สารคดีของน.ส.เอ
ใกล้สอบเข้ามาแล้ว สิ่งที่เยอะกว่าความรู้ในสมองก็คือ

การบ้าน

คุณครูประดาประดังสั่งการบ้านให้ราวกับชีวิตนี้ฉันเรียนวิชาแค่ของคุณเขาคนเดียว

หนึ่งในนั้นมีการบ้านวิชาภาษาไทยที่ดูน่าสนุก(สำหรับเรา)คือ การเขียนสารคดี

ก็ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกมั้ยแต่แค่อยากเขียนสารคดีในแนวเบาสมอง--เอ๊ะ เรียกถูกมั้ยนะ

เอาเป็นว่าพอเขียนจบแล้วก็รู้สึกภูมิใจมากจนอยากจะเผยแพร่ให้ทุกคนได้อ่าน หวังว่าจะสร้างความเพลิดเพลินใจไม่น้อยให้กับคุณที่อ่านอยู่ ณ ตอนนี้


สารคดีสถานที่ท่องเที่ยวเรื่อง “ย้อนวันวานเชื่อมสะพานเกาะลอย”

"ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย" คำขวัญประจำจังหวัดที่อยู่ใกล้เมืองหลวงไม่กี่กิโลฯ ทางบูรพาประเทศ ติดทะเล และ รุ่งเรือง จะเป็นที่อื่นใดไปได้นอกจาก "จังหวัดชลบุรี" แต่ ณ วันนี้ถ้าให้เล่ากล่าวถึงทั้งจังหวัดคงร่ายยาวเป็นสิบหน้ากระดาษเป็นแน่ ขอพูดถึงสถานที่ตัวผู้เขียนและคนในอำเภอคุ้นเคยกันมายาวนานละกันนะเพื่อนเอ๋ย สถานที่นี้มีชื่อว่า "เกาะลอย อ.ศรีราชา"

เกาะลอย เกาะลอยน้ำที่มีเนื้อที่เพียง ๓ ไร่เศษ และ มีสะพานเชื่อมสัญจรระหว่างพื้นดินตัวเมือง ฟากหนึ่งบนพื้นดินมีสวนสาธารณะ อีกฟากหนึ่งที่ลอยน้ำมีวัดพุทธที่ชื่อว่า “วัดเกาะลอยศรีมหาราชา” ตามตำนานในแผ่นจารึกบนเกาะได้บอกไว้ว่า
"วัดเกาะลอย" ได้ตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.ใดไม่แน่ชัด แต่มาปรากฏตามบันทึกประวัติมีดังต่อไปนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2442 (ร.ศ.118) สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ขณะดำรงพระอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนะพระบรมราชเทวี ได้เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระตำหนักศรีมหาราชา ในระหว่างที่ประทับอยู่นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาที่ศรีมหาราชาหลายวาระ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ขออาราธนาพระสงฆ์มาอยู่จำพรรษา ณ วัดเกาะลอยฯ และได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดเสนาสนะขึ้นที่วัดเกาะลอยฯ เป็นที่พำนักสงฆ์ ต่อมาปี พ.ศ. ใดไม่ทราบ ที่พำนักสงฆ์เกาะลอย ได้รับพระราชทานวิสุงคมาสีมาเป็น “วัดเกาะลอยศรีมหาราชา”
เอาล่ะขอพักสาระกันไว้ตรงนี้ คุณผู้อ่านทั้งหลายคงได้รับความรู้หนักสมองกันไปแล้วเรามาพูดถึงอะไรให้เบาสมองกันบ้างดีกว่า ย้อนไปสมัยที่ผู้เขียนยังวัยเยาว์วัยทีข้าพเจ้ากำลังซนได้ที่ การได้ไปเยือนสถานที่แห่งนี้ทุกอาทิตย์ไม่เคยเบื่อเลยสำหรับเด็กอ้วนคนหนึ่ง ในสมัยนั้นผู้คนไม่ขวักไขว่มากนัก มีบ่อเลี้ยงเต่านับสิบตัวที่พาให้นักท่องเที่ยวและข้าพเจ้าตื่นเต้นทุกครั้งที่ไปเยือน โยนปลาหมึกอาหารอันโอชะป้อนให้เต่าแก่และไหว้เจ้าแม่กวนอิมองค์มโหฬารในเก๋งจีนที่เรียกได้ว่าจุดสำคัญบนเกาะนี้ อันที่จริงข้าพเจ้าแอบฉงนนิดหน่อย ในเมื่อเทวสถานเจ้าแม่กวนอิมเป็นของพุทธนิกายมหายานแต่ทำไมในวัดนั้นกลับมีแต่พระสงค์นิกายเถรวาทที่ไทยเรานับถือกันเยอะเชียว เอาเป็นว่าตัวข้าพเจ้าก็ไม่สามารถระบุได้ว่าที่นี่คือวัดนิกายอะไรกันแน่
ตัดคำถามไร้สาระนั้นไปเสีย---เดินขึ้นบันไดเลียบเขาเกือบร้อยขั้นจะได้เจอทิวทัศน์ทะเลที่ตัดกับฟ้าสีครามและเห็นเกาะสีชังอยู่ลิบลิ่ว มีร้านอาหารมากมายรายล้อมเกาะ ทุกครั้งที่มีเทศกาล ณ เกาะนี้ รื่นเริงและเฮฮา สองข้างทางของสะพานตั้งแต่ฟากเมืองถึงฟากเกาะเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย มีเครื่องเล่นที่ทำให้ข้าพเจ้าในวัยนั้นเชื่อว่าที่นี่เหมือนกับสวนสนุกในวัยเด็ก ย้อนกลับไปถึงฝั่งพื้นดินที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ สวนสาธารณะที่มีเครื่องเล่นสนามเด็กเล่นที่ทำให้ข้าพเจ้าได้เจอเพื่อนพบปะ-พูดคุยเพียงครั้งเดียวในชีวิต เจอกันครั้งนี้ได้พูดคุยเล่นกันแต่ครั้งหน้าพวกเรานั้นก็ไม่เคยได้เจอกันอีก แต่น่าแปลกที่ได้ไปแต่ละครั้งข้าพเจ้ามักจะได้เจอเพื่อนเล่นที่เพิ่งปะกันครั้งแรกแต่คุยกันอย่างกับสนิทสนมมาตั้งแต่โผล่ออกมาลืมตาดูโลกนี้
แต่ ณ ช่วงหนึ่งของชีวิตข้าพเจ้า ช่วงที่ตัวผู้เขียนต้องย้ายมาเรียนในเมืองและประจวบกับเกาะลอยได้ปิดเพื่อปรับปรุงครั้งใหญ่ นานเอามากที่ไม่ได้กลับไปเยือนอีก กว่าจะได้กลับไปก็ห่างหายเป็น ๗ ปี ทุก ๆ อย่างที่ได้พบเจอในวัยเยาว์ได้เปลี่ยนไป บ่อเลี้ยงเต่านับสิบได้หายไปเพราะกองทัพบกได้รับไปต่อ ลานจอดรถที่เห็นทะเลชัดเจนแปรเปลี่ยนเป็นลานพักผ่อนที่ไม่คุ้นตายิ่งนัก ผู้คนขวักไขว่กันจนแน่นไม่น่าภิรมย์ใจ เด็ก ๆ มาเล่นสนามเด็กเล่นฝั่งพื้นดินกันน้อยลง จะเหลือก็เพียงแต่เก๋งจีนเล็ก ๆ ตรงตีนเขาที่พ่อแม่มักพาไปกราบไหว้บ่อย ๆ และมักจะดุไม่ให้ข้าพเจ้าเขย่าเซียมซีเล่น กับก้อนหินชายฝั่งสวนสาธารณะที่เมื่อก่อนเป็นที่ปีนป่าย ปัจจุบันกลายเป็นที่นั่งเขียนภาพทุกครั้งที่ได้ไปเยือน

