Feel Good Story รวบรวมสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2019
2 ปีที่ผ่านมาพอถึงสิ้นปีเราขุดเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมาเล่า และมันก็มีแต่เรื่องแย่ ๆ หรือก่อให้เกิดความทรงจำที่ไม่ค่อยดีให้จดจำ

ปีนี้พอเถอะ สิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นก็มีนะและมีเยอะด้วยทำไมไม่เอามาเล่าบ้าง

1.ครอบครัว
ปีนี้เป็นปีที่สุขภาพพ่อกับแม่เริ่มร่วงโรยอย่างเห็นได้ชัด แม่เข่าเสื่อมต้องเข้าผ่าตัด ตอนที่พาแม่ไปตรวจกับหมอที่โรงพยาบาลรามาฯ โรงพยาบาลเดิมที่แม่เคยผ่าตัดกระดูกทับเส้นประสาทเมื่อ 10 ปีก่อน

แม่สงสัยว่าทำไมขาแม่เดินแล้วมันกะเผลก ชา และเจ็บเมื่อต้องเดินนาน ๆ แม่กลัวจะเหล็กที่ดามกระดูกสันหลังจะมีปัญหา จึงอยากให้หมอเช็คดู อาจารย์หมอคนเก่งที่เคยผ่าตัดให้แม่เข้ามาดูแลเคสเองเหมือนเดิม

หมอค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งที่ผ่าตัดไปยังดีอยู่แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ทำไมคนไข้จึงมีอาการแบบนี้ได้ หมอใช้เวลาตรวจค่อนข้างละเอียดโดยให้แม่ไปแอดมิทหนึ่งคืน เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลรัฐเพราะแม่ใช้สิทธิ์จ่ายตรงข้าราชการ

จึงหาห้องพิเศษลำบากแม่ได้นอนห้องรวม แม่บอกว่าพยาบาลสั่งไว้ว่าให้ญาติมาเฝ้าตั้งแต่เช้าเผื่อต้องเข้าห้องตรวจเร็ว เราลางานไว้ 1 วันตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อเตรียมตัวออกจากแถวสุวรรณภูมินั่งรถไฟฟ้าไปถึงโรงพยาบาลตั้งแต่ 7 โมงเช้า ซึ่งยังไม่ถึงเวลาเยี่ยม โรงพยาบาลรัฐฯ ห้องรวมจะเปิดให้เยี่ยมตอน 11 โมง- 20.00 น. สรุปพยาบาลให้เข้าไปอยู่กับแม่ในห้องรวมแค่ครึ่งชั่วโมงและให้ออก โหยยยยยแล้วพยาบาลบอกให้รีบมาทำไมเนี่ย

ในห้องรวมมีคนไข้อยู่ 4 เตียงรวมแม่เป็นคนแก่เกือบทั้งหมด คนหนึ่งน่าจะเป็นอาจารย์ยังไม่แก่มากหน้าตาบูดบึ้ง คนหนึ่งเป็นคนแก่อารมณ์ดี อีกคนเป็นคนแก่เป็นอัลไซเมอร์มีอาการหลง ๆ ลืม ๆ ตลอดเวลาและเด็ดยิ่งกว่าคือแกนอนละเมอโวยวายด่าทอคนที่บ้านอย่างหยาบคาย ตอนเราไปได้เจอลูกสาวแกมาเยี่ยม แม่กับลูกทะเลาะกันเละจนพยาบาลต้องห้ามทัพบอกลูกอย่าถือสาเพราะที่แกด่าคือแกหลงลืมไปหมดแล้ว

คนแก่อีกคนก็อารมณ์ดีมากมายรู้มาว่าแกนอนอยู่ในโรงพยาบาลมาหลายเดือนแล้วจนเป็นแผลกดทับ ทุกวันแกจะจ้างคนดูแลมาคอยปรนนิบัติวันละ 800 บาท คอยร้องเพลง บีบนวดซื้ออาหารการกินมาให้ ทำให้ได้รู้ว่าเออเว้ยมีอาชีพนี้ด้วยแฮะ

