวดรินให้เต็มแก้วอีกครั้ง ค่ำคืนอันว่างเปล่าในฤดูหนาวแบบนี้ อย่างน้อยเหล้าดีๆอาจช่วยทำให้หัวใจที่ด้านชาอุ่นขึ้น

"เด็กๆนี่ดีจัง"

ใช่--เด็กๆนี่แหละดี

ความเยาว์วัยที่ยังไม่โดนราคีแห่งผู้ใหญ่ระราน ถ้าโชคดีพอเขาจะรักษาเด็กน้อยในใจเขาไว้ได้ แต่ถ้าไม่เด็กน้อยคนนั้นจะโดนฆ่าตายด้วยมือของผู้ใหญ่น่ารังเกียจ

เหมือนกับผม

ผมที่ฆ่าเด็กน้อยคนนั้นตายไปนานแล้ว--เด็กชายชวินที่กล้าจะฝันและเชื่อมั่นในรักแท้

ไม่เชื่อใจใคร ไม่ผูกสัมพันธ์กับใคร 

นั่นแหละที่ผมเป็น

"เฮ้ ผมก็ไม่เด็กแล้วนะคุณ"

เขาโวยวาย สุ้มเสียงดูติดจะโกรธน้อยๆ แต่ก็...น่ารักดี เสือก็แค่แมวตัวใหญ่เท่านั้นแหละ

"ก็เด็กกว่าผมอยู่ดี"

ผมยิ้ม--อีกครั้งที่กระดกเหล้าเข้าปาก 

ก็ยังรู้สึกว่างเปล่าเหมือนเคย

"ให้เดา คุณน่าจะอายุสัก...25?"

"มากกว่านั้นอีกเด็กน้อย"

คิ้วของเขาขมวดมุ่น หน้าตาตลกจนผมต้องหัวเราะออกมา บางทีเขาก็ดูไร้เดียงสาและน่าเอ็นดูเหลือเกิน

"27?"

"หลอกถามอายุกันรึไง?"

"เปล่าซะหน่อย"

เขาทำแก้มป่องๆเหมือนเด็กสามขวบ ไม่เข้ากันกับเสื้อเชิร์ตสีดำและแก้วเหล้าในมือเอาซะเลย แต่นั่นแหละที่ทำให้ผมคิดว่าเขาน่ารัก--เจย์เดนน่ะ เป็นผู้ชายแบบที่ผมพ่ายแพ้เสมอ

"คุณอย่าขี้โกงดิ ผมบอกชื่อผมแล้วนะ"

"ชวิน"

"ยินดีที่ได้รู้จักนะคุณชวิน" แล้วความไร้เดียงสาในแววตาก็หายไป "ต้องเรียกพี่ไหม?" เขาใช้ดวงตาของเสือจ้องมองผม

"แล้วแต่สิ"

"งั้นไม่เรียกดีกว่า ไม่อยากเป็นน้องคุณนี่"

เขาหัวเราะเบาๆ แตะแต้มบรรยากาศรอบตัวให้สดใสเหมือนแสงสีของนิมมานยามค่ำคืน เขาดูกลมกลืนกับความสนุกสนานรอบตัว จุดประกายใครต่อใครให้ยิ้มไปกับเขา แค่มองก็เหมือนจะอบอุ่นขึ้นได้

"คุณว่าคนเราจะเหงาได้นานเท่าไรวะ"

เมื่อรุ่งเช้ามาถึง--หัวใจผมจะกลับไปว่างเปล่าเหมือนเดิม เหมือนที่เคยเป็นมาในทุกครั้ง ใครต่อใครที่เข้ามาก็เป็นเพียงแค่ฝุ่นดินเล็กน้อยที่ไม่สามารถเติมเต็มทะเลแห่งความเหงาได้

"คุณเหงาเหรอ?"

เขาเอียงคอถามเหมือนเด็กขี้สงสัย เห็นแล้วน่าบีบแก้มจัง 

"อืม มั้ง"

"อืม ผมก็เหงา"

สีดำในดวงตาดูราวกับหลุมลึกที่ไร้ก้นบึง พายุลูกหนึ่งกำลังโหมกระหน่ำอยู่ในนั้น หยาดฝนแห่งความเปล่าเปลี่ยวซึมลอดออกมาในถ้อยคำ

"ดูคนอย่างคุณไม่น่าเหงาเลยนะ"

เขาดูสดใสเกินกว่าจะเปล่าเปลี่ยว สว่างไสวจนเกินกว่าจะอยู่ในมุมมืด--ไม่เหมือนผม ความเป็นผมจะแผดเผาทุกคนให้แหลกสลาย ทั้งๆที่อยากโอบกอดใครสักคนแต่กลับลืมเลือนวิธีโอบกอดที่อ่อนโยนไปซะแล้ว

"พูดไรงั้นอะคุณ ผมโคตรเหงาเลยนะ"

เจย์เดนหัวเราะ หัวเราะทั้งที่มีแววตาแสนเศร้า เหมือนคนกำลังหลงทาง ใช่...คืนนี้เราต่างก็เป็นดาวหลงทางด้วยกันทั้งนั้น

"คุณน่าจะมีคนในชีวิตเยอะแยะ"

"มี แต่ไม่พอดีสักคน มีความหมายอะไรอะ?"