แต่จุดที่ข้าพเจ้าประทับใจก็ยังคงอยู่เยอะนัก และไม่นานมานี้เพื่อนผู้เขียนบอกว่า ฝั่งสวนสาธารณะนั้นช่วงนี้ทุกวันอาทิตย์ของสัปดาห์มักจะมีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย มาบรรเลงดนตรีวงสุนทราภรณ์และเปิดฟลอร์เต้นรำ เล่นเอาข้าพเจ้าเสียดายแทบแย่ เพลงจากวงดนตรีวงโปรดของข้าพเจ้ามาเปิดให้ทุกคนทั่วสวนได้ยินทั้งที คงดีแน่แท้ถ้าออกกำลังกายไปพร้อมกับเสียงเพลงอันไพเราะ แต่ก็หาเวลาไปเยือน ณ ที่แห่งนั้นไม่ค่อยได้นัก โตขึ้นภาระงานก็เยอะขึ้น สัญญาด้วยความสัตย์จริง หลังจากหมดภาระอันยิ่งใหญ่นี้แล้ว ข้าพเจ้าจะพกกล้องฟิล์มหนึ่งตัวพร้อมกับใจอันเต็มเปี่ยมมาท่องเที่ยวเดินลัดเลาะดูบ้านช่องในอำเภอบ้านเกิดข้าพเจ้าให้ทั่ว ให้อิ่มหนำสำราญ ให้สนุกสนานเท่ากับแรงกายที่ทุ่มให้กับกาลเวลาที่ไม่ได้ออกมาเปิดหูเปิดตานั้นเลย…..(จบ)

น.ส.เอ  ม.๕/๘ เลขที่ ๙

SHARE
Writer
summerrblue
แด่ความพยายามอันแรงกล้า
ความคิด และ ความฝันฉันถูกมอดไหม้ด้วยความเกลียดชังเพียงเพราะ การเห็นต่าง

Comments