หนีพ่อเที่ยว(ตอนที่1): สวนสนประดิพัทธ์
          ถ้าจะให้อธิบายความขี้หวงและเป็นห่วงสุดๆของพ่อเรา ขอกระดาษเพิ่มอีก4-5แผ่นก็ยังไม่พอที่จะเขียนอธิบายมันออกมาจนหมด เราชื่อแก้มค่ะอายุ19 อีก1ปีก็จะบรรลุนิติภาวะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ยังคงเป็นเด็กในสายตาพ่อเสมอ พ่อห้ามไม่ให้เถลไถล ห้ามกลับบ้านดึก ห้ามไปเที่ยวไกล ผิดกับเราที่เป็นคนชอบเที่ยว ชอบที่จะได้รู้จักวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือสถานที่ที่น่าสนใจ เราเข้าใจถึงความเป็นห่วงของเขา แต่ความเป็นห่วงของเขากำลังปิดกั้นไม่ให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ
          เรารวบรวมความกล้าขอพ่อไปเที่ยวทะเล พ่อมองเราปนเป็นห่วงทุกครั้งเวลาเราขอออกไปเที่ยวไกลๆ อีกทั้งช่วงนี้ยังมีข่าวฆาตกรรมบ่อยๆอีก พ่อพยักหน้าเป็นการบอกว่าอนุญาต แต่ก็มีข้อบังคับที่ว่า ห้ามกลับดึก ห้ามค้างคืน ความสุขของใครหลายๆคนคงเป็นการที่ได้ออกไปเที่ยวค้างคืนกับเพื่อน สังสรรค์ริมทะเล และได้อยู่บ้านพักริมชายหาด แต่ด้วยข้อบังคับของพ่อเราเลยทำแบบนั้นไม่ได้ ความกระหายอยากไปเที่ยวของหญิงสาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราเสิร์จที่เที่ยวในอินเตอร์เน็ตหลายชั่วโมงจนไปเจอ รถไฟนำเที่ยวสวนสนประดิพัทธ์ เป็นการเที่ยวแบบOne Day Trip ซึ่งผ่านทุกข้อบังคับของพ่อเรา
          ขบวนรถไฟนำเที่ยวสวนสนประดิพัทธ์เป็นทริปการท่องเที่ยวของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีค่าตั๋วสำหรับผู้ใหญ่และเด็กที่นั่งชั้นธรรมดา 120 บาท/คน และที่นั่งปรับอากาศ 240 บาท/คน ราคาตั๋วรวมทั้งขาไปและขากลับซึ่งถือว่าถูกมาก สำหรับการโทรจองตั๋วรถไปให้โทรไปที่ 1690 ควรเตรียมเลขบัตรประชาชนและชื่อของคนที่จะไปด้วยให้พร้อม เมื่อจองเสร็จก็จะได้เลขตั๋วให้นำไปบอกนายสถานีเพื่อรับบัตรภายใน1-2วันหลังจากการจองตั๋ว
          และวันเดินทางก็มาถึง  รถไฟนำเที่ยวจะเริ่มเดินทางจากสถานีกรุงเทพและหยุดที่สถานีนครปฐมให้นักท่องเที่ยวได้ไปนมัสการองค์ประปฐมเจดีย์ประมาณ 40 นาที เราตัดสินใจนัดกับเพื่อนไปขึ้นรถไฟที่สถานีนครปฐมเลยเพราะเราสะดวกขึ้นที่นั่นที่สุด เวลาประมาณ 7.50 นาทีเพื่อนๆก็มาถึงพระปฐมจนครบ ด้วยความหิวและเวลายังเหลืออีกเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนรถไฟจะออกเลยเดินหาร้านข้าวต้มแถวนั้นกินรองท้องเพื่อที่จะไม่หิวบนรถไฟ เมื่อกินเสร็จเรียบร้อยเราและเพื่อนก็เดินมาขึ้นรถไฟซึ่งเผื่อเวลาไว้10นาทีก่อนที่รถไฟจะออก ระหว่างที่รอรถไฟออกก็จะมีแม่ค้าหาบเร่นำอาหารและผลไม้ซึ่งถูกมัดไว้เป็นห่ออย่างดีมาขายในราคาถูก 
จุดหมายปลายทางอาจไม่ใช่ที่สุดของความงดงาม          คำพูดของพี่บอลและพี่ยอดจากรายการหนังพาไปยังคงเป็นคำพูดสรุปทุกอย่างในทริปนี้ การเดินทางไปใช้เวลา3ชั่วโมง ซึ่งค่อนข้างเลทจากเวลาที่กำหนดไว้ในตารางเวลาเดินทาง นั่งรถไฟซักพักพวกเราก็เริ่มรู้สึกเบื่อจึงหาอะไรเล่นฆ่าเวลา เปิดตัวเกมแรก'หักนิ้ว'เป็นเกมที่ให้พูดถึงของที่มีของแต่ละคนซึ่งถ้าหากใครมีของสิ่งนั้นก็ต้องหักนิ้ว ถ้านิ้วหมดก็ต้องเป็นผู้แพ้และต้องทำตามคำสั่งของคนที่เหลือนิ้วเยอะที่สุด พอจบเกมแรกก็นึกเกมที่สองไม่ออก เราเลยเล่นตบแปะกัน พยายามนั่งนึกเพลงเก่าๆตั้งแต่ตอนเด็กๆมาเล่น เพลงสุดท้ายที่เล่นตบแปะคือเพลงผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ปิดท้ายด้วยการเล่นเกมในแอปชาเย็นสลับกันทายคำไปมา พวกเราเสียงดังมากจนคนรอบข้างที่เบื่อการนั่งรถไฟก็เริ่มหันมาดูเราเล่นกันแทน ในใจเขาคงคิดว่าเล่นอะไรกันเป็นเด็กๆไปได้วัยรุ่นพวกนี้
