Mind Set การเงินมั่งคั่ง
ส่วนที่ 2 :Mind Set ด้านการเงินมั่งคั่ง

ความมั่งคั่งร่ำรวยคืออะไร?
ความรวยหรือความร่ำรวยจะเริ่มนับกันที่...
การมีสินทรัพย์ของตนเอง 1 ล้านบาท

1 ล้านแรกเมื่อไหร่?

ล้านบาทแรกนี้หมายถึง
1.มูลค่าสินทรัพย์(Asset) ที่เป็นของตัวเราเองโดยหักส่วนหนี้สินออกไปแล้ว
2.เงินหรือสินทรัพย์ที่เราสร้างมาจากการทำงาน(หรือการลงทุน)ของเราเองไม่นับเงินพิเศษ เช่นมรดก หรือเงินรางวัลจากการถูกล็อตเตอรี่นะจ้ะ
ส่วนคำว่าเมื่อไหร่?นั้นหมายถึงตั้งแต่เราเริ่มทำงานได้รายได้ก้อนแรกจนถึงอายุเท่าไหร่?ที่เราจะมีเงินหรือสินทรัพย์ได้ครบจำนวน 1 ล้านบาทแรก!!!
เรื่องนี้สำคัญมากเพราะว่าความรวยนั้นมีมากมายหลายแบบ แต่แบบที่เราจะคุยกันในที่นี้คือความร่ำรวยที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเองบวกกับความรู้ความสามารถในการเก็บออมและลงทุนเป็นหลัก
แรกๆ เมื่อเริ่มทำงานรายได้อาจจะมาจากรายได้ประจำจากการทำงานโดยใช้ทักษะ ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของตัวเราเองเป็นสำคัญ
ต่อมาเมื่อเริ่มรู้จักเก็บออมได้สัก 10% ของรายได้เมื่อไหร่ก็เริ่มเข้าสู่กระแสแห่งความร่ำรวยแล้ว และหากเลือกนำเงินมาช่วยทำงาน(หมายถึงการลงทุน)เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งก็ยิ่งเข้าสู่กระแสแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยเร็วขึ้นไปอีก
แต่ไม่ว่าจะหามาเก่งเพียงไร เก็บออมได้มากเท่าไหร่ หรือแม้แต่จัดการลงทุนได้ดีเพียงใดก็ตาม ตัวชี้วัดที่คนรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายของเราใช้ในการบ่งบอกบอกว่าเรามีความมั่งคั่งร่ำรวยแล้วคือการมีเงินหรือสินทรัพย์ที่เป็นของเราครบ 1 ล้านบาทแรก!!!!

แล้วเราจะเริ่มมี 1 ล้านบาทแรกจากวิธีไหนบ้างล่ะ? มีผู้รู้บอกว่า...

ประการแรก ต้องหาเงินเก่ง ๆ
คนที่หาเงินเก่งนั้นมีหลักการง่ายๆ คือ คนที่มีความสามารถสร้างกระแสเงินสดเป็นรายรับเข้ามาจากหลายๆ ทางซึ่งอาจจะมาจาก
1.การทำงานประจำ ตามทักษะ ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ที่เรามีโดยได้รับรายได้เป็นเงินเดือน โบนัส
2.การทำงานที่เรารักหรือมีความชื่นชอบหลงไหลเป็นพิเศษ เช่นบางคนเก่งการเป็นศิลปินนักร้อง นักแสดงก็อาจรับ Job เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง บางคนเก่งการเป็นพิธีกร เป็นนักเขียน บางคนอาจทำงานขายของออนไลน์ ขายตรง ขายประกันชีวิต หรืออื่น ๆ
รายได้ลักษณะนี้อาจไม่สม่ำเสมอ แต่ก็มีบางช่วงที่ได้เงินก้อนใหญ่ก็เป็นได้ บางคนมีความเชี่ยวชาญในการดูทำเลเก่ง ๆ และกล้าได้กล้าเสียมากหน่อยก็อาจลงทุนในคอนโดหรือซื้อบ้านให้เช่า กระแสเงินสดจากรายได้ค่าเช่าจะนำมาเป็นเงินผ่อนหลักทรัพย์กับธนาคารจนในที่สุดเมื่อผ่อนจนหมดเขาก็จะมีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์นั้นอย่างนี้เป็นต้น
ไม่ว่าเราจะทำงานอะไรก็ต้องแน่ใจว่าเรารัก เราเก่งเรื่องนั้นจริง ๆ ทำงานแบบสนุกสุด ๆ ต้องเลือกให้ดีและทุ่มเทโฟกัสจริง ๆ นะครับ
3.การให้เงินช่วยทำงานสร้างกระแสเงินสด เช่น การเก็บออมในรูปแบบของการไปซื้อประกันชีวิต ซื้อกองทุนรวม ซื้อ LTF/RMF ซึ่งนอกจากจะได้ส่วนต่างราคาแล้วก็อาจจะได้รับเงินปันผล หรือได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี เมื่อมีเงินคืนย้อนมาก็อาจนำไปลงทุนต่อ(Reinvest) ได้อีกด้วย

