[บันทึกช่วยจำ] รีวิวทุกๆ สิ่งในปี 2019
ภาพรวม 2019/2562
หมวดการงานและอาชีพ
- หลังจากที่ปีที่แล้วคือการออกกองถ่ายหนังหน่าฮ่าน และก็เป็นปีแรกที่ทำกับ Bearcave Studio ที่มีโปรเจคขึ้นเอาไว้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ปีนี้มันเลยเป็นปีที่เราจะต้องมาตบตีกับคนที่ทัศนคติไม่ดีในการทำงานใน "หน่าฮ่าน" และมาทำลายกำลังใจตัวเองกับการสร้างโปรเจคใหม่ๆ และมันไม่เคยได้ทำต่อตอนที่ทำกับ Bearcave Studio ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิด เพราะโปรเจคนึงมันใช้ปัจจัยเยอะและเราไม่ได้เป็นคนตัดสินใจทุกอย่างมันก็พร้อมจะต้องเรียนรู้และเก็บความเจ็บนี้ บอกตัวเองว่ามึงห่วย แต่ว่ามึงก็ต้องยอมรับว่าห่วยกันไป 

- พอรู้สึกว่าทำอะไรก็ไม่ได้ ขึ้นอะไรก็ล้ม เขียนอะไรก็พับ มันก็เลยทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาที่ทำงานในช่วงครึ่งปีหลังว่าเราแม่งทำเหี้ยอะไรอยู่วะ หรือกลับบ้านไปทำโรงแก้วที่ราชบุรีให้มันจบๆ กันไปดี อยู่ทุกสามวัน

- หลังจากขึ้นโปรเจคซีรีส์ทั้งยาว ทั้งสั้นไม่รอด ลองมาทำโปรเจคที่เป็นสาย Academic ดูแล้วสนุกดี ถ้าไม่มีอะไรที่รู้สึกว่าชีวิตห่วยสัส ก็คงจะได้เห็นมันออกดอกออกผลแบบจริงจังในปีหน้า

- ได้กลับมาจับโปรเจคหนังอยู่ประมาณนึงหลังจากผ่านหน่าฮ่าน ทั้งโปรเจคหนังยาว ทั้งโปรเจคหนังสั้น แล้วรวมไปถึงทำมาร์เกตติ้งหนังใหญ่เข้าโรง ที่มันต้องปรับการทำงานเยอะมากๆ คือพยายามจะทำงานแบบอบอุ่นสบายใจ แต่บางทีก็มีเรื่องที่มันสบายใจกันไปเลยดูไม่แอคทีฟ และเรียนรู้ว่าไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบไหน สายไหน ขนาดเท่าไหร่ การสื่อสารที่ถูกต้องและการเอาใจใส่มันสำคัญมากๆ เพราะมันคือเชื้อเพลิงในการไปต่อของการทำงานจริงๆ

- ดีใจที่หนังสารคดีสั้นของธีรพันธ์ "ไกลบ้าน" ที่ตัวเราเองไปช่วยโปรดิวซ์ ได้รางวัลดุ๊ก จากมูลนิธิหนังไทย รู้สึกอบอุ่นและตื้นตันแทนจริงๆ และภาวนาว่าให้มันเดินทางไปต่อในภูมิภาค และช่วยให้มันได้ฉายในวงกว้างมากขึ้น รวมไปถึงต่อยอดประเด็นต่างๆ ในหนังให้มันถูกพูดถึงต่อไป

- ได้ลองทำ Podcast แบบเต็มๆ ตัวในช่วงครึ่งปีแรก และกลับมาอีกทีในไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ส่วนที่สำคัญจริงๆ จากการลองทำ "สวรรค์ในอก" มันคือการที่จะดีลกับคอนเท้นท์และโฮสท์ที่จะมาจัดรายการได้ยังไงบ้าง เพราะทุกอย่างที่ทำแม้ว่ามันจะมาด้วยใจและพร้อมจะทำอะไรด้วยกัน แต่ท้ายที่สุดมันก็มีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้เยอะมาก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เรียนรู้เอาไว้ และเตรียมเอาไว้สำหรับโอกาสหน้าถ้าจะได้ทำ ซึ่งเอาเข้าจริงก็มีในใจอยู่ประมาณนึงละ แน่นอนว่าไม่ใช่รายการที่จะทำเงินได้

