ประสบการณ์ไปถอนหญ้าที่สวิส


ช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา เราพอมีเวลาว่างช่วงปิดเทอมนิดหน่อย เลยอยากหาอะไรทำ
แล้วเราก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เราเคยอยากไปทำฟาร์ม แบบที่เรียกว่า wwoof 
(ความหมายคร่าวๆ ก็คือไปทำฟาร์มแลกที่อยู่ และอาหาร ได้ประสบการณ์) เพราะเราชอบทำสวน เราเคยมีสวนหน้าบ้านเล็กๆ ที่ทำเป็นงานอดิเรกในช่วงนั้น แต่ว่าในตอนนั้นแม่เราไม่อนุญาตให้ไปด้วยความเป็นห่วง

ผ่านมาจนถึงตอนนี้ เรามีประสบการณ์ในการเดินทาง และดูแลตัวเองมากกว่าเดิมนิดหน่อย เลยลองขอใหม่ดู ครั้งนี้แม่บอกว่าได้ แต่ถ้ามีเพื่อนไปด้วยก็ดี เราเลยชวน มม. เพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันหลายครั้ง มม. ไม่รู้จักโครงการนี้ แต่พออ่านรีวิวดูก็บอกว่าน่าสนใจ และตกลงที่จะไปกับเรา โดยที่เราจะได้ไปทำฟาร์มอย่างที่ต้องการ และได้ไปเที่ยวโดยใช้งบประมาณไม่มากด้วย ตอนนั้นเราตั้งงบไว้ที่สามหมื่นห้า กับเวลาสามสัปดาห์

เราและมม. นั่งคิดกันว่าจะไป wwoof ที่ไหนดี ตอนแรกถ้า มม. ไม่ไปด้วย เราว่าจะไปที่ญี่ปุ่นคนเดียว แต่พอ มม. มาด้วย มม. กล่าวว่า ถ้าจะไปทำฟาร์มทั้งที เอาแบบที่สวยๆ เหมือนฟาร์มในฝันเลยดีกว่า แบบเลี้ยงวัว มองภูเขาน้ำแข็ง ท่ามกลางป่าสน มม. เคยเล่นเกมทำฟาร์มและบอกว่าถ้าได้เหมือนในเกมก็ดี ตอนนั้นเลยลิสต์มาได้เป็น นิวซีแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส (อันนี้ไม่เกี่ยวกับฟาร์มสวย แต่เป็นประเทศในฝันของเราเฉยๆ) สุดท้ายพวกเราเลยเลือกเป็นสวิสเซอร์แลนด์ ถึงแม้จะมีรีวิวในเน็ตเพียงน้อยนิด 

ขั้นตอนถัดมา เราสมัครสมาชิกเว็บ wwoof ของสวิสเซอร์แลนด์ จ่ายค่าสมัครไปเกือบพัน เอาล่ะ เอาจริงล่ะนะ ไม่ใช่แค่พูดกันเล่นๆ แต่ก็ยังคิดกันอยู่ว่าจะได้ไปจริงหรือเปล่านะ

สมัครสมาชิกเสร็จเขาจะให้รายชื่อฟาร์มมา ให้เราเลือกฟาร์มที่อยากไปแล้วติดต่อไปหาฟาร์มนั้นๆ ตอนแรกพวกเราเลือกอย่างพิถีพิถัน ต้องมีวิวภูเขา! และก็ถ้าอยู่ใกล้สนามบินก็ดี จะได้ไม่เสียค่าเดินทางแพงมาก แล้วเราก็ส่งเมลล์ไปทีละฟาร์ม ผ่านไปวันนึง ก็มีเมลล์ตอบมาว่า เต็มจ้า อันที่วิวสวยๆ เต็มหมดแล้ว และหลายที่ก็ไม่ตอบเมลล์เรา เวลาผ่านไปอีกสักระยะ เราก็ยังไม่ได้ฟาร์มเลย มม. บอกว่า งั้นส่งไปทีละหลายๆ ที่โลด เราเลยส่งไปเป็นสิบที่ แล้วก็มีเพียงที่เดียวที่ตอบเรามา เป็นฟาร์มที่มีคำโปรยสั้นๆ สามบรรทัด ประมาณว่า เราเป็นฟาร์มแบบพึ่งตัวเอง อยู่โดดเดี่ยวบนภูเขา พวกเราเลยคิดว่า งั้นก็เอาที่นี่แหละ และนี่ก็คือ 'La solide farm' แห่ง Mont Pelerin!

เราส่งเมลล์คุยกับโฮส แต่ก็ไม่รู้จะถามอะไรบ้างดี กังวลอยู่หน่อยๆ เพราะมันไม่ค่อยมีข้อมูลอะไร เลยแนะนำตัวไป ถามว่าจะได้ทำอะไรบ้าง ที่อยู่เป็นไงบ้าง และส่งรูปเรากับมม. ไป ฝั่งโฮสก็ส่งรูปครอบครัวมาให้ เราพิจารณาจากหน้าโฮสดูใจดี ก็อุ่นใจขึ้นหน่อย โฮสบอกว่าจะให้นอนรถบ้านที่อยู่แยกจากตัวบ้านในตอนแรก แต่เรากับมม. กังวลว่าจะหนาว แล้วอยู่ไม่ได้ สุดท้ายเลยขอไปนอนห้องใต้หลังคาได้