ประการที่ 2 ต้องเก็บเงินอยู่
เมื่อเราเริ่มทำงานอายุยังหนุ่มสาวราว ๆ 25 ปี เรายังมีอนาคตที่มองไปข้างหน้าอย่างยาวไกล เมื่อมีรายได้ใหม่ๆ ความอยากในการบริโภคหรือการใช้จ่ายส่วนตัวยังมีอยู่ในระดับสูง การเก็บเงินจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก ยิ่งมีรายได้มากรายจ่ายก็จะวิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเลยทีเดียว แล้วรายจ่ายหลักๆ มาจากอะไร?

จริงๆ แล้วเราแบ่งรายจ่ายออกเป็น 3 ประเภทคือ
1.รายจ่ายประจำ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตต่างๆ ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าโทร ค่าเดินทางฯลฯ
2.รายจ่ายผันแปร ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเพื่อความสุข ความสบายใจ ไม่เท่ากันทุกเดือนหรือทุกปี อาจมากหรือน้อยก็ได้ เช่นค่าท่องเที่ยว ค่าสังสรรค์ต่างๆ ภาษีสังคม ฯลฯ
3.รายจ่ายเพื่อการเก็บออมและลงทุน ได้แก่รายจ่ายที่เมื่อจ่ายไปแล้วอนาคตจะกลับมาช่วยสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้แก่เรา เช่น เบี้ยประกันชีวิต การซื้อกองทุนรวมตราสารหนี้ LTF RMF เงินสมทบประกันสังคม กองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) อย่างนี้เป็นต้น
เมื่อมองดูหัวข้อรายจ่ายข้างต้นเราก็พอจะมองเห็นภาพว่า หากเรา
-ใช้จ่ายในประเภทที่ 1 เท่าที่จำเป็น
-ลดค่าใช้จ่ายประเภทที่ 2 ลงให้มากและ
-ไปเพิ่มค่าใช้จ่ายประเภทที่ 3 ตามเป้าหมายชีวิตที่เราได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งพื้นฐานก็คือเริ่มต้นที่ 10% ของรายได้ไปจนถึง 50% ของรายได้ แค่นี้ก็จะมีชีวิตดี้ดีอย่างแน่นอน จริงมั๊ย? ซึ่งเราจะได้พูดคุยกันในรายละเอียดมากขึ้นในช่วงต่อๆ ไป หากทำได้ในหลักการที่ถูกต้องแบบนี้ก็ถือว่า "เข้าทาง" แห่งความมั่งคั่งร่ำรวยแล้ว แต่ถ้าจะเร่งสปีดให้เร็วขึ้นไปอีกเราต้อง...

ประการที่ 3 ต้องบริหารเงินเป็น
การบริหารเงินนั้นจริงๆ แล้ว เรากำลังพูดถึงความหมายในมุมที่กว้างกว่า นั่นคือการบริหารทรัพย์สินทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น รายได้ รายจ่าย สภาพคล่องทางการเงิน หนี้สิน การออม การลงทุน ภาษี มรดก ซึ่งการบริหารดังกว่านี้เป็นทักษะที่สำคัญสำหรับคนที่จะสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยที่มั่นคงและยั่งยืน
สรุปได้ว่าคนที่หาเงินได้เก่ง ๆ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความร่ำรวย แต่จะดีขึ้นไปอีกหากเป็นคนที่เก็บเงินอยู่ และบริหารเงินเป็นจนสามารถเหลือส่งมอบให้คนรุ่นต่อไป เพราะเคยมีคนพูดให้ข้อคิดว่า
"หา(เงิน)เก่งไม่สู้เก็บ(เงิน)เก่ง
เก็บ(เงิน)เก่งไม่สู้เก็บ(เงิน)ถูกวิธี
จะเก็บ(เงิน)ให้ดี ๆ ต้องรู้จักจัดสรรตามเป้าหมายของชีวิต"

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

>>หนังสือดิจิทัลที่นี่ครับ
เข้าร่วมโครงการ ‘ช้อปช่วยชาติ’
หากซื้อโดยใช้รหัส AIS ราคา 159 บาทเท่านั้น
http://www.ookbee.com/Shop/Book/046e060e-766c-4b9d-a267-5e9ecf8e22ae
SHARE
Writer
ChamnanJ
MDRTiFA Coach ,Invester,Writer
Senior Distric Manager_TEAMCHART AIA ผมจบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ในระดับปริญญาตรีและโทที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความสนใจพิเศษในด้านนิเทศศาสตร์และจิตวิทยา เริ่มต้นทำงานในด้านการฝึกอบรมตัวแทนที่ AIA รวมทั้งฝ่ายบริหารตัวแทน ตำแหน่งสุดท้ายคือผู้อำนวยการตัวแทน เมื่อลาออกมาเป็นผู้บริหารทีมงานขายก็ได้ทำหน้าที่ด้านการฝึกอบรมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จาก Trainnng Advisor,Premier Agency Trainning งานในฐานะ Moderator เริ่มต้นเมื่อปี 2551 ในหลักสูตรของ Limra's Crossroad และ โดยเฉพาะ Agency Management Trainning Course (AMTC 23 ครั้ง) เมื่อมารับผิดชอบ Sales Builder ผมก็นำมาใช้กับกลุ่ม MDRT และประสบความสำเร็จอย่างมากที่เชียงใหม่ มีตัวแทน MDRT 3 คนในปีแรก 6,8,10 และ16 คนในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันทำหน้าที่ผู้ดำเนินการสัมมนาหลักสูตร High Trust Financial Advisor เพื่อมอบตัวแทนนักวางแผนการเงินอิสระให้สามารถช่วยลูกค้าได้อย่างเป็นมืออาชีพและมีจรรยาบรรณ งานเขียนส่วนใหญ่เขียนจากประสบการณ์ตรงจากตนเองและประสบการณ์ของ คุณรัตนา กมลงามพิพัฒน์ 7MDRT,FchFP,RFC ผู้ซึ่งมีอายุการทำงานเป็นตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินมากว่า 29ปี และได้วางแผนการเงินส่วนบุคคลให้ลูกค้าแล้วจำนวนมาก ได้รับรางวัล Prime Minister's insurance Award ติดต่อกัน 7ปี 2553-2558,2561 จากนายกรัฐมนตรีไทย (คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ภาพประกอบการเขียนส่วนใหญ่นำมาจากอินเตอร์เน็ตขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ งานเขียนแรกเริ่มต้นเดือนเมษายนเป็นต้นมาในหนังสือที่ใช้ชื่อว่า " สร้างนิสัย MDRT ได้ใน 10 สัปดาห์" และเดือนพฤศจิกายน เรื่อง "การเงินมั่งคั่ง:ชีวิตดี๊ดีถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่อายุ 25" โดยเป็นบทความเกี่ยวกับแนวคิด ความรู้สึกและนิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งทิปเกี่ยวกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคลที่ทำได้จริงในภาคปฎิบัติ หากเพื่อนๆ มีข้อแนะนำเชิญ Inbox มาได้เลยครับ ขอขอบคุณผู้สร้าง Storylog และเหล่านักเขียนทั้งหลายที่สร้างที่ที่พวกเราได้มารู้จักกันผ่านตัวหนังสือ

Comments