- ส่วน ปัจจุบันDon't Panic Bkk ก็มีรายการของเกมส์กับเบนโล ที่มาจอยด้วยกันก็คือรายการ ฟิล์มทอล์ค ถอกหนัง ซึ่งเราชอบมากเพราะมันคือรายการที่พูดถึงหนังแบบเชิงลึกจริงๆ แถมมันฟังเวลาไหนก็ได้ ไม่ได้ยึดโยงกับบริบทปัจจุบันมาก ถือว่าแฮปปี้ที่ได้มีรายการนี้อยู่ในช่อง

- แต่ถ้าพูดถึงอีกอันคือการไปแจมกับ Gettalks กับแซมในการช่วยกันคิด ดูภาพรวมของรายการต่างๆ มันสปาร์คจอยเรามากๆ แบบดีใจและมีความสุขที่ได้ไปพูดคุยและช่วยพัฒนากันจริงๆ เหมือนตัวเองยังมีประโยชน์กับคนรอบข้าง รวมถึงระบบนิเวศของคนทำคอนเท้นท์ และปีหน้าหวังว่าจะเป็นปีที่ดีของ Gettalks แน่นอน

- มาเป็น Co-Host ของ Podcast รายการหนังอย่าง "วันวันฉันดูอะไร" ที่ทำกับโอ๊ต, น้องบิ๊ก และ ก็น้องจั่น ถือว่าได้รีแคปหนังที่ได้ดูมา แล้วก็กระตุ้นให้เราดูอะไรที่กว้างขึ้น และได้แชร์สิ่งอื่นๆ กับคนอื่นๆ มากขึ้นด้วย

- ส่วน Midlife ของพี่พุฒิ ก็ได้มาทำในส่วนของคนดูแลเรื่องมาสเตอร์ริ่ง ที่ทำให้เสียงมันโอเคขึ้น รวมไปถึงชวนพี่พุฒิคุยในเรื่องเทปก่อนๆ และคอนเท้นท์ที่จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ และหวังว่ามันจะชวนติดตามในระยะยาวเหมือนกัน เพราะรายการนี้มันก็เติมไฟให้เราอยู่ประมาณนึง

- สำหรับ HAL ทุกครั้งที่พี่ธัญบอกว่าจะเลิกทำแล้ว ขอให้รู้ว่าจะมีพายุเข้ามาแน่ๆ ปีนี้ถือว่าไปช่วยแกได้ไม่เยอะมาก แต่ก็ได้ไปฟิล์มมาร์เกตที่ฮ่องกงก่อนที่จะมีม็อบใหญ่ และกลับมาพร้อมกับที่พร้อมเข้าฉายอีกหลายเรื่องทั้งหนังที่ใหม่ รวมไปถึงหนังคลาสสิก และการเปลี่ยนแปลงของเฮ้าส์ RCA ที่ย้ายมาที่สามย่าน ก็อาจจะต้องมีการปรับ รวมไปถึงทดลอง อะไรบางอย่างกันประมาณนึง ซึ่งปีหน้าดูแล้วว่าอาจจะมีอะไรสนุกๆ มากขึ้นนะ ถ้าอะไรๆ มันลงตัวเพราะแกบอกว่าแกขี้เกียจทำแล้วนั่นแหละ

- อันนี้เรคคอร์ดเอาไว้เป็นส่วนตัว ว่าหนังเรื่อง "หน่าฮ่าน" ค่าโปรดักชั่นเข้าเนื้อตัวเองไปประมาณ 321,000 บาท ด้วยเหตุผลทางด้าน "ภาษี" ถือว่าจ่ายค่าโง่กันไป

- เปลี่ยนคอมใหม่จาก Macbook Air ไปเป็น Macbook Pro ตัวเล็กแทน และคิดถูกใช้งานได้เยอะกว่าจริงๆ

หมวดการเมือง
- เลือกตั้งแล้วทุกอย่างเหมือนตอนรัฐประหาร ต่างกันที่เขียนกติกาขึ้นมาให้เผด็จการง่ายขึ้น