เราสบตากันท่ามกลางแสงไฟนีออนวับแวมในบาร์เหล้า เมามายด้วยน้ำจัณฑ์สีอำพันแสนขมปร่า ดึงดูดกันและกันเหมือนเป็นดวงดาวสองดวง

เขาเหงา

และผมก็เหงา

เราจะเกาะเกี่ยวกันด้วยแรงแห่งความเหงา ก่อนจะหลุดออกจากวงจรของกันและกันในวันถัดมา

"คุณบอกคุณเกิดเมืองนอก เล่าให้ฟังหน่อยดิว่าเมืองของคุณเป็นไง"

เจย์เดนหัวเราะเสียงดัง เสียงทุ้มลึกเข้ากับแซ็กโซโฟนที่กำลังแว่วหวานในร้าน แล้วเรื่องราวมากมายก็พรั่งพรูออกมาจากเรียวปากสีสด--เขาเล่ามันออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน วีรกรรมต่างๆมากมายของเด็กชายเจย์เดนทำให้ผมหัวเราะ
ให้ตายเถอะ เขาน่ะตัวแสบเลยล่ะ

"เด็กๆนี่ดีจังวะ คุณรู้ปะเวลาคุณเล่าเรื่อง ตาคุณแม่งเป็นประกายเลย"

ตอนนี้ผมกำลังน้ำตาไหลเพราะหัวเราะมากเกินไป นี่อาจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผมหัวเราะมากขนาดนี้

"เค้าถึงบอกว่ากินเด็กแล้วเป็นอมตะไงคุณ"

"จริงอะ?"

ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา--หยั่งเชิงในเรื่องที่เขาพูดออกมา เจย์เดนพรายยิ้ม ประกายตาพริบพราว

"ลองดูปะล่ะ?"

แรงดึงดูดระหว่างเราทำงานอีกครั้ง เหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดกัน เหมือนพระจันทร์และดวงอาทิตย์ รู้ตัวอีกทีก็แทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างผมและเขา

"ถ้าคุณไม่ผลักผมออกตอนนี้ผมจะถือว่าคุณตกลงนะ?"

ผมจูบเขาแทนคำตอบ--คืนนี้หนาวเกินกว่าจะนอนคนเดียวในห้องแคบๆ...ก่อนรุ่งเช้าแห่งความเป็นจริงจะมาถึง ผมอยากปล่อยตัวให้จมอยู่ในห้วงกับฝันนี้ต่อไปอีกนิด


ปากของชวินนุ่มอย่างที่ผมคิด--มันเป็นจูบที่ร้อนยิ่งกว่าวิสกี้ที่กิน ชวินเหมือนคนกระหายน้ำ ลิ้นร้อนของเขาตักตวงเอาทุกอณูความสุขเท่าที่จะทำได้...เสื้อเชิร์ตตัวนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไปในเมื่อผมอยากจะสัมผัสผิวนุ่มลื่นใต้นั้นมากกว่า

"อืม..."

เสียงครางต่ำในลำคอดังขึ้นตอนที่ผมไล้ปลายนิ้วบนหน้าท้องแบนราบ ค้นหาและสำรวจไปทั่วทั้งผิวเนียนนั่น พึงพอใจเมื่อรับรู้ว่าเขากำลังหอบหายใจแรงยามเมื่อผมสัมผัส

"ผมชอบเวลาที่คุณครางนะ โคตรเซ็กซี่"

ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นดูวาววามฉ่ำเยิ้มเหมือนหยดน้ำผึ้ง เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เอ่อล้นด้วยความปรารถนา 

เร่งเร้า

เว้าวอน

"เจย์เดน...เริ่มมันซะทีเถอะ"

เขาร้องขอและผมก็ไม่ปฏิเสธ

ผมจูบย้ำๆบนจุดสีน่ารักบนต้นคอเขา กัดเบาๆบนไหล่ พาเขาด่ำดิ่งลงไปในห้วงลึกสุดของอารมณ์ที่ผมแอบซ่อนไว้ เราทำความรู้จักกันผ่านร่างกาย ผ่านสัมผัส ผ่านรอยจูบ กระหวัดเกี่ยวร้อยรัดกันเข้าเป็นส่วนเดียวกัน ราวกับว่าอีกฝ่ายคือที่มั่นสุดท้ายในจักรวาลกว้างอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว

"เจย์เดน...เจย์เดน..."

