เขาตอบเราว่า “ก็ดี”
เขาตอบเราว่า ”ก็ดี”

คำถามเริ่มต้นคือ “ถามจริงๆทุกวันนี้พี่มีความสุขไหม?”
เขาตอบว่า จริงๆแล้วเขาไม่เคยมีความสุขกับการมีชีวิตอยู่เลย ทุกวันนี้ก็เฉยๆ จะเรียกว่ามีความสุขก็ไม่เชิง เพราะรู้สึกไม่พอใจกับชีวิต เขาคิดว่าความสุขของเขาคือความสงบสุข ได้นั่งนิ่งๆอยู่เงียบๆ แค่นั้น
ได้ฟังเขาตอบแบบนั้นเราก็นิ่งไป มันเหมือนเวลาของเราหยุดไปสามวิ เรากลั้นหายใจ ในสมองเรามันว่างเหมือนเวลาใส่หูฟังแต่ไม่ได้ฟังอะไร พอจบสามวินาทีที่แสนจะว่างเปล่าไป ในหัวก็ได้ยินเสียงตัวเองพูดว่า “แล้วกนูล่ะ...หนูไม่เคยเป็นความสุขของพี่เลยเหรอ...ไม่เคยเลยซักครั้งเหรอ...ทั้งๆที่เราก็อยู่กันตรงนี้” แล้วความเงียบก็ปกคลุมบทสนทนาไปสักพักจนพี่เขาคงทนไม่ไหวเลยถามเราว่าเราเงียบทำไม เราเลยถามกลับไปว่าแล้ว “แล้วหนูล่ะ อยู่กับหนูก็ไม่มีความสุขหรอ?”
เขาตอบเราว่า “ก็ดี มีหนูมันก็ดี พี่ก็ว่าแล้วว่าทำไมถึงเงียบ เพราะคำพูดน่ะเหรอ ก็ตอนอยู่ด้วยกันมันก็ดีแหละ แต่มีความสุขไหมอันนี้พี่ไม่กล้าพูดคำว่าความสุขว่ะ...”
แล้วพี่เค้าก็พูดอะไรอีกหลายคำ แต่มันไม่เข้าหูเราอีกแล้ว ในหัวเรามีแค่คำว่า “เหรอ” แล้วก็เงียบเหมือนหูดับไปเลย จนพี่เค้าคงพูดจบแล้วถึงได้ถามว่าเราเป็นอะไร
จากนั้นสมองกับร่างกายเราก็เปิดโหมตออโต้ไพล่อท เราแกล้งหัวเราะ เปลี่ยนเรื่องคุย พูดตลกบ้าๆบอๆไป ทั้งๆที่ตัวเรากำลังขนลุกทั้งร่างกาย แล้วก็รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอพร้อมด้วยขอบตาร้อนผ่าว (เฮ้อ...)
แต่โหมตอัตโนมัติของเรายังสามารถทำงานได้อย่างดีเยี่ยมจนบทสนทนาทางโทรศัพท์ของเราจบลง
เขาวางสายไปแล้ว...เรานั่งอยู่ที่เดิม
ได้แต่นั่งฟังเสียงในหัวตัวเองพูดซ้ำๆว่า
“แต่พี่คือความสุขที่สุดในช่วงชีวิตของหนูนะ...ส่วน2ปีมานี้เรามันเป็นได้แค่ ก็ดี เหรอ”

จนในที่สุดก็ตัดสินใจมาระบายออกในนี้เนี่ยแหละ
เก็บไว้คนเดียวไม่ไหวจริงๆ เพราะไม่อยากร้องไห้

หรือว่าครั้งนี้จะวนลูบไปเจ็บเหมือนที่เคยโดนทิ้งมา?

อีกแล้วหรอวะ เหมือนเห็นอนาคตยังไงก็ไม่รู้
เจ็บชะมัดเลยว่ะ
คืนนี้ก็นอนไม่หลับอีกชัวร์ๆ


SHARE
Written in this book
รักระยะไกล
Writer
MoonHill
Watercolorist, illustrator
I'm an artist who is a broken-hearted girl.

Comments