4 อย่างที่เราลืมไป
ในชีวิตทั้งชีวิตนี้ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
ทั้งเรื่องที่อยากจะจำ และเรื่องที่อยากจะลืม
มันคงไม่ง่าย และคงไม่มีพื้นที่มากพอในการจดจำเรื่องราวทุกอย่าง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม
มันก็จะมีบางอย่าง ที่เราไม่น่าจะลืม
แต่เราก็มักจะลืมมันบ่อยเกินไป 
4 อย่่่างที่เราลืมไป

1. เราลืมไป ว่าตัวเราไม่ใช่ศูนย์กลางของโลกใบนี้

หลายคนเหลือเกิน ชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลประนึงว่าทุกอย่างต้องทำตามคำสั่งของฉันเท่านั้น ! 
และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่ต้องไปถามหาหรอกว่าใคร ก็หมายถึงตัวเราเองนี้แหล่ะ
อย่าปฏิเสธเลยว่าไม่จริง ขนาดบางคนขับรถบนถนน อย่างกับถนนเป็นของ(พ่อ)ตัวเองเลย
แต่เราก็ไม่ได้มีเวลามากพอที่จะมาปรับทัศนคติของคนทุกคนหรอกนะ
แต่ก็ควรคิดดูบ้างว่า โลกนี้ไม่ได้มีแค่เราคนเดียว เรายังมีเพื่อนร่วมโลกอีกเป็นแสนเป็นล้าน
เรายังมีเพื่อนร่วมจักรวาลอีกเป็นแสนๆล้านๆกาแลคซี่ 
ดวงอาทิตย์ที่ว่าใหญ่ ก็ยังเป็นแค่จุดเล็กๆในจักรวาล
จำไว้เถอะ เรามันก็แค่จุดนึง ในพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ต่างหาก
ฉะนั้น อย่าคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของใดใด ในโลกนี้
หัดฟังคนอื่น วางอีโก้ลงบ้าง เราอาจจะเห็นความสัมพันธ์มันสวยงามขึ้นมาอีกนิด
และเมื่อไหร่ที่ความสัมพันธ์มันสวยงาม เชื่อเถอะโลกของเราก็จะสวยงาม
2. เราลืมไป ว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
คนเรามักจะหลอกตัวเองซ้ำๆ กับเรื่องบางเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องผิดหวัง
ก็แน่สิ ใครมันจะยอมรับง่ายๆกันล่ะ กับเรื่องที่ทำร้ายจิตใจเราอ่ะ
หลายๆเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่มันเกิดขึ้น เรามักจะมองข้ามความสวยงามที่มันแฝงอยู่เสมอ
แล้วมักจะไปโฟกัสแค่จุดดำๆจุดเดียวตรงนั้น จริงไหมล่ะที่ฉันบอก..
มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์หรอกนะ อย่าไปกังวล ฉันก็เป็นอย่างนั้นแหล่ะ
ต่อให้เราขึ้นชื่อว่าเป็นคนมองโลกในแง่บวกยังไงก็เหอะ ก็ยังคงความเห็นจุดดำจุดเดียวนั้นก่อนอยู่ดี
แต่ที่เราจะบอกก็คือ ความคิดหลังจากที่เรามองเห็นจุดดำนั้นต่างหาก
เราควรยอมรับความจริงที่มันเกิดขึ้นบ้าง ไม่ใช่มัวแต่เอะอะโวยวาย มันไม่ได้อะไรขึ้นมา
ลองคิดขึ้นไปอีกขั้น สิ่งที่มันเกิดขึ้นพระเจ้ากำลังสอนอะไรให้เราอยู่หรือเปล่า 
เราเข้มเเข็งขึ้นขนาดไหนหลังผ่านเหตุการณ์นั้นมา .. เราต้องตอบให้ได้ กับสิ่งที่เกิดขึ้น
เอาเวลาที่เอะอะโวยวาย ไปหากำลังใจ และวิธีแก้ไขเสียดีกว่า 
เรามีเวลาไม่มากนักหรอกนะ .. ยอมรับความจริงแล้วเดินหน้าต่อไปซ่ะ

3. เราลืมไป ว่าโลกนี้ยังมีคนใจดีอีกมากมายให้เราได้สัมผัส
ชีวิตนึงของเรา ผ่านไปวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า
ระหว่างทางเราต่างก็เเวะพัก แวะรับ และเผลอผลักใส ใครบางคนออกจากชีวิตเราเสมอ
คนบางคนก็เข้ามาเพื่อสร้างความทรงจำที่ดีๆกับเรา เดินไปกับเราจนสุดทาง
แต่ก็มีบางคนเหมือนกัน ที่ใจร้าย แต่ต้องขอบคุณเขามากกว่าที่เข้ามา
เข้ามาทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ให้เราเรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง
คนสองจำพวกนี้มักเเวะเวียนเข้ามาในชีวิตเราบ่อยครั้ง 
แต่แปลกที่เรามักจะโฟกัสแค่กับคนที่ทำให้เราเจ็บปวด .. คนที่ใจร้ายกับเรา
จนลืมไปเลยว่า โลกนี้ยังคงมีคนใจดีอีกเยอะแยะมากมาย รอให้เราเดินทางไปสัมผัส
เลิกร้องไห้งอแง แล้วจงเข้มแข็ง และออกเดินทาง ยังมีคนใจดีรอเราอยู่อีกมากมายนะ

4. เราลืมไป ว่าเราก็เก่งเหมือนกันนะ
ใช่แล้วละ ข้อสุดท้ายอยากให้เราเข้าใจ และห้ามลืมเป็นอันขาด !
หลายคนท้แแท้ และสับสนในชีวิตเหลือเกิน.. 
ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องแฟน เรื่องครอบครัว ทุกอย่างมันดูรุมเร้าไปหมด
ถ้าเจอปัญหาแบบนี้ ยากที่จะแก้แบบนี้ 
เอาล่ะ ขั้นแรกตั้งสติก่อน แล้วลองคำนวนดูว่าตั้งแต่เกิดถึงตอนนี้ กี่ปีมาแล้ว ?
แล้วลองมองย้อนกลับไป.. 
เรามาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับแล้ว
เรามาไกลเกินกว่าจะท้อถอยแล้วนะ !
ผ่านมาขนาดนี้ เก่งมากแล้วรู้ไหมฉะนั้น เราอาจจะลืมอะไรมากมายในชีวิตนี้
ก็อย่างที่บอก เราคงไม่มีพื้นที่ว่างมากพอให้จดจำทุกอย่างบนโลกใบนี้
ขนาดเรายืมเงินใครมา บางครั้งเรายังจำไม่ได้เลย (หยอกๆ)
แต่อย่าลืมข้อสุดท้ายนี้ละกัน
อย่าลืมบอกตัวเองว่า "เราก็เก่งเหมือนกันนะ"สู้ๆนะทุกคน 
เราเดินมาไกลมากแล้ว 
เหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง อาจแวะพักก่อน
หายเหนื่อยแล้วค่อยไปกันต่อ
เราจะคอยเป็นกำลังใจให้คุณอยู่เสมอนะ
ปลายทางเราอาจไม่เจอกัน
แต่ระหว่างทาง คุณยังคงเจอฉันอยู่ข้างๆแน่นอน
SHARE
Writer
Tautau
Writer
ชีวิตเทาๆ ของผู้หญิงเทาๆ

Comments