เสียงกระเส่าของเขาหวานแว่วในความมืดมิดยามราตรี--ผมชอบที่เขาเรียกชื่อผม ชอบที่เวลาที่เล็บคมๆของเขาจิกลงมาที่หลังผม ชอบตอนที่เขาซุกซนบนตัวผม ฟันคมๆนั่นกัดงับลงบนทุกส่วนเท่าที่จะนึกออกราวกับต้องการทิ้งร่องรอยหลักฐานเอาไว้ ราวกับว่าจะตราตรึงสัมผัสนั้นไว้ตราบนานเท่านาน

ไม่มีคำว่ารักระหว่างเรา

มีแต่ไฟร้อนแห่งความกระหายอยาก

เราต่างกอดเกี่ยวฉุดรั้งกันและกันให้ดำดิ่งลงไปในทะเลแห่งฝันอันหวานหนืดนั่นครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงเพื่อจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันในวันรุ่งขึ้น


คืนนั้นผมฝัน 

เป็นฝันที่โหดร้าย 

ผมฝันว่าโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่ผมคนเดียวในโลกที่กำลังล่มสลาย ทุกสิ่งรอบตัวปริร้าวและแหลกละเอียดเป็นฝุ่นผงก่อนที่ผมจะจมลงไปในห้วงน้ำอันมืดมิดเย็นเฉียบ ไอเย็นของมันแทรกซึมเข้ามาในผิวหนัง--ซึมลึกเข้ามาในหัวใจ

"ชวิน..."

เสียงหนึ่งเพรียกหา...เสียงอันอบอุ่นอ่อนโยน

"ชวิน..."

สัมผัสหนึ่งอุ่นวาบขึ้น...เป็นสัมผัสเดียวในความมืดมิดนั่น ฉุดกระชากผมขึ้นมาจากห้วงน้ำลึกเท่าลึก

"ฝันร้ายเหรอ?"

เจย์เดน...

เขาอยู่ตรงนั้นท่ามกลางแสงอาทิตย์อ่อนจาง แย้มยิ้มอบอุ่นไม่ต่างกัน มือของเขาข้างหนึ่งกุมมือของผมเอาไว้ และอีกข้างกำลังลูบหัวเบาๆ ดวงตาใสแป๋วมองจ้องตรงมา ดูแล้วเหมือนกับแมวตัวโตๆ

"อืม ฝันร้ายนิดหน่อยน่ะ" ผมตอบ--บีบจมูกเขาเบาๆ เช้านี้รู้สึกดีกว่าที่เคย "ตื่นมาทำไมแต่เช้า เมื่อคืนกว่าจะนอนก็ตีสี่แล้ว"

"ใช่สิ ก็คนแถวนี้ไม่ยอมให้ผมนอนซะทีนี่"

แล้วแมวตัวโตนั่นก็ชักจะเริ่มซน จมูกโด่งซุกเข้ากับแก้ม ลามเรื่อยมาที่ซอกคอ แขนแข็งแรงโอบกอดกระชับตัวผมให้แนบกับตัวเขา ผิวเปลือยเปล่าของเราสัมผัสกัน

"อ้อนผมทั้งคืนแบบนั้นใครจะอดใจไหวล่ะฮะ"

ปากนุ่มๆขยับไหวอยู่ใกล้หู ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเขางับมันเบาๆ หัวใจที่สงบราบเรียบก็ชักจะเริ่มเต้นถี่เร็วรัว

"เนี่ย...น่ารัก"

สุ้มเสียงดูชอบใจที่เห็นผมเป็นแบบนั้น--ก็นะ เสือจะกลายเป็นแมวไปได้ยังไง เจย์เดนไม่เชื่องขนาดนั้นหรอก

"ก็ไม่เห็นปฏิเสธนี่ คุณเองก็ชอบที่ผมอ้อนไม่ใช่รึไง" 

ผมดันเขาลงกับเตียง พลิกกลับเป็นฝ่ายที่อยู่เหนือเขา ดวงตาคู่นั้นดูแปลกใจทว่าท้าทายอยู่ในที 

"ครับ ชอบสิ"

เขายอมรับ มือใหญ่โอบรอบท้ายทอยแล้วรั้งผมให้โน้มตัวลงมาเพื่อจะมอบจูบอันนุ่มนวล--จูบของเขานุ่มนวลแบบนั้นเสมอ

"หิวรึยัง? เดี๋ยวพาไปหาอะไรกินดีไหม?"

