เรื่องเล่าของพระจันทร์เสี้ยว


ท้องฟ้าเบื้องบนมืดสนิท
คงมืดกว่านี้หากพระจันทร์เสี้ยวกลายเป็นเดือนดับ

พระจันทร์สีนวลกำลังส่องแสงเล็กๆลงมา เป็นแสงที่ไม่สว่างมากนัก
แต่ก็พอที่จะทำให้ใครบางคนที่กำลังจ้องมองพระจันทร์ดวงนั้นมีรอยยิ้มด้วยความสุขสม

ตัวเรา เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่โลกไว้ใจให้มีชีวิตอยู่
พระเจ้าสร้างชีวิตนับไม่ถ้วนขึ้น สร้างโลกใบใหม่ ด้วยเวลาที่แทบจะไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์
เฝ้าขอบคุณพระเจ้าที่สร้างท้องฟ้าและดาวเคราะห์สีนวลขึ้นมา

แต่ใจร้ายไปหน่อย ที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นถูกห้ามไว้ไม่ให้ส่องแสงได้ด้วยตัวเอง
แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป อย่างน้อยก็ยังมีดาวฤกษ์ดวงใหญ่ที่ใจดี ที่มอบแสงสว่างของตัวเองให้กับดาวเคราะห์ด้วงนั้นด้วย

นับวันดวงจันทร์ยิ่งสว่าง
เช่นเดียวกันดวงจันทร์ก็ยิ่งดับมืด

ฤดูหนาวมาเยือนแล้ว
เป็นเรื่องที่ดี ที่เราสามารถมองดวงจันทร์ได้ในขณะที่ท้องฟ้ากำลังสว่าง

เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาว ไม่รู้เหมือนกันว่าจะลุกเมื่อไร
ตรงหน้าเธอเป็นบานหน้าต่างบานใหญ่
แสงอ่อนๆถูกสาดเข้ามา พร้อมกับภาพของท้องฟ้าสีฟ้า
และจันทร์เสี้ยวที่ประดับอยู่บนนั้น

เธอเฝ้ามองมันทุกวัน และทุกครั้งที่เธอว่าง
ไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็สุขใจที่ได้จ้องมอง
ราวกับว่าเธอเป็นเหมือนดั่งจันทร์เสี้ยว

ดวงจันทร์เสี้ยว ไร้สิ้นซึ่งความสมบูรณ์แบบ
แต่ด้วยความไม่สมบูรณ์แบบนั้น
พระจันทร์เสี้ยวจึงมีความหมายกับเธอเป็นอย่างมาก

สมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ
หน้ากระดาษที่วางเปล่า ถูกเติมแต้มด้วยข้อความและรูปภาพของจันทร์เสี้ยวที่ถูกวาดขึ้นด้วยมือของตัวเธอเอง

สิ่งที่ผู้คนรอบตัวเห็น ไม่มีใครรู้เลยว่าความจริงเป็นเช่นไรเธอเหมือนจันทร์เสี้ยว นั่นคือสิ่งที่เธอเป็น
สิ่งแรกคือไร้ซึ่งความสมบูรณ์แบบในสิ่งที่คาดหวัง
เธอมักคาดหวังกับตัวเองเสมอ
เช่นเดียวกันเธอก็แบกรับความคาดหวังของผู้คนเอาไว้มากเกินตัว

"ทำอะไรก็ดีไปหมด ดูสิ แค่ตวัดปลายพู่กันก็ออกมาสวยดั่งใจ"
"เก่งจัง อยากทำได้บ้าง"
"โห เก่งนะเนี่ย"
คำชมที่หลากหลายถูกมอบให้เธอผู้ไม่รู้จักตนเอง
เธอรู้แค่ว่าเธอต้องทำทุกสิ่งให้ออกมาเหมาะสมกับคำชมที่เธอได้รับ

เพราะเมื่อมันไม่สมบูรณ์แบบ เธอจะไม่รู้สึกยินดีกับคำชมเหล่านั้นเลย
ในขณะเดียวกัน เธอโทษตัวเองที่ทำได้ไม่ดีเท่ากับสิ่งที่ตนเองคาดหวังเอาไว้

เธอเกลียดความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง

เธอเป็นเด็กสาวผู้เพียบพร้อมไปด้วยรอยยิ้ม
รอยยิ้มของเธอสว่างสไหวราวกับดอกทานตะวันที่เอนเข้าหาแสงจากดวงอาทิตย์
ใครก็ตามที่ได้มองก็มักจะพลอยยิ้มตามไปด้วย
ผู้คนมองว่าเธอเป็นคนที่ร่าเริงและสดใส

กลับกัน

เธอไม่ชอบที่ตัวเองจะต้องร้องไห้ให้ผู้คนพบเห็น
เธอฝืนที่จะยิ้มอย่างสดใส ทั้งๆที่ในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

เธอเปรียบดั่งพระจันทร์ที่ถูกความมืดกลืนกินแม้จะเป็นดวงจันทร์เสี้ยว ผู้คนก็ยังคงมองเห็นแสงสว่าง
นั่นคือสิ่งที่เธอเป็น
ผู้คนสุขใจได้ด้วยแสงสว่างจากเธอ

เช่นเดียวกัน
ความมืดที่กำลังกลืนกินตัวตนของเธอ
ไม่มีใครสักคนเห็นความมืดที่กำลังคลืบคลานสักเลยสักนิด

เธออยู่ตัวคนเดียวไม่ได้
ยิ่งอยู่กับตัวเองมากเท่าไร
เธอยิ่งเศร้าหมอง

จมดิ่งลงสู่แม่น้ำลึก ที่ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของความลึกจะอยู่ไกลแค่ไหน
ร่วงหล่นลงเหวที่ไม่มีใครตามพบเจอ

คำตำหนิ และด่าทอมีมากมายเหลือเกิน
และคำเหล่านั้นมาจากตัวของเธอเอง

เธอเกลียดพระเจ้า เหตุใดพระองค์ถึงได้มอบชีวิตนี้ให้กับเธอ ไร้เหตุผล ไม่ถามเธอเลยสักนิดเดียว ว่าเธอต้องการจะใช้ชีวิตบนโลกนี้หรือไม่
ไม่มีเลย ไม่มีคำปลอบประโลมคำไหนที่สามารถดึงเธอขึ้นมาได้เลย
ความมืดครอบคลุมจิตใจ
ไม่มีเลย ไม่มีแสงสว่างจากดวงจันทร์
นี่เป็นคืนเดือนดับหรืออย่างไร ?

หรือเพราะเธอมัวแต่ก้มหน้า ไม่ยอมเงยขึ้นมองท้องฟ้าที่สดใสที่อยู่บนนั้น

ร่างเล็กนั่งกอดเข่าตัวเองอย่างโดดเดี่ยว
ผู้คนรอบกายต้องการเธอ
ในขณะที่เธอไม่ต้องการที่จะมีชีวิต

ถ้อยคำย้ำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โทษตัวเองอย่างไม่มีสิ้นสุด
ที่เกิดขึ้นมาบนโลกโง่ๆใบนี้

แสงสว่างแทรกกระทบผิวน้ำลงมาถึงความมืดในเหวของเธอ
สว่างและน่ามอง
เธอยังคงเป็นเหมือนทานตะวัน ที่เงยหน้ามองแสง

หยัดยืนขึ้นด้วยพลกำลังที่ยังหลงเหลืออยู่
ลุกขึ้นวิ่งเข้าหาแสงสว่างที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

เธอจะมีความสุขใช่มั้ย ?
เธอสมควรได้รับมันอย่างนั้นหรือ ?

'ไม่ ไม่หรอก ฉันไม่สมควรจะได้รับมัน'

ความคิดในหัวดังสะท้อนไปทั่ว ขาสองข้างที่กำลังวิ่งตรงไปข้างหน้ากลับหยุดนิ่ง
ล้มลงนั่งกับพื้น พร้อมกับน้ำตาที่สลายหายไปกับน้ำที่อยู่รอบกาย

เธอไม่สมควรได้รับมัน
เธอเหมาะสมแล้วที่จะอยู่เคียงข้างกับความเศร้า

เหมาะสมที่สุดแล้ว







SHARE
Writer
MOONara
Writer
I'm a piece the moon in dark sky I'm not perfect

Comments