ส่วนของแม่วันนั้นใช้เวลาทั้งวันในการเข้าห้องตรวจ หมอนัดฟังผลในอีก 1 เดือนข้างหน้า พอผลออกมาสรุปแผลผ่าตัด เหล็กยังคงอยู่ในสภาพดี หมอเลยเช็คเข่าสรุปโป๊ะเชะแม่เข่าเสื่อม ตอนแรกแม่จะผ่าที่กรุงเทพฯ แต่ด้วยวันลาพักร้อนเราเหลือไม่พอไม่มีคนเฝ้า พี่ชายกับพี่สะใภ้อยากให้ไปผ่าตัดที่ต่างจังหวัดใกล้บ้านแทน ทำให้แม่ตัดสินใจกลับไปผ่าที่ต่างจังหวัดผลการผ่าตัดผ่านไปด้วยดีกระดูกทุกอย่างของแม่ยังแข็งแรง

ในขณะที่แม่ผ่าตัดผ่านไปด้วยดี พ่อก็มีปัญหาสายตามาสักระยะใหญ่ ๆ ไปหาหมอเฉพาะทางที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด หมอบอกว่าตาพ่อเป็นต้อหิน 1 ข้างรักษาไม่หายแล้วต้องหยอดตา พูดง่าย ๆ คือนับถอยหลังรอวันตาบอด ตอนนั้นใจแป้วสงสารพ่อจัง พ่อทำงานหนักมาตลอดเจอแดดเจอลม มันเศร้านะที่รู้ว่าสายตากำลังจะมืดบอดลงทีละเล็กละน้อย เราเลยคุยกับแม่เกลี้ยกล่อมให้พี่พาพ่อไปหาหมออีกโรงพยาบาลหนึ่งที่ใหญ่ขึ้น ปรากฎว่าหมอบอกรักษาได้หมอนัดผ่าตัดเดือนหน้า!

ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าหมอไม่ได้เก่งทุกคนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะหมอแค่คนเดียวบอก ไปหาหลาย ๆ หมอเพื่อยืนยัน ถ้าหากโรคร้ายรักษาไม่หายอย่างน้อยเราก็ได้พยายามที่สุดแล้ว

และการได้ดูแลพ่อแม่ในยามที่ท่านแก่ตัว เป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุขทางใจมาก โชคดีที่พ่อแม่ไม่ต้องถึงขั้นจ้างคนมาดูแล

2.เรื่องงาน
ปีนี้เป็นปีที่งานราบเรียบเอ้ยราบรื่นมาก ผลงานเด่นไม่มีทำงานแบบไม่มี direction ไม่รู้หัวหรือหางอยู่ตรงไหนทำไปทำไม? แต่อย่างน้อยก็ไม่มีปัญหาเข้ามามากนัก เรียกง่าย ๆ คือไม่เหนื่อยมาก มาทำงานชิล ๆ มีงัดข้อกับลูกน้องตัวเองนิดหน่อยแต่พอทุกอย่างผ่านไปก็ดีขึ้น หัวหน้าสอนมาว่าเป็นเราจะเป็นไม้บรรทัดไปวัดคนอื่นไม่ได้ การกระทำหรือเจตนาเราอาจจะยืนอยู่บนความถูกต้องแต่เราจะไม่ได้ใจลูกน้อง เราเลยปล่อยให้ทุกอย่างให้ผ่านไปแต่เฝ้ามองห่าง ๆ ใจหนึ่งก็อยากทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด แต่ลูกน้องก็เหมือนลูก ทิ้งเขาไว้ก็ไม่ได้ยังไงก็หอบหิ้วกันไปให้ถึงที่สุด เวลาผ่านไปเขาก็เริ่มเข้าใจว่าเราเข้มงวดกับเขาทำไมจึงทำให้บรรยากาศเริ่มดีขึ้น และวันทำงานวันสุดท้ายก่อนสิ้นปีก่อนจะกลับบ้าน เราเดินเข้าไปกอดลูกน้องและอวยพรปีใหม่พร้อมกับบอกว่าอะไรที่เคยทำให้ไม่พอใจก็ขอโทษ น้องดูตื้นตันและยิ้มให้เขิน ๆ ทำตัวไม่ถูกแต่สัมผัสได้ว่าเขาคาดไม่ถึงและสายตาที่มองกลับมามันดีขึ้นจนบอกไม่ถูก และอีกคนคือคนที่เราไม่ชอบเขาเลยเพราะเขาชอบเสี้ยมให้ทุกคนในทีมทะเลาะแตกแยกกันมากที่สุด ก่อนกลับบ้านเราเดินไปอวยพรปีใหม่และกอดเขาหนึ่งครั้งพร้อมกับบอกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาหากเราทำอะไรให้ไม่สบายใจต้องขอโทษด้วย สิ่งที่เราเห็นและสัมผัสได้คือเขายิ้มหน้าแดงและตื้นตันจนพูดไม่ค่อยออก