ปลายนิ้วเขาไล้วนอยู่บนแก้ม สายตาของเขาดูอบอุ่น...ดีเกินกว่าจะเป็นแค่คู่นอนชั่วข้ามคืน 

"อืม ดี เริ่มหิวแล้ว"

แล้วผมก็ผละออกจากเขา ลุกไปหยิบเสื้อเชิร์ตที่วางกองแถวๆนั้นขึ้นมาใส่ อากาศยามเช้าในเชียงใหม่เริ่มจะหนาวและผมไม่อยากเป็นหวัด

"พอใส่เสื้อผมแบบนั้นแล้วคุณดูเซ็กซี่ดีจัง"

แมวตัวโตมองผมจากบนเตียง ทำตาวิบวับเหมือนเวลาเจอสิ่งของน่าสนใจ ใช่...ผมยังแปลกใหม่สำหรับเขา แต่พอพ้นวันนี้ไป เรื่องที่หมดนี้ก็จะกลายเป็นแค่หนังม้วนเก่าที่เขาไม่อยากดู

"ผ้าขนหนูอยู่ไหน จะอาบน้ำ"

"อยู่ในตู้เลยฮะ" เจย์เดนตอบพลางยิ้มตาหยี "ไม่สนใจจะอาบด้วยกันเหรอ?" เขาทำเสียงงุ้งงิ้ง ดวงตาดำดูใสแจ๋วไร้เดียงสา

"อาบกับคุณผมคงไม่ได้อาบน้ำพอดี"

พูดตัดบทแค่นั้นแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำ แปรงสีฟัน โฟมล้างหน้าของเขาวางเรียงราย ได้ยินเสียงเขาตะโกนมาแว่วๆว่าแปรงสีฟันอันใหม่อยู่ในตู้ข้างบน--ผมคงไม่ใช่คนแรกที่มาห้องนี้

ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก รู้สึกพิลึกดีเหมือนกันที่มีกลิ่นแชมพูของเขาติดกับตัว แชมพูกลิ่นพีช ดูไม่เข้ากับเขาเลย แต่ก็น่ารักดี

"รีบเช็ดผมสิชวิน เดี๋ยวไม่สบายนะ วันนี้อากาศเย็น"

ตอนที่เดินออกมาจากห้องน้ำเจย์เดนกำลังนอนขดเป็นก้อนกลมอยู่บนเตียง เขาลุกขึ้นมาจากกองหมอนและผ้าห่ม หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับผมที่เปียกอย่างเบามือ 

"คุณใจดีกับคู่นอนแบบนี้ทุกคนปะเนี่ย"

"อืมม ปกติผมใจดีกับทุกคนนะ แต่ว่านั่งเช็ดผมให้แบบนี้ยังไม่เคยทำ" เสียงของเขาอ่อนโยน "มีคุณเป็นคนแรกเลยคุณชวิน" และสัมผัสของเขาก็อ่อนโยน

แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านบางพลิ้วเข้ามาในห้อง ทอดทอและตกกระทบลงบนขนตายาวของคนตรงหน้า ดวงตาของเขาเหมือนผืนทะเลยามเมื่อตกต้องแสงของยามอรุณ

"ผมชอบแสงแดดอ่อนๆแบบนี้"

อีกไม่นานเขาจะหายไป--เหมือนกับน้ำค้างที่ระเหยหายเมื่อต้องแสงแดดยามสาย

"อืม แต่ผมไม่เคยตื่นทันเลย"

เจย์เดนดูไม่ค่อยสนใจที่ผมพูดเท่าไร เขาดูสนใจกับหน้าของผมมากกว่า ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมออกอย่างแผ่วเบา

"เป็นเด็กทำไมตื่นสาย" 

ลากเรื่อยบนเปลือกตา โครงหน้า ไล้วนบนแก้ม สายตาเต็มไปด้วยความหลงใหล

"ก็ไม่รู้จะตื่นเช้ามาทำไมนี่ครับ"

จบด้วยจูบอ่อนหวาน--ดึงผมให้จมลงในห้วงความฝันที่เหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด...ความฝันที่มีเขาอยู่ก็ดูไม่เลวเท่าไร

"เราจะเจอกันอีกได้ไหมชวิน"

เขากระซิบ...อ้อนวอนผ่านดวงตาใสแจ๋วคู่นั้น

"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?"

ผมกำลังทำผิดกฏของตัวเอง...แต่พอเห็นรอยยิ้มของเขา ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะไม่มีความหมายอะไรเลย--แสงอาทิตย์อ่อนจางส่องแสงเต้นริกๆในห้องเล็กแคบ รุ่งอรุณมาถึงแล้ว แต่ผมยังอยากฝันต่อไปอีกสักนิดก็ยังดี



SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขยันเขียน
รวมมเรื่องสั้นของเก๊าเอง จับฉ่ายกันไปเลย 55
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38, สนธยา2738

Comments

Consoling_
9 months ago
ชอบค่ะ
Reply
Sunflower38
9 months ago
ขอบคุณที่ชอบนะคะ :)