หมวดครอบครัวและสุขภาพ
- ต้นปีรู้ว่าย่าเป็นมะเร็งและจะอยู่ได้ไม่นาน แต่สุดท้ายย่าก็อยู่ได้นานกว่าที่ประเมินและจากไปด้วยโรคอื่น ถือว่าเป็นญาติที่ใกล้ชิดคนแรกๆ ที่จากไปซึ่งไม่รู้ว่าดีไหม แต่พอย่าจากไปแบบสงบและดูไม่มีสัญญาณเราก็ไม่ได้รู้สึกเศร้ามาก เพราะเหมือนผ่านการเตรียมใจจากการที่ย่าเป็นมะเร็งก่อนหน้านั้นไปแล้ว

- เป็นปีที่ใส่ใจกับร่างกายมากขึ้น แต่ท้ายที่สุดก็มีการป่วยเป็นระยะอยู่เรื่อยๆ เหมือนกันซึ่งอาจจะเกิดจากการที่เจอฝุ่นมากมาย มากกว่าการที่สุขภาพเสียเพราะพฤติกรรม แต่การตั้งเป้าหมายว่าจะกลับมาวิ่งได้ทุกเดือน ก็สามารถทำได้ติดต่อกันร่วม 9 เดือนถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ปีหน้าค่อยตั้งโกลใหม่ ว่าจะรักษาสุขภาพด้วยวิธีการไหนดี

- ลดน้ำหนักลงไปแตะที่ 78 กิโลได้อย่างสวยงามแบบค่อยๆ ลง และแน่นอนว่าตอนนี้มันเด้งกลับมาที่เดิมแล้ว แต่สิ่งนี้มันทำให้รู้ว่า น้ำหนักมันสามารถลงได้ และมันสามารถควบคุมได้ ปีหน้าเอาใหม่จะไม่เอาลงไปเยอะแล้ว แต่จะลงไปประมาณนึงแล้วค่อยๆ ทำให้มันเสถียรกับการใช้ชีวิตแทน

- อยากจะตั้งมั่นว่าจะวิ่งทุกอาทิตย์ติดต่อกัน 54 สัปดาห์ แต่มานั่งคิดแล้ว ยากแน่นอน แต่ก็พยายามทำดู

หมวดความสัมพันธ์
- เป็นหมวดที่มีความน่าสนใจ เพราะมันน่าสนใจจริงๆ คือรู้ตัวว่าเป็นคนที่ถ้าเจอคนที่โอเคด้วยเราก็จะคุยด้วยแบบจริงจังไปเลย แต่ถ้าคิดว่าไม่ใช่ก็จะทิ้งไปเหมือนจีนในฮาวทูทิ้ง ซึ่งมองภาพรวมแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ยังมีคนที่เราปักหมุดเอาไว้ว่าเป็นคนสำคัญในชีวิตอยู่ แต่ก็นั่นแหละ ไม่รู้ว่าเราปักหมุดคนเดียวหรือเปล่า เพราะสุดท้ายมันต้องขึ้่นอยู่กับสองคนนั่นแหละ

หมวดท่องเที่ยวและกีฬา
- เป็นปีที่ได้ออกไปต่างประเทศทั้งหมด 2 ที่ได้แก่ฮ่องกงและสิงคโปร์ โดยที่การไปฮ่องกงคือการไปงานฮ่องกงฟิล์มมาร์ทกับ HAL ส่วนการไปสิงคโปร์นั้นคือการไปดูฟุตบอลอุ่นเครื่องระหว่างสเปอร์สกับยูเวนตุส และจบที่ได้ดูแฮรี่ เคนยิงครึ่งสนามกับตาตัวเอง ประทับใจ

- จามจุรี ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นปีที่เหนื่อยมากๆ จากทีมที่ต้องมาลุ้นตกชั้นในเลกแรกเพราะใช้แกนหลักเป็นเด็กสภาพทีมไม่พร้อมสู้กับนักฟุตบอลระดับเก๋าๆ ใน T3 ตอนล่าง พอปรับทับ เปลี่ยนตัวโค้ชและเริ่มเสริมทีมใหม่ ทุกอย่างก็ดูโอเคขึ้น กลับเข้ามาในร่องในรอยและพาทีมพ้นโซนตกชั้นได้อย่างสวยงาม แต่เอาเข้าจริง ทีมอย่างจามจุรี ปีหน้าก็ต้องมาตั้งคำถามใหม่อีกว่าปีนี้จะเอายังไงดี จะลงทุนแค่ไหน และจะปรับสภาพทีมยังไงกันต่อ ซึ่งอย่าให้ลุ้นมาเลยครับ เหนื่อยจริงๆ