ในขณะเดียวกันพวกเราก็หาโปรตั๋วถูกๆ ไปด้วย ช่วงนั้นไม่ค่อยมีตั๋วถูกออกมาเลย เรารอไปเรื่อยๆ จนในที่สุดได้ hkg-hel-zrh cdg-hel-bkk ของ finnair ราคาประมาณหมื่นห้า ตอนแรกมันหมื่นสาม แต่เราตัดสินใจกันช้า เพราะไม่มั่นใจว่าจะได้ไป ฟาร์มยังไม่ได้ วีซ่าก็ไม่รู้จะได้ไหม และเราเลือกเป็นกลับจากฝรั่งเศส จะได้ไปเที่ยวประเทศในฝันด้วย และเพื่อความคุ้มค่าไปอีก แวะเที่ยวฟินแลนด์ด้วยตอนทรานสิท ทริปเดียวได้เที่ยวทั้ง สวิส ฝรส และ ฟิน (ขออนุญาตใช้ตัวย่อเพื่อความสะดวกในการพิมพ์) และต้องซื้อตั๋วอีกต่อเป็น bkk-hkg ตอนแรกพวกเราว่าจะแวะเที่ยวฮ่องกงด้วย แต่ว่าตั๋วเวลานั้นมันแพงกว่านิดหน่อย เลยว่าไม่ไปดีกว่า เพราะ มม. พึ่งไปมา และคิดว่ามันไม่ค่อยมีอะไร แต่พอพวกเรามาคิดอีกทีก็เสียดายอยู่นะ มันไม่ได้เพิ่มตังค์เยอะมากเท่าไหร่

พอพูดถึงสวิสเซอร์แลนด์แล้วฟังดูสวยและแพงมาก ซึ่งในตอนนั้นเราก็คิดว่ามันดูเกินเอื้อมมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้ไปจริงๆ เรานี่สุดยอดเลย

ตอนนี้ก็ได้ตั๋วและที่อยู่แล้ว ขั้นต่อมาคือทำวีซา พวกเรากังวลกันอยู่ว่าจะผ่านหรือเปล่า ค่าทำมันแพงมาก ต้องจองคิวตั้งนาน แถมเราไม่ได้อยู่ กทม. อีก แต่สุดท้ายก็ผ่าน!! โล่งใจ

เรากับมม. ใช้ชีวิตไป ไม่ได้วางแผนอะไรกับทริปนี้เท่าไหร่ เพราะยุ่งๆ อยู่กับการอ่านหนังสือ โผล่มาอีกทีก็ตอนปิดเทอม แผนคร่าวๆ ของพวกเราก็คือ
day 1 ไปถึง เที่ยว Zurich, Luzern, Interlaken แล้วไป Murren นอนคืนนึง เพื่อซึมซับบรรยากาศภูเขาน้ำแข็งสวยๆ (เลือกที่นี่เพราะดูคนน้อย ไม่ต้องจ่ายค่าขึ้นภูเขาแพงๆ และได้เดินเขา) 
day 2 เที่ยว Murren-Gimmelwald แล้วก็ตรงไปนอนฟาร์ม เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อประหยัดค่าที่พัก ซึ่งตรงนี้ก็มีประเด็นกังวลว่าวันที่เราไป Murren ฝนจะตกไหม เพราะเราไปภูเขาได้วันเดียว ถ้าฝนตกก็คือล่ม ดูพยากรณ์กันบ่อยมากๆ กังวลว่าพายุจะเข้าไหม สุดท้ายวันที่เราไปภูเขาแจ่มใสมาก ดวงดีจริงๆ 
day 17 แพลนหลังจากฟาร์มคือไปเที่ยวต่อที่ฝรส อีก 4 วัน 
day 21 และบินไปทรานสิท แวะเที่ยว Helsinki วันนึง แล้วกลับ

แล้วค่าเดินทางไปฟาร์มมันก็แพงจริงๆ จากสนามบินซูริคไปอีกฟาก เดินทางประมาณสองชม. เราเดินทางแค่ไม่กี่วันเลยไม่ได้ซื้อพาสอะไร แต่ค้นพบวิธีการหาตั๋วลดราคา โดยใช้แอป มันจะมีขึ้นให้ว่าตั๋วบางเวลาลดราคา เราไม่ได้ซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้า มาเลือกซื้อเวลาสามทุ่มมันถูกสุดตอนรอขึ้นเครื่อง แล้วเมลล์ไปบอกโฮสก่อน แต่! บอกวันผิด เรานับวันมั่ว โฮสเลยได้ไปรอที่สถานีรถไฟก่อนวันที่เราจะไปถึงวันนึง ในขณะนั้นเรากับมม. กำลังนอนอยู่ที่ Murren โฮสเมลล์มาหาว่าไม่เห็นเจอเลย เรากับมม. ตกใจมาก และพึ่งรู้ว่าเราเขียนวันที่ผิด กลัวโฮสโกรธมาก เราไม่รู้เลยว่าโฮสจะเป็นยังไง ถ้าโดนโกรธไม่ให้ไปฟาร์มคือเราจะไม่มีที่อยู่เลย เรารีบกดเบอร์ตามที่มีในเมลล์โทรไปหาเพื่อขอโทษโฮสแต่โฮสดูไม่ได้ติดใจอะไรแล้วบอกว่าพรุ่งนี้จะไปใหม่ โล่งใจขึ้นนิดนึง

เขียนมาตั้งยาวยังไม่ถึงฟาร์มเลย
เดี๋ยวมาเขียนต่อนะ

เขียนเพิ่ม
วางกระเป๋าที่ลูเซิน
แบ่งกันเขียนแพลน
จองที่พักล่วงหน้ายกเลิกมีมี่


SHARE
Written in this book
wwoofwwoof

Comments