เราไม่สนใจว่าสิ่งที่เราทำจะทำให้เขารู้สึกอย่างไร วันที่กลับมาทำงานหลังปีใหม่เขาอาจจะไม่ได้รู้สึกดีกับเราเหมือนทุกวันที่ผ่านมาเหมือนเดิม ช่างมัน อย่างน้อยเราเอาชนะใจตัวเองให้มองข้ามความเกลียดชังได้แล้ว 

มันไม่สำคัญว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรกับเรา สำคัญที่เรารู้สึกอย่างไรกับเขาก็พอ

3.งานเสริม
เรามีงานเสริมสร้างรายได้เป็นงานฝีมือ ก่อนหน้านี้เราเน้นงานถักหมวก เสื้อผ้าเด็กตามออเดอร์อยู่ประปราย ปีนี้เป็นปีแรกที่เราแตกไลน์ไปทำที่คาดผมเด็กตอนแรก ๆ แค่กะจะทำขายตามออเดอร์เหมือนทุกครั้งแต่รู้สึกว่าหากทำแบบนี้เราคงไปต่อไม่ได้ และที่สำคัญงานมันจะต่อยอดยากและขาดการวางแผน เราเลยทำมันอย่างจริงจังเริ่มต้นจากวางแผนทำอย่างเป็นระบบ การผลิตที่เน้นการทำมือทุกขั้นตอน โชคดีที่เพื่อนรอบข้างชอบผลงานจึงสั่งซื้อเข้ามาอย่างสม่ำเสมอเราได้รายได้จากการขายเป็นหลักหมื่นด้วยระยะเวลาไม่นาน จึงคิดได้ว่าหากจะเน้นขายเราต้องลงทุนด้านแพคเกจจิ้งด้วย เราจึงหาข้อมูลโรงงานผลิตกล่องและพอดีที่น้องสาวที่เป็นญาติกันคันไม้คันมืออยากออกแบบกล่องพอดี เราจึงจ้างเขาออกแบบกล่องให้ สรุปน้องออกแบบได้สวยมากและพอได้โรงงานที่เป็นงาน ทำงานอย่างมืออาชีพคอยแนะนำ กล่องที่ได้ออกมาสวยจนใครเห็นก็ชมไม่ขาดปาก ทั้งนี้ทั้งนั้นราคากล่องที่ผลิตไปก็เอาเงินที่ได้มาจากการขายก่อนหน้านั้นมาจ่าย จึงเท่ากับว่าทุนเรายังไม่หนักเลย ตอนนี้เหลือแค่ขึ้นตอนเดียวคือวางขายอย่างเป็นทางการเท่านั้น ถ้าหากผลตอบรับดีปีหน้าคงมีอะไรสนุก ๆ ให้ทำอีกมากมายเลย

งานเสริมนี้เป็นงานในฝันที่อยากทำแต่ไม่เคยลงมือทำจริงจังเสียที ได้แค่คิดมานานและลืมไป แต่เมื่อตัดสินใจทำจริงจังมันสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะ 