- สเปอร์ส ท้ายฤดูกาล 18/19 มันคือความฝันที่ปอเชสติโน่พาสเปอร์สไปถึงรอบชิงที่มาดริด แต่นั่นแหละสุดท้ายก็เกมส์โอเวอร์แพ้ลิเวอร์พูลไป แต่การจบอันดับดีพอที่จะกลับมา UCL อีกรอบก็งดงาม พาร์ทสองคือเปิดฤดูกาล 19/20 สเปอร์สปลดปอเชสติโน่ และพามูรินโญ่เข้ามา เข้าใจว่าสภาพทีมอะ มันไม่ไหวแล้ว ต้องถ่ายเลือด แต่สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนแปลง ก็หวังว่าอะไรๆ มันจะดีขึ้นในวันที่อันดับ 4 มันไม่เอาอะไรเลยกันซักทีม รวมถึงวันนี้ที่ก็ยังไม่มีใครเอาอะไรทั้งนั้น

- สเปอร์สจบอันดับเหนืออาเซนอล

หมวดสาระและบันเทิง
- เป็นปีที่ได้อ่านหนังสือมากขึ้น เพราะเริ่มปรับโหมดในการใช้ชีวิตลงตัวมากขึ้น และอาจจะเพราะไปออฟฟิศบ่อยขึ้นแบบเต็มๆ ปีเลยได้อ่านหนังสือจากการนั่งรถไปทำงานนี่แหละเป็นหลัก และอีกอย่างคือเริ่มเก็บเรคคอร์ดว่าอ่านอะไร แล้วรู้สึกยังไง มีความคิดเห็นแบบไหนบ้างแล้ว ทั้งใน Facebook และใน IG ถ้าขยันกว่านี้จะทำเพจแล้วนะ (ซึ่งอย่าเลยแค่นี้ก็ไม่มีเวลาทำอะไรแล้ว) ซึ่งหนังสือที่อ่านก็เริ่มกว้างมากขึ้น แต่โดยรวมก็ยังเป็นหนังสืิอสายชุดความรู้เป็นหลัก และค่อยมาในหมวดของความเรียงและเรื่องยาวต่างๆ ตามลำดับ ถือว่าสร้างชุดข้อมูลบางอย่างไว้ในหัวไว้เวลาจะต้องใช้งานก็จะมีข้อมูลพวกนี้กลับมาได้เลย ซึ่งตอนนี้คือยังแทบไม่ได้ใช้อะไรแบบนั้น

- ดูคอนเสิร์ตไม่เยอะมาก ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง แต่ก็ชดเชยด้วยการไปดูสแตนอัพคอมเมดี้ รวมไปถึงงานทอล์คต่างๆ มากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Ted Talk X KU หรืองานอย่าง iCreator ซึ่งถือว่าสปาร์คจอยเราประมาณนึงเลย

- สำหรับเกมส์พอมีสองเครื่อง ก็เหมือนมีภาระมากขึ้น และแน่นอนว่ามีเกมส์ที่ดองไว้มากขึ้นด้วยแต่เกมส์ที่เล่นแล้วสนุกมากเอนจอยก็คงหนีไม่พ้น Death Stranding กับ Astral Chain ที่บันเทิงมากๆ อีกทั้ง Zelda Link Awakening ก็เพลินมากสำหรับเรา เหมือนปีนี้จะสนุกกับเกมส์สาย Nintendo Switch มากกว่ายังไง ยังงั้น

- การมาของ Spotify ที่ทุ่มเทในการทำ Podcast ทำให้เราได้ฟังเพลงและ Podcast มากขึ้น ซึ่งปีนี้ที่มาแรงและชอบมากๆ คือ Salmon Podcast ที่ถือว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์เรามากขึ้น ในทางกลับกันเราฟัง The Secret Sauce น้อยลงเพราะเหมือนพอเน้นไปที่แนวทางของผู้บริหารมากขึ้น มันก็ห่างจากเรามากขึ้นเหมือนกัน แต่ในทางกลับกันเราก็เอนจอยกับซีรีส์ The Power Game เอามากๆ

