ช้า
นี่คือเเสงเเดดจริงๆ สินะ หล่อนพึมพำกับตัวเอง
 
เที่ยงนี้มีเเสงเเดด หลังจากที่หายไปหลายวัน เเสงเเดดส่งสายฝนเเละลมหนาวมาให้ภาคใต้อยู่สี่ห้าวัน บางที่ก็ตกเยอะ จนเกิดน้ำท่วม น้ำเจิ่งนอง บางที่ก็ตกน้อย เดี๋ยวเดียวก็ซึมหายไปกันพื้นดิน

พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของร้าน 
ใช่, วันอาทิตย์ ถ้าเช้าวันรุ่งขึ้นฝนไม่ตก หล่อนตั้งใจจะไปบริจาคเลือด
เเล้วก็ไปซื้อของนิดหน่อย เเละอะไรอีกนะ เเละไปหาคาเฟอีนเสพด้วย
เอาเข้าจริงๆ ก็นานเเล้วเหมือนกันที่หล่อนไม่ได้ออกไปเที่ยวข้างนอก
ค่ำเเล้วฝนก็ยังตกอยู่อย่างนั้น อาการลังเลเกิดขึ้น จะไปดีไหมนะ หรือพักผ่อนอยู่บ้านกันดีล่ะ

ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าเราไม่ทำให้มันเกิดขึ้นเราอาจจะเสียดายในตอนหลัง 
 
ประโยคจากปากโค้ชผุดขึ้นมาในหัวหล่อน
หล่อนคิดว่าถ้าพรุ่งนี้เช้าไม่มีฝน หล่อนจะพาตัวเองออกไปข้างนอก
คืนนั้นหล่อนเข้านอนเเต่หัวค่ำ เเละรอให้รุ่งเช้ามาถึง

05:00 น.
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น เสียงของมันดังมากพอที่จะทำให้หล่อนตื่น เเละตรงดิ่งไปยังหน้าต่างเปิดผ้าม่านออก เเละอมยิ้ม

เดินทางไม่ถึงสองชั่วโมงหล่อนก็ถึงคลังเลือด ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะพอสมควร 
มีร้านขายขนมสุขภาพ บันไดเลื่อนถูกนำเข้ามาใช้ เเละมีร้่านกาเเฟเปิดใหม่ 
หล่อนคิดว่าหล่อนคงไม่ได้มาที่นี่นาน นานจนหลายสิ่งหลายอย่่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น 
หล่อนเดินดูสิ่งที่เเปลกตาไป เเละตรงไปยังคลังเลือด 
วันนี้คนมาบริจาคเลือดเยอะพอสมควร หลังจากหล่อนกรอกข้อมูลเสร็จ 
เจ้าหน้าที่ก็เรียกหล่อนเข้าไปซักประวัติเพิ่มเติม จนมาสะดุดข้อที่ถามถึงการฉีดวัคซีน 
เพราะหล่อนเพิ่งได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา 
คนในบ้านหล่อนรู้ดี หล่อนถูกเเมวข่วน การบริจาคเลือดในวันนั้นจึงไม่สามารถทำได้ 
เนื่องจากผู้ที่ได้รับวัคซีนจะต้องเว้นการบริจาคเลือดไปหนึ่งปีเต็มๆ 
นั่นหมายถึงว่าเมษายนปีหน้า หล่อนถึงจะบริจาคเลือดได้อีกครั้งหนึ่ง 

"หนูบริจาคเลือดไม่ได้เเล้ว พี่หน่อย"
"อ้าว ทำไมล่ะ"

"หมอบอกว่า ถ้ามีการฉีดวัคซีนกันพิษสุนัขบ้า ต้องเว้นระยะการบริจาคเลือดไป 1 ปี"
"อ่าว จริงหรอ พี่ไม่รู้มาก่อนเลย"
" จริงค่ะ เสียใจเล็กน้อย ฮ่าๆ"

หลังจากที่รู้ว่าบริจาคไม่ได้ฉันก็เดินไปยังโซฟา เเล้วเก็บสัมภาระใส่กระเป๋าเป้ใบจิ๋วสีกรมท่า 
เดินออกจากหน่วยคลังเลือดของโรงพยาบาลด้วยสีหน้าเศร้าเล็กน้อย พร้อมกับปลอบตัวเองอยู่ในใจ

"เอาหน่า อีกปีนึง เดี๋ยวก็มาบริจาคใหม่ได้ ถ้าเขาเอาเลือดเราไปตอนนี้ เขาก้นำไปใช้ไม่ได้ เผลอๆ อาจจะอันตรายต่อผู้รับอีก"
ฉันพึมพำกับตัวเองในใจ ขณะเดินลงบันได

"หนู เเล้วกลับบ้านด้วยกันมั้ย ตอนเย็นพี่หน่อยมีธุระเเถวนั้นพอดี"
"ลูกเสร็จธุระเเล้ว คิดว่าคงกลับก่อนพี่หน่อย"
"ไม่กลับด้วยกันจริงหรอ วันนี้ร้านหนูปิดนี่ รีบกลับไปไหน"
พี่หน่อยคะยั้นคะยอฉัน

เอาจริงๆ วันนี้ร้านปิด ฉันเลยออกมาข้างนอกได้ 
ประโยคนั้นของพี่หน่อยทำเอาฉันฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา 

หรือที่ผ่านมาฉันลุกลี้ลุกลน รีบร้อนกับทุกอย่างมากไป 
เเม้ในวันที่ร้านปิด บางทีฉันควรจะปล่อยให้ชีวิตมันช้าลงบ้าง เดินช้าลงบ้าง 
ละเลียดกาเเฟช้าๆ ดื่มด่ำกับรสขม กัดคุ้กกี้อุ่นๆ เคี้ยวช้าๆ เเล้วค่อยๆ กลืนมันลงไป
ฉันตอบตกลงกับพี่หน่อย 
เอาล่ะ วันนี้ฉันจะไม่รีบร้อน 
ปล่อยให้เวลามันเดินตามฉันบ้าง 
หลังจากที่ฉันเป็นผู้ที่เดินทางตามเวลามาตลอดหลายเดือน

/.

SHARE

Comments