ถ้าไม่ลองทำก็คงไม่รู้ว่าอะไรที่เราทำได้หรือไม่ได้ ความฝันจะเป็นแค่ความฝันและจากการลงมือลงแรงไปก็คุ้มที่เหนื่อย... ท้ายสุดการลงมือทำเป็นบิดาแห่งกฎทั้งปวงจริง ๆ ด้วย

4.เพื่อนและสังคม
ดูเหมือนหัวข้อนี้จะคะแนนนิยมน้อยสุด 55 เมื่อปีก่อนเดินออกจากชีวิตของใครหลายคนเยอะมากและเป็นเพื่อนที่คิดว่าอยู่ในจุดที่เป็นนิยามของคำว่าเพื่อนสนิท แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งคำว่าเพื่อนสนิทเป็นนิยามที่สมมติขึ้นมาเอง คิดไปเองและคาดหวังกับคำนี้มากเกินไปจนรู้สึกตัวเองทนไม่ได้ที่จะต้องทนอยู่ในจุดนั้นจึงตัดสินใจหยุดและตั้ง mindset ของตัวเองใหม่ ไม่มีคำว่าเพื่อนสนิทเพื่อนก็คือเพื่อน เพื่อนคือคนที่มีการ give and take ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกัน ไม่มีคำว่าให้มากกว่า ให้น้อยกว่า เมื่อไหร่ที่มีการ give จะต้องมีการ take เมื่อ take ก็จะต้องมี give ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเสมอ

ไม่ใช่ทุกคนมีปัญหาแต่เป็นที่ mindset เราเองที่มีปัญหาเมื่อเปลี่ยนวิธีคิดเราจึงมีความสุขกับทุกความสัมพันธ์ ไม่รู้สึกกับใครมากหรือน้อยเกินไปทุกคนเท่ากัน

เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่มีความสุขเราต้องปรับวิธีคิดเพื่อให้ตัวเองมีความสุขที่สุดก่อนและไม่เดือดร้อนใคร สุดท้าย mindset เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดวิธีคิดจะเป็นตัวกำหนดว่าเราอยากจะมีความสุขหรือทุกข์แค่ไหน

ปี 2019 เป็นปีที่ไม่ดีไม่แย่ ความทุกข์ไม่ได้น้อยลงและไม่ได้มากขึ้นแต่เรามีวิธีรับมือได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม หลายอย่างดีขึ้นมากหลายอย่างแย่ลงมากเหมือนกันแต่เรารับมือกับมันได้และเก็บเกี่ยวรายละเอียดในสิ่งต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น

อย่างน้อยเราได้บทเรียนใหม่ ๆ ไว้สอนตัวเองมากขึ้น ให้อภัยตัวเองเกี่ยวกับเรื่องในอดีตได้โดยไม่รู้สึกผิดเพราะแค่คิดว่าที่ผ่านมาเราคงย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีที่สุดได้

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่คุยกับตัวเองมากขึ้นและรู้จักตัวเองมากขึ้นชัดเจนมากขึ้นและโตขึ้นอีกปี และปี 2020 คงจะเป็นปีที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมเพราะวิธีคิดเราเปลี่ยนไปแล้ว หวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดีของทุกคนใน storylog เช่นกัน

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนในนี้ที่แวะเข้ามาเยี่ยมมาอ่านอยู่เสมอ 

และขอบคุณทีมงานที่คอยอ่านและคัดเลือกเป็น staff picked ไปหลายเรื่อง ขอบคุณพื้นที่ระบายและสังคมออฟไลน์ที่น่ารักเสมอค่ะ

รัก ^^



SHARE
Writer
KCstory
Writer
แค่อยากเขียนอะไรก็ได้

Comments

niji
2 months ago
ขอให้คุณแม่สุขภาพดีนะคะคุณกาญ สวัสดีปีใหม่นะคะ
Reply
KCstory
2 months ago
ขอบคุณค่ะคุณบี สวัสดีปีใหม่ สุขภาพแข็งแรงๆและเขียนบ่อยๆนะคะจะตามอ่านคืะ