          เมื่อรถไฟเดินทางใกล้จะถึงสถานีที่สำคัญ ๆก็จะมีนายสถานีมาประกาศข้อมูลสำคัญอย่างเช่นเวลาขึ้นรถกลับและการซื้อของฝาก รถไฟนำเที่ยวขบวนนี้จะจอดให้ลงสามที่ ที่แรกสถานีชะอำ สถานีที่สองสถานีหัวหิน และรถไฟจะไปหยุดที่สวนสนประดิพัทธ์เป็นสถานีสุดท้าย สิ่งที่เราควรจำอย่างยิ่งคือเวลากลับ เพราะถ้าหากกลับรถไฟขบวนนี้ไม่ทันก็จะไม่มีรถไฟขบวนอื่นต้องเช่ารถตู้หรือนั่งรถบัสกลับแทน นอกจากจะเสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้นแถมยังเป็นการเสียเวลาอีกด้วย
          พวกเราถึงสวนสนประดิพัทธ์เวลาประมาณ 11 โมงกว่าๆ เป็นเวลาที่คลาดเคลื่อนจากตารางพอสมควร เราต้องขึ้นรถไฟกลับเวลา15.30น. ซึ่งเหลือเวลาเที่ยวที่นี่เพียง4ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น เรารีบลงจากรถไฟเพื่อไปที่ชายหาด ที่นั้นก็จะมีแม่ค้าคอยขายเก้าอี้นั่งตัวละ20บาทอยู่ จึงเช่ามาสองตัวและหาที่ร่มๆสำหรับปูผ้าปิกนิกและเอนกายพักผ่อน
           เราเคยมาเที่ยวสวนสนประดิพัทธ์ครั้งแรกกับครอบครัว แล้วรู้สึกสงบและมีความสุขกับที่นี่มากอยากพาคนสำคัญมาเที่ยวที่ๆเราชอบให้ได้ เราเลยไปอ้อนวอนเพื่อนๆจนเพื่อนเห็นด้วยและมากับเรา นี่ถือเป็นเรื่องดีๆในปี2019ของเราเลย ชายหาดยังเงียบสงบและสะอาดเหมือนที่มาครั้งที่แล้วไม่มีผิด ของกินมีราคาที่ค่อนข้างถูกและอร่อย และยังมีทหารคอยดูแลความปลอดภัยภายในบริเวณชายหาดเพราะอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของศูนย์การทหารราบหายห่วงได้เลยเรื่องภัยอันตราย
           15.30นาที ถึงเวลาที่ต้องขึ้นรถไฟกลับ อีกใจก็ใจหายที่ถึงเวลากลับแล้วอยากอยู่ต่ออีกซักคืนแต่อีกใจก็เหนื่อยล้าอยากกลับไปนอนงีบบนรถไฟเต็มทน และเป็นไปตามคาดเพื่อนๆที่เหน็ดเหนื่อยจากการเล่นน้ำทะเลเมื่อขึ้นรถไฟก็หลับกันทันที เราที่ไม่ได้เหนื่อยจากการเล่นน้ำเพราะไม่ได้เล่นเลยทำได้แต่ใส่หูฟังเปิดเพลงที่โหลดเก็บไว้และนั่งมองเพื่อนๆหลับตลอดทาง ข้อดีของการไม่หลับของเราคือเราได้นั่งมองวิวตลอดทาง ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน เห็นสิ่งก่อสร้างที่มีช่างก่อสร้างกำลังทำงานอยู่ บางครั้งพวกเขาก็โบกมือให้คนบนรถไฟอย่างเราด้วย รถไฟจะจอดตามสถานีเป็นระยะบางครั้งก็จะมีเสียงเจื้อยแจ้วของแม่ค้าที่ต้องรีบขายของก่อนรถไฟจะออก เพื่อนของฉันสะดุ้งตัวขึ้นมาเพราะเสียงแม่ค้าขายไอศกรีมกะทิ เธอกวักมือเรียกแม่ค้าและหยิบเงินให้อย่างรวดเร็ว แอบขำในความรักการกินของเพื่อนหลับมาตั้งนานดันตื่นเพราะไอศกรีมกะทิซะได้
            รถไฟมาถึงที่สถานีนครปฐมเวลาประมาณ 6โมงเย็น เราและเพื่อนต่างแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้าน การเที่ยวครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นการเที่ยวที่สมบูรณ์แบบแถมยังนึกว่าจะมีอุปสรรคที่ทำให้ไม่อยากออกมาเที่ยวอีกอะไรแบบนั้น แต่ความเป็นจริงกลับสนุกและสุขใจอย่างไม่น่าเชื่อ ระหว่างทางเราเอาแต่นั่งคิด ถ้าบอกพ่อว่าเราจะออกทริปอีกครั้งพ่อคงห้ามแน่ๆ แต่ใครจะไปยอมกัน จะดื้อจนไปเที่ยวอีกครั้งให้ได้เลย





SHARE
Writer
Kulxviii
Little girl
โมเม้นห่วยแตกมักเกิดขึ้นกับฉัน

Comments