- กลับมาดูหนังมากขึ้นแหละ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อาจจะเพราะว่าได้ดูหนัง/ซีรีส์เวลาที่ไปวิ่งลู่ด้วย ก็เลยเป็นอานิสงค์ในการดูอะไรที่ไม่ยาวมากไปแทน การมาของ House สามย่านทำให้เราไปดูหนังที่ house ง่ายขึ้นจริงๆ แม้ว่าจะทำรอบหนังแปลกๆ จนหนังหลายๆ เรื่องเราก็อดไปดูเพราะรอบเวลามันไม่ได้ โดยเฉพาะอนิเมชั่นที่ชอบฉายตอนเช้าๆ น่าเบื่อจริงๆ แล้วก็อีกอย่างที่นึกออก คือนอกจากรอบสื่อแล้ว แทบไม่ได้จ่ายเงินให้เมเจอร์เลย หลังๆ คือไปดู SF ที่คริสตัลราชพฤกษ์ / มาบุญครอง / SFW เป็นหลักมากกว่า เพราะรู้แล้วว่าเมเจอร์นี่อยู่ในหมวดเกินเยียวยา ทั้งฝั่งบริหารและปฎิบัติการณ์

หมวดจัดอันดับ
หนัง / ซีรีส์ / อนิเมชั่น / ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ได้ดูมาในปีที่แล้วและประทับใจ 
แบบไม่เรียงอะไรทั้งนั้น
- High Score Girl (Anime)
- The Favourite (2018)
- Andhadhun (2018)
- Fighting with My Family (2019)
- Where We Belong (2019)
- Parasite (2019)
- Ad Astra (2019)
- Designated Survivor: 60 days (2019)
- Once Upon a Time... in Hollywood (2019)
- Chief of Staff (2019)
- The Farewell (2019)
- Ford v Ferrari (2019)
- Marriage Story (2019)

หนังสือที่ประทับใจ
แบบไม่เรียงอะไรทั้งนั้น
- The Mixer เดอะ มิกเซอร์ เจาะลึกแท็กติก พรีเมียร์ลีก / Michael Cox
- เบสเมนท์ มูน / ปราบดา หยุ่น
- Paris in Pairs ปารีสบนดาวดวงอื่น / โชติกา ปริณายก
- คาเฟ่ลูส เมนูที่รักจากการเดินทาง / ฟูมิเอะ คนโด
- คิมจียอง เกิดปี 82 / Cho Nam - Joo
- ห้องลองเสื้อ / น้องนอนในห้องลองเสื้อ
- 84, Charing Cross Road ร้านหนังสือเลขที่ 84 ถนนแชริงครอสส์ / Helene Hanff
- บิเบลีย บันทึกไขปริศนาแห่งร้านหนังสือ เล่ม 1 / En Mikami
- You sadly smile in the profile picture / ธนชาติ ศิริภัทราชัย

สรุปในสรุป
ปี 2019 เป็นปีแห่งความล้มเหลวทางความรู้สึก ล้มเหลวในด้านความเชื่อในศักยภาพของตัวเอง ล้มเหลวในด้านการทำอะไรก็ตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ลดทอนคุณค่าของตัวเองผ่านงานที่ตัวเองเชื่อว่าทำได้ดีมาตลอด เป็นอยู่ในช่วงกลางของเฟสที่เหมือนจะเริ่มเป็นขาขึ้นแล้ว แต่จริงๆ มันคือรถไฟเหาะ ที่พาไปยังจุดสูงสุดอย่างช้่า แต่พาลงมาจมดินอย่างไว ชีวิตมันคือสภาพนั้นแหละสภาพของเคน ไมล์ในหนังเรื่อง Ford V Ferrari แบบที่ไม่มีคารอล แชลบี้อีกต่อไป ล้มเหลวไปคนเดียวเลยละกันมึง

สุดท้ายในความย่ำแย่และล้มเหลว 
ยังมีลมหายใจที่ดี

น่าจะประมาณนี้
ปีเก่าไม่ได้จากไหน แค่มีปีใหม่มาเติมเต็ม
แพท
30/12/2019

SHARE
Writer
patzh
False 9
a man who too passive in a relationship | podcaster | producer | footballer | supporters

Comments