ผมเลือกที่จะหุบปาก
ผมหน่ะ เคยทำสิ่งนึง ที่หลายคนรู้จัก เป็นสิ่งที่คนพูดถึง เป็นสิ่งที่ผมเองคิดว่ามันยิ่งใหญ่
ผมหน่ะ เคยคิดว่ามันดี คิดว่ามันแทนความรู้สึกของคนหลายคนได้
ผมไม่ได้ เป็นคนที่คิดคนแรกหรอก มีหลายคนที่คิดแบบผม คิดในแบบเดียวกับผม ตั้งคำถามแบบเดียวกับผม 
ผมแค่เป็นตัวแทนไปพูด ผมไม่ได้เป็นคนเก่ง ผมแค่กล้า ที่จะพูดมันออกไปแทนคนที่คิดแบบเดียวกับผม
แล้วผมใช่โอกาสนั้น ทำแทนทุกคน

ใช่! ผมเอง เด็กที่เสร่อถามคำถามการศึกษา กลางงานสัปดาห์หนังสือ จนเป็นคลิปดังที่คนเห็นอยู่พักนึง
มันดังมากจนเปลี่ยนชีวิตผม เริ่มมีคนมองแปลกๆ มีคนทัก มีคนขอถ่ายรูป

ผมเขียนบทความนี้เพราะมีหลายอย่างที่ผมไม่ได้พูด 
อันที่จริง ผมก็มีชีวิตของผมนะ ก็มีชีวิตวัยรุ่นทั่วไป สนุกกับสิ่งที่มันสนุก มีมุมเด็กดี มีมุมเด็กใจแตก

มันเป็นการแสดงรึป่าว?   คือ...มันก็ไม่เชิงหรอก มันเป็นการพูดสดในงานจริงๆ
แต่!ผมเตรียมตัว ผมมีแบบแผนในการพูด ผมมีบทพูดที่เขียนแล้วท่องจำมาอย่างดี
มีทีมงาน มีตากล้อง มีการบรีฟ มีการดูว่าเราควรจะแทรกตอนไหน และที่สำคัญผมฝึกมา
จังหวะ น้ำเสียง สีหน้า เป็นสิ่งที่ผมฝึกมา และผมทำมันมานาน จะเรียกว่าผมทำมันเป็นอาชีพก็ยังได้
แต่มันเป็นสิ่งที่ผมคิดจริงๆ เป็นสิ่งที่ผมอึดอัด อยากถาม อยากรู้ อยากระบาย
ผมเลยบอกกับทุกคนมันคือของจริง

แล้วสิ่งที่ผมถนัด ที่บอกเป็นข้ออ้างว่าทำได้ดีกว่าการเรียนคืออะไร?
นี่แหละคับ ผมว่าผมพูดได้ดีที่สุดในโลกส่วนตัว 
ผมมีพ่อแม่ ที่สนับสนุนเต็มที่ ไม่ปิดกั้น ได้ทำอะไรหลายๆอย่าง ได้ลองอะไรหลายๆอย่าง
การที่ผมได้ลองทำอะไรหลายๆอย่าง มันทำให้ผมรู้ว่าผมชอบอะไรไม่ชอบอะไร 
พอไม่ชอบผมก็จะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นทันที ไม่อยากเสียเวลา เลยหาสิ่งที่ชอบใหม่
                 
           นั่นแหละครับ 
มันเลยกลายเป็นว่า คนภายนอกมองว่า ผมไม่ได้เรื่อง เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำอะไรไม่ได้ดีซักอย่าง

พออยู่ที่โรงเรียนตอน ม.ปลาย ผมเลยมีกลุ่มเพื่อนที่เหมือนเสือซ่อนเล็บ
เป็นพวกที่มีความสามารถ แต่ไม่ได้โชว์ในโรงเรียน
ด้วยความที่ว่าการประกวดแข่งขันเป็นอะไรที่วุ่นวาย เสียเวลา และน่ารำคาน
เราเลยเก็บความชอบของพวกเราไว้ 
เพื่อนผมคนนึง เล่นดนตรีเก่งมาก แต่ไม่อยากแข่งให้โรงเรียนเพราะต้องใช้เวลาซ้อมเล่นเพลงที่ไม่ได้ชอบ
เพื่อนผมคนนึง วาดรูปเก่งมาก แต่รำคานครูศิลปะที่ชอบยัดนู่นนี่ให้ทำ
เพื่อนผมคนนึง ที่เล่นบอลเก่ง แต่ก็แค่ชอบเล่น ไม่ได้อยากแข่งขันกับคนอื่น
เราเลยกลายเป็นพวกคนไร้ความสามารถ เป็นนักเรียนขยะที่มาโรงเรียนไปวันๆ ไม่ได้ขึ้นเวทีไม่ได้สร้างชื่อเสียง

มีหลายอย่างที่หลายคนไม่ได้สัมผัส เพราะผมไม่กล้าที่จะแสดงมันออกมา
มันค่อนข้างแปลกที่ผมกล้าที่จะพูดแสดงทัศนคติในที่ชุมชนใหญ่ๆ กล้าพูดพังงานสัปดาห์หนังสือ
แต่ในชีวิตจริง ผมไม่กล้าแสดงความคิดเห็นจริงๆของตัวเอง
ในสังคมจริงๆ ผมเลือกที่จะนั่งมองแล้วยิ้ม 
เพราะทันทีที่ผมพูดในสิ่งที่ผมคิด ผมกลายเป็นคนปากหมา กลายเป็นคนขวางโลก

หลังจากคลิปนั้นผ่านไป ผมได้รางวัลมากมาย ได้ตำแหน่งทางสังคม มีคนพูดถึง 
มีงานทำ เป็นวิทยากรรับเชิญ แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไป ผมไม่ได้อยากเป็นคนทำงานด้านการศึกษา
ตัวตนผมหายไป ผมแค่ชอบพูดในสิ่งที่ผมคิด ชอบทำให้คนเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากอีกมุม
แต่มันกลายเป็นว่า ผมกลายเป็นหุ่นยนต์อ่านบทความที่คนส่งมาให้ผ่านทางลำโพง
ซึ่งไม่ใช่ความคิดของผม ไม่ใช่คำพูดผม แต่เพราะแค่คนรู้จักผมเยอะ เลยหาผลประโยชน์จากผม

จนตอนนี้ผมเลือกที่จะหยุดพูด แล้วพูดให้กับคนที่เปิดใจจะฟังจริงๆ
ผมเชื่อว่า การเมือง เพศ ศาสนา เป็นเรื่องที่คุยกันได้ ถ้าคนฟังใจกว้างพอ
ในปัจจุบันผมเลิกรับงานจำพวกนี้แล้ว และเรียนอยู่ที่มหาลัยรังสิตเหมือนเด็กวัยรุ่นธรรมดา




SHARE
Writer
Punplug
speeker
for my brain

Comments