ก่อนปีใหม่


เธอปล่อยกายย้ายโยกราวลอยบนสระน้ำในค่ำคืนดื่นดาว

ผมจ้องมองฝ่ามืดมัวสลับเเสงแดงเขียวเคล้าเสียงดังกลางผับในคืนก่อนปีใหม่

ต่างจังหวัดครึกครื้นเช่นนี้เสมอเมื่อหนุ่มสาวกลับบ้านหน้าเทศกาลงานข้ามปี และเป็นนาน ๆ ที่เรียกผมให้ออกท่องราตรี

มาเจอเธอกับกลุ่มเพื่อน ๆ ที่สนุกสนานกันราวกับวันสุดท้ายของชีวิต มานั่งมองความแปลกแปร่งที่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมมนุษย์ถึงต้องแสดงออกร้อนแรงเช่นนี้

เมา สนุก หลงระเริง หรืออาจกระทำไปเพื่อหาชิ้นส่วนที่ขาดหายไปอยู่ในกระเป๋าใครบางคน

เป็นความไม่กล้าเช่นเดิมที่กดไหล่ให้นั่งนิ่ง

สบตาก็แล้ว ยิ้มก็แล้ว ทุกสัญญาณเธอรับรู้ ตอบรับ หากไม่เข้าข้างตัวเองมากนัก คงเหบือเพียงแค่ผมเดินไป สะกิดถาม เริ่มต้นสัมพันธ์ แล้วปล่อยที่เหลือนั้นเป็นเรื่องของโชคชะตา

กระโปรงฟ้าระยับขับสีขาวของชุดรัดรูปท่อนบนให้เด่น เเดนเซอร์เต้นรื่นรมณ์ นักร้องส่งเสียงปลุกเร้า คล้ายบอกให้ผมจะทำอะไรก็รีบทำเข้าก่อนเวลาจะเคลื่อนคล้อยผ่านไป

เบียร์แก้วสุดท้ายถูกทิ้งไว้ให้เหล่าแมลงหยดน้ำเกาะก่อนรวมตัวร่วงไหลลงล่าง ก่อกองชื้นบนพื้นโต๊ะ ผมไม่อาจยกดื่มกินได้ เหมือนที่ไม่อาจรวมกล้าแกร่งในใจเดินไปทักทายเธอคนนั้น

เพลงเร็วกลายเป็นช้า จากวงเล่นสดสนั่นกลายเป็นไฟล์เพลงผ่านลำโพงไร้ชีวิต ใกล้ถึงเวลาที่ต้องแยกย้าย และคงเป็นคล้ายเดิมที่ผมต้องกลับบ้านเดียวดาย

แต่ก็ไม่เป็นไร กระทำซ้ำซากมันจะกลายเป็นชินชา เหมือนกินกับข้าวแม่ที่กินอย่างไรก็อร่อยรสมือ แม้จะมีที่ดีกว่า แต่ก็ไม่ได้เท่าความผูกพัน การกลับบ้านทิ้งกายบนเตียงเหม็นหืนอาจไม่ใช่สิ่งที่อยาก แต่ก็เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้แม้จะไม่ต้องการก็ตาม

ผมลุกขึ้นเดินออกไป ไม่แม้แต่จิบสักอึกของแก้วสุดท้าย กลับไปที่รถคู่ใจคันเดิม นิสสันมาร์ชอายุห้าปี ที่เชื่อว่าอีกสิบปีที่นั่งในนั้นก็ไม่มีวันแคบ รถสามที่นั่งไม่มีทางแออัดเมื่อต้องนั่งคนเดียว

อีกไม่กี่ก้าวจะถึงที่จอดรถ เทพพลูโตคงอยากเล่นตลกก่อนนอน ส่งเธอคนนั้นเดินมาอีกทางอย่างไม่มีที่มาที่ไป ผมเดาไม่ออกว่าเธอมาจากไหน และไร้ความคิดที่จะนึกได้ว่าเธอจะไปที่ใด แต่ที่แน่ ๆ อีกไม่กี่ก้าวเธอจะเดินมาประจันหน้ากับผม

ตาจ้องตาอีกครั้ง เท้าเดินเข้าชิดใกล้ หัวใจเต้นระรัว ผมไม่รู้จะทำแบบไหน สายตาเธอยังบอกเป็นนัยว่าทำอะไรสักอย่างสิ เรารอนายอยู่~ ไม่หรอก ผมคิดไปเอง ถ้าผมจะไปทักทายก็จะได้เพียงว่างเปล่าของความรู้สึกผ่านรอยยิ้มและสายตาที่บอกว่าอยากไปให้พ้น~ เราอึดอัดที่นายมาขอพูดขอคุยแบบนี้

อีกไม่เกินสามก้าวเราคงจะต้องสวนทางแล้วหายไป

ทักดีไหม หรือปล่อยไปเหมือนที่ผ่านมา ผมถามวนไปมาในหัว ไม่กล้าหรอก เราเป็นแบบนี้ และเพราะแบบนี้เราเลยต้องเป็นแบบนี้ ส่วนลึกของผมเปล่งเสียงสะกดจิต

อีกก้าวเดียว

ผมอยู่ใกล้เธอมากกว่าที่เคยจะจินตนาการได้ เธอเอามือขึ้นมาเสยผมบริเวณหูไปด้านหลัง เผยแก้มใส ค้อมตัว ก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนเหลือบตามองมาที่ผม

เราสบตาอีกครั้ง
ถ้าไม่คิดไปเองริมฝีปากเธอเผยอยิ้มให้

ไหล่เราเกือบชนกันตอนเธอสวนทางไป

และผมก็ทำเช่นเดิม ให้พระจันทร์ลอยต่ำ ให้อาทิตย์สวนขึ้้น ให้เป็นไปตามที่มันควรจะเป็น ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เหนี่ยวรั้ง ไม่แม้จะคิดและพยายาม

ดอกไม้อาจเกิดมาเพียงเพื่อถูกเด็ดแล้วเฉาไป ความหวังอาจผุดพรายขึ้นมาเพื่อทำให้ดวงตาประกายดับมอด

บางความสุขไม่ได้อยู่ที่การครอบครอง และการนั่งจ้องมองอาจเป็นขีดสุดความสัมพันธ์ของคนบางคน
.
.
.
เธอผ่านไปแล้ว

แม้หัวใจจะยังระทึกกับการได้ใกล้เธอ
ซ่านซึมกับกลิ่นกายอ่อนละมุมที่พึ่งผ่านไปเมื่อตะกี้

แต่ทุกอย่างก็กำลังหายไป

ผมเดินถึงรถเล็กคันใหญ่ของผม ล้วงมือกดกุญแจ แสงไฟกะพริบตอบรับอนุญาตให้เปิดประตู

แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเข้าสู่วนวังเดิม
สายลมเย็นก็พัดผ่านเอาเสียงนั้นลอยมา

"โทษนะคะ พี่ชายปอนด์ใช่ไหมคะ" เสียงเธอเรียกทัก

ผมหันควับกลับไปตามต้นกำเนิดเสียงนั้น
.
เธอคนนั้นยืนนิ่งยิ้มมาที่ผม
เราตาจ้องตากันอีกครั้ง
.
.
.
.
ต่างกันตรงที่วินาทีจากนี้ต่อไป
ชีวิตผมจะไม่เหมือนเดิม...
.
.
.
#เหี้ยมึงมันโชคดีเหี้ยๆ
#เรื่องสั้นตะวันแดงฯ
SHARE
Writer
imonkey7
Unfinished Writer
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments