Goodness is contagious ความดีติดต่อกันได้

          ย้อนไปเมื่อ 9 ปีก่อน ฉันมีโอกาสได้ไปเรียน ม.ปลายที่ประเทศแคนาดา ที่แห่งนี้ที่ทำให้ฉันพบกับนางฟ้า นามว่า คริสทีน่า คนที่ทำให้ฉันรู้ว่า นางฟ้า...มีจริง
 
          เช้าวันหนึ่ง โฮสต์แม่และลูกๆได้ออกไปเที่ยวอีกเมืองหนึ่ง จึงเหลือแต่ฉันกับโฮสต์พ่อ และคริสทีน่า (ครั้งหน้าขอเรียกว่าทีน่าเฉยๆนะคะ) โฮสต์แม่ได้ทิ้งเพื่อนสาวหรือทีน่าไว้ให้อยู่พาฉันตะลอนเมือง ทีน่าบอกกับฉันว่า พรุ่งนี้ตื่นเมื่อไหร่ให้โทรหานะ ไม่ต้องรีบ แล้วจะพาไปซื้อตั๋วรถเมล์ เสียงของเธอนุ่มเหมือนผ้าไหมที่ถูกถักทอมาเป็นอย่างดี แค่ได้ยินเสียงก็รู้แล้วว่าเธอยิ้มอยู่ จริงๆนะ

          เธอพาฉันไปซื้อตั๋วรถเมล์ชั่วคราวให้จบเดือนสิงหาคม เพราะมันเป็นอาทิตย์ปลายเดือนแล้ว เดือนหน้าค่อยซื้อเป็นตั๋วรายเดือน เธออธิบายทุกอย่าง ทุกคำอธิบายมักจะแฝงไปด้วยแววตาของความหวังดีพร้อมกับน้ำเสียงที่รู้สึกเป็นห่วงลึกๆ เธอไม่เคยแสดงน้ำเสียง นัยน์ตา กิริยาถึงความรำคาญ เธอเข้าใจทุกคำถามและเข้าใจทุกอย่างสำหรับเด็กคนหนึ่งที่ต้องไปอยู่ต่างเมือง ในเมืองที่ไม่เคยมาอยู่ ที่ไม่รู้ว่าวิถีชีวิตที่นี่เป็นอย่างไร เธออธิบายหมด ไขข้อข้องใจให้หมด ด้วยสายตาที่ยิ้มได้ของเธอ

          ทีน่าอธิบายอย่างละเอียดมากๆ จนเธอถึงกับบอกว่า ขอโทษนะ ที่ต้องบอกละเอียดขนาดนี้ เพราะกลัวเราไม่รู้ พร้อมหัวเราะเบาๆบวกกับรอยยิ้มอีกเช่นเคย เธอบอกว่าเธอเข้าใจดี เข้าใจมากด้วยว่าการต้องย้ายเมือง ย้ายไปประเทศอื่นโดยปราศจากคนรู้จัก ปราศจากคนเทคแคร์มันเป็นอย่างไร เพราะเธอก็เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเรา คือ ตอนปริญญาโทเธอไปเรียนประเทศตุรกี ทุกอย่างพลิกผันชีวิตเธอ วัฒนธรรม ภาษา ที่เธอไปเธอถึงกับต้องเริ่มต้นจากศูนย์เลยทีเดียว และนั่นเองเป็นเหตุเกิดให้เธอพบความโชคดีที่มีเพื่อนมาช่วยเทคแคร์ เธอบอกว่ามันเลยจะเป็นสิ่งที่ดี ถ้าเกิดว่าเราจะมีคนมาช่วยเทคแคร์อย่างที่เพื่อนเค้าทำกับเค้าบ้าง

          ทีน่าพาฉันไป Downtown พาไปดูทุกอย่าง อธิบายทุกอย่างเรื่องชีวิตที่นี่

เธอเลี้ยงข้าวมื้อกลางวันฉันคราหนึ่ง ราคา 500 บาท เธอไม่ยอมให้ฉันจ่าย 
เธอบอกว่าอยากจะ treat เรา

เธอแบ่งช็อกโกแลตฟัดจ์ราคาเกือบสองร้อยมาให้ฉัน

เธอจ่ายตั๋วหนังให้ฉัน ขณะที่ฉันกำลังจะควักเงินที่เหลือ ตั๋วนั้นฉันได้จ่ายแค่ 62 บาท 

          เธอไม่ยอมให้ฉันจ่ายคืน เธอบอกว่า ฉันต้องอยู่ที่นี่อีกนาน จะต้องจ่ายอะไรอีกเยอะ เชื่อฉันสิ แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก เธอกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มเดิม 'แต่ฉันขอแค่เธอให้สัญญา' ฉันยิ้มตอบ 'สัญญาว่า เธอจะต้องดูแลคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับเธอ ไม่ว่าเค้าจะไปประเทศเธอหรืออะไร ฉันอยากให้เธอดูแลเขาให้ดีที่สุด' ฉันยิ้มตอบอีกครั้งและบอกว่า 'แน่นอน'

          เธอยอมตื่นเช้าในเช้าวันแรกที่ฉันต้องไปปฐมนิเทศเพื่อไปส่งที่โรงเรียน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอสอนฉันถึงวิธีไปกลับจากโรงเรียนแล้ว ฉันยังจำได้ดี ว่าเช้าวันนั้นเธอเดินมาที่ป้ายรถเมล์ใกล้บ้านฉันด้วยผมที่ยังเปียกอยู่เลย เพราะเมื่อคืนเธอต้องทำงานจนดึก วันนี้เลยเกือบตื่นสาย แต่เธอก็มา เธอมาเพื่อฉัน

          ตอนกลับถึงบ้าน เธอก็ยังโทรมาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถามทุกอย่าง มันช่างอบอุ่นใจ เค้าดีกับเรามากเหลือเกิน เธอบอกว่าเค้าเป็นห่วงแทบแย่แน่ะว่าเราจะกลับบ้านถูกไหม ประทับใจอีกแล้ว ฉันสามารถสัมผัสได้ถึงความดีของเธอโดยไม่ต้องผ่านตัวกรองอะไรทั้งนั้น

นางฟ้ามีจริง เชื่อเราหรือยัง ?


          และรู้ไหม จากการกระทำของเขา ทำให้เราช่วยใครๆต่อใครโดยไม่ลังเลใจหลายเคสมากๆ ถ้าเคสที่จะเป็นเคสใกล้เคียงเคสของทีน่ามากที่สุดคงเป็นแขกที่โฮสเทลของฉันเอง ที่มาคอมเมนต์ถึงฉัน กล่าวแต่สิ่งดีๆถึงฉันและครอบครัวที่ช่วยพาเที่ยวมากกว่า 10 บรรทัด 

ให้ = ได้ จริงๆ
 
เชื่อหรือยัง ว่าความดีติดต่อกันได้ :)


SHARE

Comments